ผมกับอาจารย์วัส ไม่ได้รู้จักกับผมมาก่อน
ต่อมาได้ทักทายกันบ้าง ที่ชุมชนออนไลน์แห่งหนึ่ง
หลังจากที่ผมได้ติดตามทั้งงานเขียน รูปถ่ายต่าง ๆ
มาอย่างเงียบ ๆ  ที่ว่าเงียบนั้นก็เป็น
ด้วยความชมชอบ ที่อาจารย์เป็นคนที่เป็นนักวิชาการ
ที่มีความรู้ ความสามารถมาก และต่อสู้ทุกเรื่องด้วยตัวท่านเอง
มีอย่างเดียวก็คือ ท่านไม่เปิดเผยชื่อของตนเอง ผมก็เคารพ
ในการตัดสินใจของท่าน และชื่นชมกิจกรรมของท่าน
ัได้แก่โรงเรียนแห่งความสุข คือท่านทำแล้วเกิดปิติสุข
และอาจเข้าใจได้ว่า ปิติของท่านนั้นได้เลยไปถึง เอกคตารมณ์
คือจิตเป็นหนึ่งเดียว

ในการคุยกันโดยไม่เห็นเห็นตาวันนั้น ท่านนำเสนอว่า
ท่านเห็น คุณครูคิม ได้ส่งมอบหนังสือให้กับห้องสมุดโรงเรียน
(โดยตอนแรกท่านประสงค์ที่จะเลี้ยงอาหารเด็กนักเรียนใน
วันเิกิดของท่านอาจารย์ แต่ผมนำเสนอว่า อาหารทางปัญญานั้น
มีความสำคัญมากกว่า ก็เลยเชิญชวนท่านมอบหนังสือให้ห้องสมุด
ของโรงเรียน และการมอบก็ได้เสร็จสิ้นแล้ว) ท่านอาจารย์วัส
ก็จะมอบบ้าง ท่านก็บอกว่า มีนิตยสารเกี่ยวกับคอมพิวเตอรต้องการ
จะมอบให้ห้องสมุดโรงเีรียนบ้านซิวาเดอ หลังจากที่ได้ถามตอบ
กันนานพอสมควรแล้ว ท่านก็บอกว่าจะมอบสื่อการจัดการเีรียน
การสอนให้ด้วย และนัดหมายเวลา และผมก็ไปทำธุระของผมบ้าง
จนวันที่ลงตัวที่จะไปรับก็คือวันนี้

ซึ่งวันนี้เป็นวันที่เพื่อนผม ที่อยู่คณะวิจิตรศิลป์ก็จะได้มอบจิตรกรรม
ปฏิมากรรม ภาพพิมพ์ และงานออกแบบ มาให้นักเรียนเพื่อให้เกิด
การเีรียนรู้ด้วย ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันแห่งโอกาสในการเรียนรู้ของนักเรียน
ที่จะได้รับหนังสือประำจำห้องสมุด สื่อการเีรียนการสอน และงานศิลปะ

ซึ่งหลังจากที่ได้รับมอบและถ่ายภาพกับอาจารย์วัสเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ผมเองก็รู้สึกเกร็งและกลัว เพราะอำนาจอ้างอิงของสถาบัน ทำให้ผมรู้ประหม่า
และรู้สึกไม่ปลอดภัย ประกอบกับความชื่นชมดีใจ ที่คนมหาวิทยาลัย
ที่อยู่ในหอคอยงาช้างไม่ทิ้งสังคม ยังทำตามพันธกิจสำคัญของมหาวิทยาลัย
ก็คือ มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ทำให้ผมรู้สึกซาบซึ้งในคุณค่า
ที่อาจารย์ได้ให้ไว้กับห้องสมุด ทำให้รู้สึกอีกว่า การให้ปัญญานั้นเ็ป็นเรื่อง
ยิ่งใหญ่และสูงสุดอย่างที่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้จริง ๆ

ผมจะทำอย่างไร ต่อไปกับสื่อและหนังสือห้องสมุด ก็คงจะตอบอาจารย์
ให้อุ่นใจได้ว่า มีบรรณารักษ์คอยดูแลหนังสือของอาจารย์อยู่ มีการให้บริการ
หนังสือเพื่อให้เอาไว้อ่าน ส่วนสื่อก็จะจัดเก็บไว้ในห้องสื่อ และคงจะต้อง
Bonding ให้ครูได้นำมาใช้ประโยชน์  

ผมสร้างห้องสมุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า เพราะตั้งแต่เข้ามาโรงเรียนนี้
ครั้งแรกก็ไม่มีอะไรเลย มีอาคารเรียนสองอาคาร กับอาคารประกอบหนึ่ง
อาคาร อันไหนรีบเร่งก็ทำขึ้นมาก่อน และได้ทำห้องสมุดนี่แหละที่เป็น
แก่นสาร หลังจากประสบการณ์ต่าง ๆ ได้ตกผลึกเกี่ยวกับการเีรียนรู้ตลอดชีวิต
ที่เป็นรูปธรรมในโรงเรียนที่จะต้องทำคือห้องสมุด ชนิดที่ว่าช้าไม่ได้ ผมก็เลย
ระดมหนังสือเก่าของตนเองประเดิมขึ้นมาก่อน จัดหมวดหมู่หนังสือบริจาค
มีหนังสือที่ต้องคัดทิ้งจำนวนมาก เนื่องจากภาพประกอบเนื้อหา ไม่เหมาะักับเด็ก
ท่ามกลางที่เกิดความไม่พร้อมทำให้งบประมาณต่าง ๆ ไปอยู่กับการจ้างครู
เพื่อมาสอนเด็กก่อนเป็นอันดับแรก เพราะการศึกษาแบบอุตสาหกรรมนี้
ขาดครูที่จะขับเคลื่อนไปตามชั่วโมงสอนนั้นไม่ได้ ทำให้งบประมาณที่ตั้งใจ
ไปอยู่กับการจ้างครูอัตราจ้าง และลดเงินด้านอื่นลง

ในระยะแรกได้ทำโครงการของบประมาณยังองค์กรแห่งหนึ่ง เพื่อมาทำ
ห้องสมุด และได้งบประมาณทำเป็นโครงร่าง มีหลังคาและพื้นเท่านั้น
และได้ต่อเติมมาเรื่อย ๆ และระดมหนังสือจากเพื่อน พี่ น้อง ทำให้ห้องสมุด
มีหนังสือมากขึ้นกว่าเดิม และปรับปรุงไปเรื่อย ๆ

เ็อ้าไปซะไกลเลย อย่างไรบทความนี้ก็กราบขอบพระคุณอาจารย์วัส ที่ได้
ทำบุญให้แก่ นักเรียนชาวเขา ชาวป่า ชาวดอย ให้มีโอกาสเกิดสิ่งที่เรียกว่า
สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ขอบพระคุณครับ