ความรู้ ๒ แบบมี character ไม่เหมือนกัน การจัดการ tacit ยากกว่า เพราะมีบริบทเป็นตัวกำกับหรือเงื่อนไข

เมื่อวันศุกร์ที่ ๘ และวันเสาร์ที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๔ มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมการและเตรียมทีมจัดมหกรรม KM เบาหวาน-ความดันโลหิตสูง ระดับภูมิภาค ที่ห้องลีลาวดี โรงแรมรามา การ์เด้นส์ ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ กว่าดิฉันจะได้เขียนบันทึกเวลาก็ผ่านเลยมานาน (เพราะมีงานอื่นเอาเวลาไปหมด) รายละเอียดและอารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้น คงจะตกหล่นไปบ้าง

 

การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าประชุมเกือบ ๓๐ คน ดิฉันชวนทีมงานขององค์การ PATH รวม ๓ คนมาร่วมเรียนรู้ด้วย เพราะ ผศ.ดร.สายฝน เอกวรางกูร อาจารย์ของสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมจัดงานมหกรรม KM เบาหวาน-ความดันโลหิตสูง ภาคใต้ เป็นผู้รับผิดชอบงานเพศศึกษารอบด้านขององค์การ PATH ใน ๔ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งมีแผนจะจัดการประชุมแบบ KM และยังมีคุณหมอจากชมรมฟื้นฟูหัวใจมาขอสังเกตการณ์ด้วย

แรกๆ ทีมของ PATH กล่าวว่าตนเองไม่มีความรู้เรื่องเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงเลย เหมือนจะแปลกแยก แต่พอการประชุมดำเนินไปเรื่อยๆ กลับกลายเป็นว่าทุกคนดูกลมกลืนกันหมด สามารถทำกิจกรรมทุกกิจกรรมร่วมกันได้อย่างเต็มที่

ห้องประชุมถูกจัดไว้แบบสบายๆ โดยมีเก้าอี้ล้อมวงแบบตัว U พื้นที่ว่างตรงกลางปูผ้าและมีหมอนวางเรียงไว้ให้หยิบใช้ได้ง่าย ภก.เอนก ทนงหาญ และอ้อใหญ่ เปรมสุรีณ์ แสนสม รับหน้าที่ทำกิจกรรมให้ผู้เข้าประชุมได้รู้จักกันและ BAR อย่างสนุกสนาน ได้บรรยากาศความเป็นกันเอง

 

จากขวา หมอฝน ภก.เอนก อ้อใหญ่

บรรยากาศการประชุมแบบสบายๆ ช่วยให้การประชุมลื่นไหล ไม่ติดขัด

 

ในกิจกรรมไขปริศนา Tacit-Explicit Knowledge คุณธวัช หมัดเต๊ะ จาก สคส.เปิด clip คนแบกอิฐให้เราดู แล้วถามว่าดูแล้วอยากพูดอะไร พวกเราพูดกันทุกคน เช่น amazing ทำไมไม่ใช้ตะกร้า คงจะทำประจำ ต้องมีความมุ่งมั่นและสมดุลที่ดี อาจปวดหลังปวดคอ ฯลฯ

คุณธวัชชวนคุยต่อว่าความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว เรียนรู้มาจากการทำเอง ฝึกฝนจนเกิดความเชี่ยวชาญ พาคิดย้อนว่าในที่ทำงานเรามีไหมคนแบบนี้ ที่คิดทำอะไรประหลาดๆ มีอะไรที่ทำให้เขาลุกขึ้นมาทำ ถ้าเราจะให้เขาสอนให้เราทำ ไม่รู้ว่าเขาจะถ่ายทอดได้หรือเปล่า

สิ่งที่คนแบกอิฐทำเป็น knowledge ประเภทหนึ่ง มีอยู่ในที่ทำงานเยอะ แต่จัดการยาก character มันเป็นแบบนี้ มี knowledge แบบนี้เยอะในคนหน้างาน ที่ทำให้ทำงานได้ดี อาจสอนเพื่อนไม่กี่คน... ถ้าเข้าใจเมื่อกลับไปที่ทำงานจะเห็นคนแต่ละคนมีความหมายหมดเลย

ความรู้แบบนี้มีลักษณะไม่เหมือนความรู้ที่เราคุ้นเคย แต่มีความสำคัญกับการทำงาน หากแยกความรู้เป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ Explicit – Tacit ใน clip ออกในแนว tacit เกิดจากการปฏิบัติ การสั่งสมประสบการณ์ ใช้ปฏิภาณ เป็นเทคนิคเฉพาะตัว มีอยู่เยอะแต่เราไม่ค่อยได้จัดการ

ความรู้ ๒ แบบมี character ไม่เหมือนกัน การจัดการ tacit ยากกว่า เพราะมีบริบทเป็นตัวกำกับหรือเงื่อนไข ในที่แห่งหนึ่งใช้อย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่าอีกที่จะใช้ได้ผลด้วย ทั้ง ๒ ตัวจะเสริมซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ knowledge ไหนสำคัญกว่ากัน

คุณธวัชใช้ clip แทงน้ำเกลือเด็ก เป็นตัวเกริ่นนำแล้วชวนคุยว่า KM เป็นเรื่องของการจัดการความสัมพันธ์ในหน่วยงาน ความรู้อยู่ในตัวคนจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกี่ยวกับตัวคน บรรยากาศต้องเป็นกันเอง หมอนิพัธเสริมโดยใช้การทำแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายธรรมดากับแกงเขียวหวานปลากรายใส้ไข่เค็ม เป็นตัวอย่างการใช้ความรู้วิชาการและความรู้จากประสบการณ์ตรง มีวิธีคิด เทคนิคสูงขึ้นเหมือนบันไดเวียน ไม่ใช่เฉพาะความรู้ แต่มีเรื่องอื่นๆ ด้วย จิตใจ ความเป็นเพื่อน (อยากทำงานกับเขา อยากไปเยี่ยม)

วัลลา ตันตโยทัย