มีผู้กล่าวว่า อยากมีความสุข ก็ต้องทำตัวและใจกลับไปเป็นสู่วัยเด็กอีกครั้ง

  วันนี้ผู้เขียนชวนน้องอีกสองคน มาทำแผนที่เดินดินกัน จากที่ อสม. ทำกันคนละละแวกแล้ว มีกระดาษวาดเขียนแผ่นใหญ่สำหรับลงวาดจริง มีดินสอ ดินสอสี และสีเทียน

 จากนั้นเราก็เริ่มนำแผนที่แต่ละส่วน มาประกอบ และวาดลงบนกระดาษแผ่นใหญ่ ทุกเส้นสายที่ลากไป เหมือนเรากำลังท่องไปในหมู่บ้านของเราอีกครั้ง และจดจำได้ดีทีเดียว ตรงนี้ป่าไม้ ตรงนี้ลำคลอง นี่บ้านของ....พี่ ป้า น้า อา....

  เรานอนเกลือกกลิ้ง เหมือนเด็กๆ เดี๋ยววาด เดี๋ยวลบ บางครั้งก็นึกขำว่า เรานี่เหมือนเทวดาเลย มองลงมาเห็นทั้งหมู่บ้าน กางฝ่ามือลงไป ก็สามารถปิดคลุมบ้านนับร้อยหลัง เหมือนทุกอย่างอยู่ในกำมือเรา

  ขั้นตอนระบายสีนี่ เป็นการสร้างสรรค์สุดๆ จินตนาการแต่ละคน ก็หลากสไตน์ แปลก ขณะระบายสี เรื่องที่เราพูดคุยกัน กลับเป็นเรื่องสมัยเด็กๆ  เช่น ชอบเข้าไปใต้ถุนโรงเรียนเพื่อหาดินสอหักๆ บ้างก็ชอบวาดเสื้อผ้า แล้วตัดเป็นชุด นำไปใส่ให้รูปวาดของคนอีกที แล้วก็มีทั้งเรื่องขนมนมเนยที่ชอบ น้ำแข็งไสราดน้ำหวาน อร่อยที่สุด ใครมาเห็นมาได้ยินพวกเราตอนนี้  คงนึกว่าเด็กๆคุยกัน

  มีผู้กล่าวว่า อยากมีความสุข ก็ต้องทำตัวและใจกลับไปเป็นสู่วัยเด็กอีกครั้ง แล้วจะได้คิดว่า เราทิ้งความรู้สึกที่แสนสุขเหล่านี้ ไปทำไม ทิ้งไปนานเท่าไหร่แล้วนี่ ยิ่งโตเราก็ยิ่งปรุงแต่งจิตใจตัวเอง ยิ้มยาก คุยไม่สนุก จะปล่อยอารมณ์สุดโต่งออกไป ก็ดูจะไม่เหมาะ ไม่ควรทั้งสิ้น ลืมวิธีการหัวเราะจนน้ำตาไหล ลืมง้อเพื่อน ลืมการขอโทษแบบง่ายๆ เพราะอยากเล่นด้วยกับเขา ลืมแบ่งของกินที่มีเพียงน้อยนิดให้ทั่วถึงทั้งกลุ่ม....

  วันนี้ผู้เขียนมีความผาสุกในหัวใจ ได้นอนกับพื้นสะอาดๆเย็นๆ เขียนระบายสี ที่มีมากถึง 24 เฉดสี ซึ่งสมัยก่อนมีเพียง 12 สีเท่านั้นเองมีขนมอยู่กลางวง และที่สำคัญ มีคนซุ่มซ่าม ชนแก้วน้ำหกกระจายด้วยค่ะ

 มือเขียนแผนที่ แต่ใจกลับมองย้อนเห็นแผนที่ชีวิตของตน

 เป็นเรื่องเล่า เบาสมอง หลังสงกรานต์ค่ะ