หัวใจของระบบประเมินผลงานที่ดี ตอนที่ 2

หลังจากที่เราทราบแล้วว่า การที่จะทำให้ระบบประเมินผลงานของบริษัทดีขึ้นได้นั้น จะต้องเริ่มจากการวางแผนผลงานร่วมกันระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง เพื่อให้ต่างคนต่างเห็นภาพผลงานที่ดีร่วมกันว่าเป็นอย่างไร พนักงานก็จะได้ทำงานได้ถูกทาง หัวหน้าเองก็จะได้ดูแลได้ถูกทางเช่นกัน เรื่องของการวางแผนผลงานนั้น เราอาจจะหาระบบการตั้งเป้าหมายมาใช้ก็ได้นะครับ ก็คือ ให้แต่ละตำแหน่งมีการกำหนดเป้าหมายในการทำงานร่วมกันกับหัวหน้างาน เพื่อให้เป็นเป้าหมายหลักในการทำงานร่วมกัน และจะได้ใช้เป้าหมายนี้มาประเมินผลงานตอนปลายปีด้วย 

ในทางปฏิบัติจริง ผมก็เห็นหลายบริษัทมีการกำหนดเป้าหมายร่วมกันระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องของตนเอง และมีการนำเอาเครื่องมือต่างๆ มาใช้ในการกำหนดเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น MBO, Goal Setting หรือ Balanced Scorecard ฯลฯ แต่พอทำไปแล้วก็ไม่เห็นว่าการประเมินผลงานจะดีขึ้นสักเท่าไร เกิดอะไรขึ้น คำตอบก็คือ ขาดการติดตามผลงาน และการ Feedback Coaching ผลงานนั่นเองครับ

หลังจากที่มีการวางแผนผลงานร่วมกันแล้วตอนต้นปี สิ่งที่หลายบริษัทขาดไปก็คือ การติดตามผลงาน การให้ Feedback ผลงาน และการสอนงานพนักงาน Coaching สิ่งที่ผมพูดมานี่เอง จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการทำให้พนักงานรู้ตัวว่า สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้น ดี หรือไม่ดี เหมาะสม หรือไม่เหมาะสม เมื่อเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ และจะได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น เหมาะสมขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผลงานพนักงานได้เป้าตามที่กำหนดไว้นั่นเองครับ

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งในการที่จะทำให้ระบบประเมินผลงานของบริษัทไปได้ด้วยดี บริษัทจะต้องจัดให้มีการ Feedback และ Coaching ในผลงานของพนักงานด้วย กล่าวคือ หัวหน้างานทุกคนจะต้องสามารถบอกลูกน้องของตนเองได้ว่า สิ่งที่ลูกน้องทำออกมาในแต่ละวันนั้น มีอะไรบ้างที่ดี อะไรบ้างที่ไม่ดี และไม่สอดคล้องกับเป้าหมายผลงานที่วางไว้ เพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไข และถ้าลูกน้องไม่รู้วิธีการในการแก้ไข หัวหน้าก็ต้องทำหน้าที่ในการสอนงานลูกน้องด้วย เพื่อให้ผลงานได้ตามเป้าหมายนั่นเองครับ

สิ่งที่จะได้จากช่วงเวลา Feedback และ Coaching นั้น หัวหน้าก็จะเห็นว่า ผลงานพนักงานในปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง พนักงานเองก็จะรู้ตัวเองว่า ผลงานในด้านไหนที่ดี ด้านไหนที่ยังไม่ดีพอ ทั้งสองฝ่ายก็สามารถมองเห็นภาพเดียวกันได้อย่างชัดเจน และจะทะเลาะกันน้อยลงครับ

พอสุดท้ายตอนปลายปี เวลาที่จะต้องประเมินผลงาน ก็จะง่ายขึ้น พนักงานเองก็ไม่เกิด Surprise ในผลงานของตัวเอง เพราะเป้าหมายชัดเจน แถมระหว่างปี ก็มีการคุยกันในเรื่องของสิ่งที่ดี สิ่งที่ไม่ดีกับหัวหน้ามาโดยตลอด ดังนั้นการยอมรับผลการประเมินก็จะง่ายขึ้น และยังสามารถนำผลตรงนี้ไปใช้ในการให้รางวัลได้ดีขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขึ้นเงินเดือน หรือ การให้โบนัส ก็จะทำให้เรื่องของการนำเอาผลงานไปเชื่อมกับระบบการให้รางวัลมีความเป็นธรรมมากขึ้น

โดยสรุป ถ้าจะอยากจะทำให้ระบบประเมินผลงานของบริษัทดีขึ้น ก็คือ ประเมินที่ผลงานอย่างจริงๆ จังๆ สิ่งที่จะต้องทำก็คือ

  • วางแผนผลงานร่วมกันระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง
  • ติดตามและให้ Feedback ผลงาน รวมทั้ง Coaching ผลงานให้กับพนักงาน

พอถึงเวลาประเมินผลงานตอนปลายปี ปัญหาก็จะน้อยลง หัวหน้าก็จะสามารถบอกลูกน้องตนเองได้ชัดเจนว่า เขามีผลงานที่ดี หรือไม่ดีแค่ไหน พนักงานเองก็เห็นผลงานตัวเองอยู่ตลอดทั้งปี และยอมรับผลการประเมินได้ดีขึ้น และยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผลงานของพนักงานต่อไปได้ดีขึ้นด้วย

สุดท้าย เมื่อเอาผลงานไปเชื่อมกับการให้รางวัล ปัญหาต่างๆ ก็จะน้อยลงครับ แต่ประเด็นก็คือ จะทำอย่างไรให้หัวหน้าทุกคนทำได้ตามนี้มากกว่า ดังนั้นสิ่งที่ HR จะต้องดำเนินการต่อก็คือ พยายามให้ความรู้ และวางระบบเรื่องของการวางแผนผลงาน และการให้ Feedback ผลงานให้เกิดขึ้นในองค์กรให้ได้ เพื่อให้ระบบประเมินผลงานเป็นไปอย่างได้ผลครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การบริหารงานบริหารคน



ความเห็น (0)