การจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
มีคำถามว่า "หนี้" คืออะไร มีคำอธิบายหลายประการทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ หากเป็นในเชิงลบก็คือภาระที่ต้องสร้างเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดกับสภาวะเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน ซึ่งทุกคนก็มีกัน และเป็นความยุ่งยากเมื่อมีหนี้แล้วจะต้องกระวนกระวายเพื่อหาทางชำระหนี้ในทุกช่องทางทั้งที่สุจริตหรือทุจริต แต่ในทางบวกก็เป็นการนำรายได้ในอนาคต มาใช้จ่ายในปัจจุบัน ตัวเองจะต้องขยันให้มากขึ้นและลดรายจ่ายให้น้อยลง เพื่อให้ตัวเลข "หนี้"ลดลงตามมา และนำเงินที่เป็นหนี้ไปใช้จ่ายในทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัว
ปัจจุบันทุกอาชีพทั้งราชการและเอกชนต่างก็มีหนี้ ถึงแม้กระทั่งคำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง"จะดังก้องอยู่ในใจ ซึ่งอาชีพหนึ่งคือ ครู ที่มีการกล่าวขานว่าเป็นอาชีพที่มีหนี้ มากอาชีพหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่ามากที่สุดหรือไม่
ดูข้อมูลจาก มติชน ที่ นายพิษณุ ตุลสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบตามนโยบายนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า คณะทำงานเพื่อจัดทำคู่มือมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ได้สำรวจหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 444,010 คน พบว่าแหล่งเงินกู้ที่สำคัญของการเป็นหนี้สินของครู ได้แก่
1.สหกรณ์ออมทรัพย์ครูซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ 87 แห่ง มีสมาชิกที่เป็นหนี้สหกรณ์ 467,143 รายจากสมาชิกทั้งหมด 647,053 ราย มีวงเงินกู้ยืม 766,081 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นไปตามที่คณะกรรมการดำเนินงานของแต่ละสหกรณ์กำหนดสูงสุดร้อยละ 8.20 ต่อปีและต่ำสุด 2.20 ต่อปี มีการกู้เงินทุนหมุนเวียนระหว่างสหกรณ์ โดยวัตถุประสงค์ของการกู้เงิน เช่น กู้เพื่อไปลงทุนทำธุรกิจ ทำไร่/นา/สวน ซื้อรถยนต์ ปืน กู้ฉุกเฉินกรณีจำเป็น ทั้งนี้ มีสมาชิกที่มีปัญหาการชำระส่งคืนจำนวน27,557 คน หรือร้อยละ 5.89 ของผู้กู้
2.โครงการพัฒนาชีวิตครู เป็นโครงการร่วมระหว่าง ศธ.กับธนาคารออมสินและกลุ่มเครือข่ายพัฒนาชีวิตครู มีสมาชิก 1,571 กลุ่มใหญ่ คิดเป็น93,140 คน มียอดเงินกู้ที่อนุมัติแล้ว 111,315 ล้านบาท และสมาชิกมีปัญหาชำระคืน435 คน
3.สินเชื่อโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.และช.พ.ส.ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) มีสมาชิกช.พ.ค.จำนวน 837,165 คน สมาชิก ช.พ.ส.382,812 คน มีการกู้เงินในโครงการ ช.พ.ค.1-5 รวมจำนวน 152,846 ล้านบาท จำนวนผู้กู้431,709 คน
4.โครงการหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ยอดเงินกู้ที่อนุมัติ272 ล้านบาท มีผู้กู้ที่มีปัญหาในการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 675 ราย
5.แหล่งเงินกู้อื่นที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ เช่น บัตรเครดิตเงินกู้จากการผ่อนสินค้า เป็นต้น
ซึ่งคณะทำงานได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินทั้งหมดไปให้นายชินวรณ์พิจารณาแล้ว โดยจำแนกครูออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เป็นหนี้แต่ไม่เดือดร้อน มีความสามารถชำระหนี้ได้ กลุ่มที่เป็นหนี้และมีปัญหาสภาพคล่องต้องแบกภาระการชำระหนี้ในอัตราดอกเบี้ยที่สูง ควรได้รับการช่วยเหลือในเรื่องแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า โดยกลุ่มนี้มีปัญหาแต่ก็ไม่รุนแรง และกลุ่มที่เป็นหนี้และมีปัญหาในการชำระหนี้ หรือมีปัญหาอยู่ในขั้นวิกฤต มีจำนวน 28,677 คน
ทราบว่า รวมจำนวนหนี้สินของครูทั้งสิ้น 1 ล้านล้านบาท ซึ่งมีการเสนอนายชินวรณ์ไปแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าที่ ศธ.จะเข้ามาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีการระบุว่าจะให้กระทรวงการคลังเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาด้วย
อ่านแล้วอดชื่นชมอาชีพครู ที่สามารถบริหารรายได้ในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยม แต่อีกมุมมอง หากหนี้ทำให้การทำงานไม่เต็มร้อย เป็นภาระ ต้องหาอาชีพอื่นมาเสริม สอนนักเรียนไม่เต็มที่ หรือหาช่องทางในการทุจริต ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เป็นหนี้ตั้ง 1,000,000,000,000 บาท จากครูประมาณ 600,000 คน