หลักธรรมาภิบาล
หลักธรรมาภิบาล
เพื่อน ๆ ชาว GTW หลาย ๆ ท่านคงจะเข้าใจ "หลักธรรมาภิบาล” ได้เป็นอย่างดี.....แต่บางท่านอาจจะลืมไปแล้ววันนี้ผู้เขียนขอทบทวนความจำของท่านครับ..........................
-"หลักธรรมาภิบาล" หรืออาจเรียกได้ว่า “การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี หลักธรรมรัฐ และบรรษัทภิบาล ฯลฯ” ซึ่งเรารู้จักกันในนาม “Good Governance” ที่หมายถึง การปกครองที่เป็นธรรม นั้น ไม่ใช่แนวความคิดใหม่ที่เกิดขึ้นในสังคม แต่เป็นการสะสมความรู้ที่เป็นวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมของมวลมนุษย์เป็นพันๆปี ซึ่งเป็นหลักการเพื่อการอยู่ร่วมกันในบ้านเมืองและสังคมอย่างมีความสงบสุข สามารถประสานประโยชน์และคลี่คลายปัญหาข้อขัดแย้งโดยสันติวิธีและพัฒนาสังคมให้มีความยั่งยืน
องค์ประกอบของหลักธรรมาภิบาล
หลักธรรมาภิบาล มีองค์ประกอบที่สาคัญ 6 ประการดังนี้
1. หลักนิติธรรม
คือ การตรากฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับและกติกาต่าง ๆ ให้ทันสมัยและเป็นธรรม ตลอดจนเป็นที่ยอมรับของสังคมและสมาชิก โดยมีการยินยอมพร้อมใจและถือปฏิบัติร่วมกันอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม กล่าวโดยสรุป คือ สถาปนาการปกครองภายใต้กฎหมาย มิใช่กระทากันตามอาเภอใจหรืออานาจของบุคคล
2. หลักคุณธรรม
คือ การยึดถือและเชื่อมั่นในความถูกต้องดีงาม โดยการรณรงค์เพื่อสร้างค่านิยมที่ดีงามให้ผู้ปฏิบัติงานในองค์กรหรือสมาชิกของสังคมถือปฏิบัติ ได้แก่ ความซื่อสัตย์สุจริตความเสียสละ ความอดทนขยันหมั่นเพียร ความมีระเบียบวินัย เป็นต้น
3. หลักความโปร่งใส
คือ การทาให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา และสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้โดยการปรับปรุงระบบและกลไกการทางานขององค์กรให้มีความโปร่งใส มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารหรือเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวก ตลอดจนมีระบบหรือกระบวนการตรวจสอบและประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และช่วยให้การทางานของภาครัฐและภาคเอกชนปลอดจากการทุจริตคอรัปชั่น
4. หลักความมีส่วนร่วม
คือ การทาให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้ และร่วมเสนอความเห็นในการตัดสินใจสาคัญ ๆ ของสังคม โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีช่องทางในการเข้ามามีส่วนร่วม ได้แก่ การแจ้งความเห็น การไต่สวน สาธารณะ การประชาพิจารณ์การแสดงประชามติ หรืออื่น ๆ และขจัดการผูกขาดทั้งโดยภาครัฐหรือโดยภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสามัคคีและความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชน
5. หลักความรับผิดชอบ ผู้บริหาร ตลอดจนคณะข้าราชการ ทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจา ต้องตั้งใจปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่อย่างดียิ่ง โดยมุ่งให้บริการแก่ผู้มารับบริการ เพื่ออานวยความสะดวกต่าง ๆ มีความรับผิดชอบต่อความบกพร่องในหน้าที่การงานที่ตนรับผิดชอบอยู่ และพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขได้ทันท่วงที
6. หลักความคุ้มค่า
ผู้บริหาร ต้องตระหนักว่ามีทรัพยากรค่อนข้างจากัด ดังนั้นในการบริหารจัดการจาเป็นจะต้องยึดหลักความประหยัดและความคุ้มค่า ซึ่งจาเป็นจะต้องตั้งจุดมุ่งหมาย
ไปที่ผู้รับบริการหรือประชาชนโดยส่วนรวม
มาเชียร์พี่เด ทำไมเกษียณไวจังเลยครับ...
เรียน ดร.ขจิต
-ขอบคุณที่เข้ามาเชียร์มาให้กำลังใจ
-ผมจำได้ว่า อ.ขจิต เคยเข้ามาให้กำลังใจผม...และส่งรูปภาพใน "บันทึกค่ำคืนที่มืดมิด" ช่วงที่ผมอยู่ชุมพร..ขอบคุณครับ...
-ผมเกษียณตามเกณฑ์ที่กำหนดครับ....60...แต่บอกใครเขาจะไม่เชื่อ...มักบอกว่าจริงหรือ???สงสัยยอตัวเองครับ.....
-อาศัยสุขภาพจิตดี....สุขภาพกายเลยดีตามไปด้วย...
-ก่อนเกษียณขับรถผ่านวิทยาเขตกำแพงแสนบ่อยครั้งมากครับ...วันก่อนผม mail ไปหาอาจารย์ขอให้ช่วยสอนการใส่ภาพในบันทึก ไม่ทราบว่าอาจารย์ได้รับหรือเปล่าว......แต่ไม่เป็นไรครับตอนนี้ผมทำได้แล้ว.....
-ใครที่ยังไม่เกษียณจะไม่รู้รสชาดของมันหรอกว่ามันว้าเหว่แค่ไหน.....เพื่อน ๆ ใน GTW ก็เหินห่าง...อ้างว้างและเดียวดาย
ขอบคุณครับ....จากพี่เด