GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

โรคของกุหลาบที่เกิดจากเชื้อรา

โรคของกุหลาบที่มีสาเหตุจากเชื้อราชนิดต่างๆ

กุหลาบ ...

        เป็นไม้ดอกในวงศ์ Rosaceae มีถิ่นกำเนิดในหลากหลายประเทศ มีมากมายหลายพันธุ์ หลายสีแตกต่างกันไปตามพันธุ์ มีกลิ่นหอมออกดอกตลอดปี เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทั่วไป ชอบอากาศค่อนข้างเย็น โดยอุณหภูมิกลางวันประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส กลางคืน 15-18 องศาเซลเซียส ดินที่เป็นกรดเล็กน้อยจะเหมาะสมกับการปลูก กุหลาบเป็นพืชที่นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น นำไปเป็นไม้กระถางประดับ ไม้ประดับสวน ไม้ตัดดอกที่มีราคาดี นำกลีบดอกไปสกัดเอาน้ำมันหอมระเหย หรือทำดอกไม้ประดิษฐ์ เป็นต้น ประเทศไทยมีการปลูกกุหลาบมานาน เดิมปลูกเพื่อประดับตามบ้าน ต่อมาความนิยมมีมากขึ้นจึงเกิดการปลูกเป็นการค้า มีการนำเข้าพันธุ์กุหลาบจากต่างประเทศมาปลูกมากขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่ปลูกกุหลาบตัดดอกส่วนใหญ่ ได้แก่ จังหวัดตาก เชียงใหม่ เชียงราย เป็นต้น โดยเฉพาะที่พบพระ จังหวัดตาก จัดได้ว่าเป็นแหล่งปลูกกุหลาบตัดดอกที่สำคัญของประเทศไทยแห่งหนึ่ง ปัญหาสำคัญของการปลูกกุหลาบที่สำคัญอย่างหนึ่งได้แก่ การเกิดโรคระบาดทำความเสียหายแก่ธุรกิจการค้ากุหลาบอย่างมาก สาเหตุโรคมีหลายชนิด โดยอาจเกิดจากเชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส ไส้เดือนฝอย สำหรับโรคที่มีสาเหตุเกิดจากเชื้อราที่สำคัญได้แก่ โรคใบจุดสีดำโรคราน้ำค้าง และโรคราแป้ง

 

โรคใบจุดสีดำ (Black spot)

                โรคใบจุดสีดำ เป็นโรคที่สำคัญสำหรับกุหลาบอย่างมาก มักพบเห็นระบาดทั่วไปตลอดปี โดยเฉพาะพบมากในฤดูฝน โรคใบจุดสีดำนี้สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Marssonina rosae (Lib.) Died อาการที่พบในระยะแรกจะปรากฏแผลจุดสีน้ำตาลขนาดเล็ก 2-3 มม. ที่ด้านบนของใบ ต่อมาแผลขยายขนาดเกิดเป็นรูปกลมเป็นวงซ้อนกันเป็นชั้น ขนาดแผลอยู่ระหว่างเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-1.0 ซม. อาจพบกลุ่มของเส้นใยเชื้อราและสปอร์ของเชื้อราสีดำกระจายอยู่บริเวณแผล เมื่อมีการระบาดรุณแรงแผลจะขยายใหญ่และมีปริมาณแผลเพิ่มมากขึ้น ทำให้ใบเหลือง แห้งกรอบ และร่วง บางครั้งพบอาการทิ้งใบก่อนการทิ้งใบปกติ

                การแพร่ระบาด เชื้อราชนิดนี้สามารถแพร่ระบาด โดยสปอร์ของเชื้อราจะปลิวไปตามลม หรือกระเด็นไปขณะที่ถูกกระแทกโดยน้ำฝนหรือน้ำที่รด หรือติดไปกับแมลงต่างๆ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการแพร่ระบาดคือช่วงที่มีความชื้นสูง 90-100 เปอร์เซ็นต์ และอุณหภูมิ 15-27 องศาเซลเซียส โดยเชื้อราชนิดนี้สามารถเข้าทำลายใบกุหลาบที่ยังอ่อนอายุ 6-14 วัน ได้ดี

                การป้องกันกำจัด

1.      ให้ทำการปรับระบบการให้น้ำไม่ให้ใบกุหลาบเปียกน้ำนานเกินกว่า 7 ชั่วโมง

2.      ทำลายเศษซากพืชที่เป็นโรค โดยเอาออกจากแปลงปลูกและเผาทำลาย

3.      การตัดแต่งกิ่งให้ถึงส่วนของเนื้อไม้ที่ยังดีอยู่ จะช่วยลดการอยู่ข้ามฤดูของเชื้อชนิดนี้ได้

4.      เมื่อพบการระบาดให้ทำการฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช ตามคำแนะนำของนักวิชาการโรคพืช

5.      ปลูกกุหลาบพันธุ์ต้านทานโรค เช่น David Thompson, Coronado เป็นต้น

6.      หลีกเลี่ยงพันธุ์อ่อนแอ เช่น  Texas Wax, Ragged Robin เป็นต้น

7.      การเลือกซื้อต้นพันธุ์ควรเลือกจากแหล่งที่ปลอดโรค

 

โรคราน้ำค้าง (Downy Mildew)

 

 

            โรคราน้ำค้าง เป็นโรคที่มักพบบนใบ ใบอ่อน สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Peronospora sparsa Berk. อาการเริ่มแรกจะเป็นแผลจุดช้ำสีเหลืองที่ผิวด้านบนของใบอ่อน ต่อมาแผลขยายขนาดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ลักษณะแผลค่อนข้างเหลี่ยม ขอบแผลสีเหลืองช่วงที่ความชื้นสูงอาจพบกลุ่มของเส้นใยและสปอร์ของเชื้อราบริเวณแผลส่วนใต้ใบ อาการรุนแรงเกิดแผลจำนวนมาก แผลลุกลามสู่ใบล่างและกระจายทั่วต้น ใบเกิดอาการบิดเบี้ยว ยอดอ่อนชะงักการเจริญเติบโต ใบยอดม้วนงอ เหี่ยวเหลือง และร่วงในที่สุด อาจพบอาการแผลสีน้ำตาลที่กิ่งและยอดอ่อน

เชื้อราสาเหตุนี้ จะแพร่ระบาดโดยสปอร์พัดปลิวไปตามลม น้ำ แมลง และสามารถอยู่ข้ามฤดูได้โดยสร้างเส้นใยและสปอร์ผนังหนาอยู่ในชิ้นส่วนที่เป็นโรค สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค คืออุณหภูมิต่ำและความชื้นสูง โดยจะไม่พบการแพร่ระบาดเมื่อความชื้นลดลงต่ำกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ และอุณหภูมิสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส

การป้องกันกำจัด

1.                          ปลูกในลักษณธการวางผังแปลงให้มีการถ่ายเทอากาศดี และได้รับแสงแดดอย่างพอเพียง เพื่อลดการสะสมความชื้นในแปลง และให้อุณหภูมิสูงกว่า 27 องศาเซลเซียส

2.                          จัดระบบการให้น้ำให้เหมาะสม

3.                          กำจัดเศษซากพืชที่เป็นโรคออกนอกแปลงปลูก นำไปเผาหรือฝัง และทำความสะอาดแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ

4.                          ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช ตามคำแนะนำของนักวิชาการโรคพืช

 

โรคราแป้ง (Powdery mildew)

 

 

            โรคราแป้งเป็นโรคที่จะแพร่ระบาดในช่วงอุณหภูมิต่ำ โดยเฉพาะฤดูหนาว สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการแพร่ระบาดของโรคราแป้งคือช่วงที่มีอุณหภูมิของเวลากลางคืน 15.5 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 90-99 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เวลากลางวันอุณหภูมิ 26.7 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 40-70 เปอร์เซ็นต์ อาการที่พบโรค ระยะแรกจะเกิดเป็นแผลจุดสีแดงบนผิวของใบ ต่อมาจะพบกลุ่มเส้นใยและสปอร์ของเชื้อราลักษณะคล้ายผงแป้งเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ และขยายวง กระจายออกไป หากอาการรุนแรงจะพบผงแป้งบนก้านใบ กิ่ง ดอก ก้านดอก ใบอ่อน กลีบดอก และลำต้น ทำให้ใบบิดเบี้ยวเสียรูปร่าง ใบเหลืองแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แห้งกรอบและร่วง

การป้องกันกำจัด

1.      ตัดแต่งกิ่ง ใบ ส่วนที่เป็นโรค เพื่อให้ทรงต้นโปร่ง

2.      ทำลายเศษซากพืชที่เป็นโรค

3.      ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช ตามคำแนะนำของนักวิชาการโรคพืช

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 43722
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)