ผมได้มีโอกาสได้เข้าร่วมปฏิบัติธรรม
แบบสมาธิหมุน ตั้งแต่ปี 2534 เพียงครั้งเดียว
และก็ได้เลิกไปนาน และมาอีกครั้งก็เมื่อสองสามวัน
ที่ผ่านมา ได้ฝึกและปฏิบัติ และมีความเห็นว่า

พระอาจารย์รัตน์ได้สอนตรงตามหลักของพุทธศาสนา
คือ ปล่อยวางจากอุปาทานขันธ์ 5 เห็นการเกิดดับของ
จิตได้ชัดเจน โดยได้สอนเรื่องการอริยสัจ 4 เป็นหลัก
และสิ่งที่น่าทึ่งก็คือสิ่งประดิษฐ์ของท่าน
เกิดจากสิ่งที่อยู่ภายในของท่าน ได้แก่

เครื่องละลายเมฆหมอก เครื่องทำน้ำพลังพิรามิด 
เครื่องละลายหิมะ ซึ่งท่านก็บอกแล้วว่า สิ่งหลัง ๆ
ของท่านไม่ใช่เรื่องพุทธศาสนา แต่เป็นวิทยาศาสตร์

ตามประวัติการศึกษาของท่าน ท่านเป็นครูเมื่อจบ ม.3
และได้วุฒิ พกศ. เท่านั้น หลังจากบวชแล้วท่านก็ได้
ค้นพบสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวของท่านเอง เรื่องสมาธิหมุน
ที่ไม่เหมือนใคร พลังพิรามิดที่ไม่เหมือนใคร และตอนนี้
ดูเหมือนท่านจะทดลองใช้สมาธิรักษาโรคมะเร็งให้กับ
อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโรคอื่นที่ไม่มี
ทางหายขาด

ท่านได้ไปบรรยายประจำตามมหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่ง

และมีผลงานที่เป็นรูปธรรมหลายประการ ท่านบอกว่า

ความรู้ต่าง ๆ ที่ท่านรู้ นั้นมาจากภายในของท่านเอง

ทำให้คิดได้ว่าเวลาคลื่นสมองปกติจะอยู่ที่คลื่นเบต้า
คือคลื่นตื่น การเรียนรู้นั้นจะไม่ค่อยดีเท่าไร แต่พอ
คลื่นสมองไปอยู่ที่อัลฟ่า การเรียนรู้ก็จะดีขึ้น และยิ่ง
คลื่นสมอง ไปอยู่ที่ธีตร้า และ เดลต้า คือคลื่นสมอง
ทำงานช้าลงมาก ผ่อนคลายมาก การเรียนรู้นั้น
จะเรียนรู้ได้ดีขึ้นอาจถึงรู้ได้เองทุกเรื่อง

จึงสรุปได้ว่า การเรียนรู้ตลอดชีวิตนั้นเป็นเรื่องสำคัญและมี
ตัวอย่างมากมายที่สนับสนุนแนวคิดนี้ โดยเฉพาะเรื่องความรู้
ที่มาจากภายใน ความรู้ทั้งหลายล้วนแต่อยู่ภายในตัวเราทั้งสิ้น
เพียงแต่ว่าเมื่อเข้าไปถึงสภาวะคลื่นสมองระดับสูงก็จะรู้แจ้งเอง
ระัดับการศึกษา จึงไม่ได้บ่งบอกถึงการเรียนรู้ที่แท้จริงได้