วิทยาศาสตร์ เป็นส่วนหนึ่งของพุทธศาสนาเท่านั้นเอง..

มวลมนุษยชาติต้องการแสวงหาความสุขที่แท้จริง แล้วอะไรเล่าจะตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้อย่างแท้จริง.. หากมิใช่ "พระพุทธศาสนา"
มีนักวิชาการหลายท่านได้ชื่นชมยกย่องว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งวิทยาศาสตร์ซึ่งตามหลักความเป็นจริงแล้ว วิทยาศาสตร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพุทธศาสนาเท่านั้นเองหากแต่เมื่อพูดถึงคำว่า "วิทยาศาสตร์"แล้วจะทำให้ได้รับการยอมรับจากส้งคมปัจจุบัน ซึ่งในทัศนคติของผู้เขียนมีความเห็นว่าที่จริงแล้ว "วิทยาศาสตร์"เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพระพุทธศาสนาเท่านั้นเอง หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา เป็นหลักสัจธรรมเป็นความจริง เป็นวิถีชีวิต เชิญชวนให้เข้ามาสัมผัสและปฏิบัติ มิใด้ส่งเสริมให้มนุษย์มีความคาดหวังกับอำนาจเหนือตนเองแต่อย่างใด..
ฉะนั้น หากจะยกย่อง เชิดชู พระพุทธศาสนาแล้ว ควรที่จะทำการศึกษาหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาแล้วช่วยกันอธิบายให้เห็นว่า วิทยาศาสตร์ที่เราให้ความเชื่อมั่นในกระบวนการแสวงหาความรู้นั้น แท้ที่จริงเป็นส่วนหนึ่งของพระพุทธศาสนาเท่านั้นเอง
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
นำเสนอผลงานวิจัยปี 54
นมัสการเจ้าค่ะ
ใครก็ตามที่ได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา
แล้วปฏิบัติตาม ก็จะมีชีวิตที่มีความสุข
ขอบพระคุณเจ้าค่ะ
อนุโมทนา..หากมีเวลาขอเชิญชวนติดตามฟังรายการธรรมทางสถานีวิทยุ AM 963 พล.ม.2 รายการเสียงธรรมจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและรายการโทรทัศน์ WBTV ทุกวันเสาร์เวลา 10.00 -11.00 น. โอกาสหน้าจะนำมาขึ้นเวปให้แบ่งปันความสุขที่เกิดจากการฟังธรรมให้กับมวลสมาชิกเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรุ้ต่อไป
นมัสการครับ
ในความคิดเห็นของกระผมนั้น พระพุทธศาสนาเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์
นั่นคือ แม้นหากมีบางอย่างที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจหาคำตอบในขณะนี้ได้
แต่ พุทธศาสนา ได้มีหนทางหาคำตอบนั้นไว้แล้ว...
อนุโมทนา..เห็นด้วยอย่างยิ่งในหลักการ
สาธุ..
อ.แฟรงค์ พูดถูกครับวิทยาศาสตร์ ศาสนา มนุษย์
ความโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นมันมีค่าสูงยิ่งนัก กว่าจะเกิดมาก็ยาก กว่าจะโตก็ยาก แถมเกิดมาแล้วก็มามัวหลงกับกิเลส ตัณหา ราคะ อีก 108 (หรือมากกว่า) จะเอาอะไรจากชีวิตนี้ไม่ได้เลย หวังอะไรมากไปไม่ได้เลย.... มีอย่างเดียว ต้องทำดี ทำเพื่อส่วนรวม ระลึกถึงความตายทุกลมหายใจ คิดดี พูดดี ทำนี้ ทำใจให้สงบ เป็นพอครับ