สงกรานต์ที่ผ่านไป

 

ออกจากวัดเขาแดง ไปตามถนนเลียบชายทะเลผ่านหมู่บ้านเขาแดง แวะหาดสามพระยาก่อนที่จะคิดไปต่อที่ไหนอีก

 

    

 

หาดสามพระยาวันนี้ ต่างจากวันก่อน ๆ เพราะในช่วงเทศกาลจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่มาพักผ่อนหย่อนใจกันมาก มีทั้งมากางเต็นท์พักค้างแรม และมีทั้งมาชั่วครู่แล้วผ่านไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อื่น  หลายครอบครัวนำอาหารมารับประทานกัน  บางครอบครัวก็มาทำอาหารง่าย ๆ แบบ ปิ้ง  ย่าง  แต่บรรยากาศทั่วไปก็ยังคงความสงบ ไม่วุ่นวายเหมือนกับชายหาดบางแห่ง

 

     

 

นั่งดูเขาเล่นน้ำทะเลกันสักพัก คุณมะเดื่อก็จึงขับรถต่อไปทางเหนือของหาดสามพระยา ตรงไปยังคุ้งโตนด อันเป็นที่ตั้งของ "ถ้ำไทร " สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่ง  ซึ่งคุณมะเดื่อไม่ได้ไปนานแล้ว

 

 

 

ป้ายบอกระยะทางตรงทางขึ้นถ้ำไทร บอกว่า 280 เมตร  แต่เพราะทางขึ้นชันมาก ถึงแม้จะเป็นทางขึ้นที่มีหินที่เหมือนบันไดให้ปีนขึ้นไปได้สะดวก  แต่นักท่องเที่ยวที่เดินขึ้นไปพร้อม ๆ คุณมะเดื่อ (ซึ่งอาจจะยังไม่เคยขึ้นไปชมถ้ำไทรมาก่อนก็ได้)  เมื่อเจอทางชัน ๆ เข้า ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า " 280 เมตรแน่หรือ  ไม่ใช่ 2,800 เมตรนะ"

 

  

 

ปีนป่ายขึ้นไปตามทางที่มีก้อนหินเป็นขั้นบันได พอเหนื่อยนัก ก็พักเอาแรงระหว่างทาง  วันนั้นมีทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่พิสูจน์กำลังขาขึ้นถ้ำไทรกัน  ระหว่างที่นั่งพัก หรือระหว่างทางที่ป่ายปีนขึ้นไป ก็จะมีจุดชมวิวเป็นระยะ ๆ ให้มองไปทางชายหาดหน้าทางขึ้นถ้ำ เป็นภาพที่สวยงาม สบายตา  หายเหนื่อยได้

 

  

 

ไม่ช้าไม่นาน (นั่งบ้างปีนบ้าง สักครึ่งชั่วโมง)  ก็มาถึงบริเวณปากถ้ำไทร นั่งพักรับลมเย็น ๆ ที่เย็นสบายจริง ๆ ตรงปากถ้ำสักครู่ ก็ลงไปในถ้ำ ซึ่งแบ่งเป็นสองคูหาใหญ่ ๆ คูหาแรก คล้าย ๆ ถ้ำพระยานคร คือ ด้านบนเพดานถ้ำ จะมีหินถล่มลงมา ทำให้เห็นเป็นปากปล่อง มองเห็นท้องฟ้าด้านบน  มีแสงสว่างมองเห็นได้ทั่ว

 

 

 

ถ้ำไทร ได้ชื่อว่า เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมาก  ในห้องโถงคูหาแรกของถ้ำนี้ตรงปากถ้ำก็มีให้ดูแล้ว (เหมือนในภาพ ) แต่ที่วิจิตรพิสดารงดงามมาก ๆ ก็ต้องเป็นคูหาที่สองของถ้ำด้านใน ซึ่งมืดมาก การเข้าชมต้องมีตะเกียง  หรือ ไฟฉาย หรือ ไฟส่องทางเข้าไปจึงจะได้เห็น  ท่านที่จะเข้าชมหินงอก หินย้อยที่วิจิตรพิสดารของถ้ำไทร หากไม่มีไฟฉาย หรือตะเกียงไปเอง ก็เช่าได้ตรงทางขึ้นถ้ำ หรือจะให้ดีควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเขาสามร้อยยอดให้พาชม เขาจะมีตะเกียงและอธิบายให้เราฟังอีกด้วย ว่าตรงไหนเรียกว่าอะไร และจะปลอดภัยอีกด้วยจ้ะ เพราะเขาจะคุ้นกับสถานที่ที่สุด

 

                     

 

คุณมะเดื่อเคยลงไปชมความสวยงามของถ้ำไทรสามสี่ครั้งแล้ว ตั้งแต่ ถ้ำไทรยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย  ตอนนั้น หินงอกหินย้อยในถ้ำไทรสวยงามที่สุด เมื่อกระทบกับแสงไฟ จะเป็นประกายวูบวาบเหมือนแสงเพชรแสงพลอย  แต่มาระยะหลัง ๆ นี้ ไม่สวยนักเพราะมีคนไปเที่ยวชมกันเยอะ เอามือไปลูบไปสัมผัสทำให้หินงอกหินย้อยมันตาย ไม่ค่อยมีแสงวูบวาบ

       ไปถ้ำไทรครั้งนี้ คุณมะเดื่อไม่ได้ตั้งใจไป จึงไม่ได้เตรียมไฟฉายไป อีกอย่างเพราะเคยลงไปในคูหาที่สองนั้นมาแล้ว จึงนั่งรับลมที่ปากถ้ำสักครู่แล้วลงจากถ้ำ  ขาลงสบาย ไม่เหนื่อย  แป๊บเดียวก็ถึงชายหาด ต้องบอกท่านผู้อ่านว่า หากฝนตกหรือหน้าฝน ไม่ควรปีนขึ้นถ้ำไทร  เพราะหินตลอดทางขึ้นจะลื่นมาก ๆ อันตรายสุด ๆ  ลงจากถ้ำก็หาส้มตำกิน ส้มตำที่ทางขึ้นถ้ำอร่อยดีนะ  ( เอ..หรือเพราะคุณมะเดื่อใช้แรงมาก และหิวมาก ๆ ก็ไม่รู้นะ  ) พักสักครู่ แล้วกลับบ้าน

                                จบ..สงกรานต์ปีนี้กับคุณมะเดื่อ

                                    ......................................