นิทาน, นิทานสีขาว

 

 

            ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายทางจิตใจ ด้วยความวิตกกังวล  ความไม่พอใจ ความเครียด   บางครั้งอาจทำให้เกิดทุกข์ทางกาย เช่น  นอนไม่หลับ  ไม่เจริญอาหาร  การแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และส่งผลต่อระบบการคิดวิเคราะห์หรือการคิดเชิงสร้างสรรค์

            จะตั้งสติดับความวุ่นวายอย่างไร   มีนิทานเรื่องหนึ่งของท่าอาจารย์ ดร. อาจอง  ชุมสาย ณ อยุธยา  ที่เล่าไว้ในหนังสือ  ด้วยรักบันดาลนิทานสีขาว  ซึ่งเป็นข้อคิดที่ดีมากคือ  นิทานเรื่อง ลิงในจิตใจ  ....ความมีดังนี้คะ 

                                                ลิงในจิตใจ

            หญิงชาวบ้านคนหนึ่ง  อาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อมมานาน   ด้วยความเหงานางจึงหาสัตว์มาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสองตัวคือ  ลิงและลา

            วันหนึ่งหญิงชาวบ้านคนนี้ต้องออกไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร   ก่อนออกจากบ้านเธอได้เอาเชือกมาผูกคอลิง  แล้วมัดขาของลาเอาไว้ทั้งสองข้าง  เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงทั้งสองตัว  เดินย่ำไปมาในกระท่อมจนทำให้ข้าวของต่าง ๆ ได้รับความเสียหาย

            ทันทีที่หญิงชาวบ้านออกจากบ้านไป   ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซนเป็นคุณลักษณะประจำตัว   ก็ค่อย ๆ คลายปมเชือกออกจากคอมัน  อีกทั้งยังซุกซนไปแก้เชือกมัดขาให้ลาอีกด้วย   หลังจากนั้นเจ้าลิงก็กระโดดโลดเต้นห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วกระท่อม  จนทำให้ข้างของต่าง ๆ ล้มระเนระนาดกระจัดกระจายไปทั่ว   อีกทั้งยังซุกซนรื้อค้นสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านมาฉีกกัดจนไม่เหลือชิ้นดี  ในขณะที่ลาได้แต่ดูการกระทำของเจ้าลิงอยู่เฉย ๆ

            สักครู่หนึ่ง  หญิงชาวบ้านคนนี้ก็กลับมาจากตลาด  เจ้าลิงมองเห็นเจ้าของเดินมาแต่ไกลทางหน้าต่าง ๆ ก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้อย่างเดิมและอยู่อย่างสงบนิ่ง

            ฝ่ายหญิงชาวบ้าน  เมื่อเปิดประตูกระท่อมเข้ามาเห็นข้าวของของตนถูกรื้อค้นกระจุยกระจายเช่นนั้น  ก็เกิดโทสะขึ้นทันที  หันมามองลิงและลาเพื่อดูว่าใครเป็นผู้ก่อเรื่อง  และเมื่อเห็นว่า  ลาไม่มีเชือกผูกขาดังเดิม  เธอก็คิดเอาเองว่า  เจ้าลานี่เองคือตัวปัญหา   ทำให้กระท่อมของเธอมีสภาพไม่ต่างจากโรงเก็บขยะ  ดังนั้นหญิงชาวบ้านจึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมาทุบตีลาอย่างรุนแรงหลายที  ซึ่งเจ้าลาผู้น่าสงสารได้แต่ส่งเสียงร้อง  ด้วยความเจ็บปวด  โดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย

 

ข้อชวนคิด

            …หลายคนคงไม่ชอบตอนจบของนิทานเรื่องนี้นัก  เพราะสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำความผิดอะไร  แต่กลับถูกเจ้าของทำโทษอย่างหนัก  ส่วนเจ้าลิงซึ่งเป็นตัวต้นเหตุแท้ ๆ กลับรอดพ้น  และไม่ได้รับผลกรรมใด ๆ 

            แท้จริงแล้วนิทานเรื่องนี้  ต้องการชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายและจิตใจ  เจ้าลิงเปรียบได้ดั่งจิตใจเรา   ส่วนลาก็คือร่างกาย  ลิงที่ซุกซนต้องการนั่นต้องการนี่สารพัด  อยากทำอะไรก็ต้องทำตามใจตน  เปรียบเหมือนจิตใจของเราที่ไม่รู้จักสงบนิ่ง   คิดอะไรเรื่องไม่ดีมากมาย แต่ความลำบากทั้งหมดกลับตกแต่ร่างกาย  ซึ่งไม่ใช่ผู้ก่อปัญหา  ต้องรับเคราะห์กรรมเพราะอยู่ภายใต้การควบคุมของจิตใจ

            เหตุที่ร่างกายของเราต้องเหน็ดเหนื่อยทุกวันนี้  ก็เพราะจิตใจของเรามัวสร้างปัญหา  อยากได้นั่นได้นี่  อยากทำอย่างนั้นอย่างนี้  มีกิเลสฝังลึกอยู่ในจิตใจ  เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรปล่อยให้ลิงในใจแสดงความเหิมเกริมออกมาเช่นนั้น  เราต้องควบคุมเจ้าลิง  ต้องยับยั้งชั่งใจห้ามไม่ให้เจ้าลิงแสดงตัวตนออกมา   เพราะไม่เช่นนั้น  ร่างกายก็จะทุกข์ทรมาน  อย่างไม่มีทั้งสิ้นสุด  แต่ถ้าจิตใจของเราสงบ  ร่างกายของเราก็พลอยสงบและมีความสุขยั่งยืนไปด้วย….