ระหว่างที่ผมขับรถไปส่งท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ที่สนามบินพิษณุโลกท่านได้ฝากให้ผมช่วยสื่อสารไปยังผู้รับผิดชอบเครือข่ายต่อด้วยว่า “ความต่อเนื่องเป็นเรื่องสำคัญ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่มีความสำคัญอย่างนี้ต้องทำแบบ “เอาจริงและกัดไม่ปล่อย” จึงจะได้ผล

         สืบเนื่องจากโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การจัดการความรู้ของเครือข่ายการพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทยเขตภาคเหนือ” ครับ <Link>

         ความรู้สึกรับรู้กับการจัดงานจะต่างกันไปในแต่ละคนครับ สำหรับตัวผมเองแล้ว ผมทุ่มเทกับงานนี้มากไม่ต่างกับ “งานนเรศวรวิจัย” เลยทีเดียวทั้ง ๆ ที่ตัวผมเองจริง ๆ แล้วไม่ใช่บุคคลหรือหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อโครงการนี้เลย

         ผมและทีมงานได้รับการทาบทามให้ไปช่วยเป็นวิทยากรกระบวนการ ซึ่งเมื่อเห็น “ชื่องาน” แล้วเราอาสาไปช่วยเต็มที่โดยไม่ขอรับค่าตอบแทนใด ๆ จากหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ เรียกว่ายกทีมไปช่วยกันด้วยใจจริง ๆ แถมยังไปรบกวนท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ (ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช) มาช่วยด้วยอีกหนึ่งท่าน ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านแทนพวกเราทุกคน ณ ที่นี้อีกครั้ง ในความกรุณาของท่าน

         ชื่องานเกี่ยวกับ “KM” และเกี่ยวกับ “บัณฑิตอุดมคติไทย” ตามความรู้สึกของผมนั้นมันยิ่งใหญ่เหลือเกิน แถมงานนี้จัดในฐานะเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในเขตภาคเหนือ (ทั้งหมดประมาณ 50 สถาบัน) ด้วยยิ่งแล้วยิ่งน่าทุ่มเทมาก

         ระหว่างที่ผมขับรถไปส่งท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ที่สนามบินพิษณุโลกท่านได้ฝากให้ผมช่วยสื่อสารไปยังผู้รับผิดชอบเครือข่ายต่อด้วยว่า “ความต่อเนื่องเป็นเรื่องสำคัญ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่มีความสำคัญอย่างนี้ต้องทำแบบ “เอาจริงและกัดไม่ปล่อย” จึงจะได้ผล

         ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์และทีมงานของผมได้มาช่วย “เริ่มต้น” กระบวนการ KM ให้กับเครือข่ายบัณฑิตอุดมคติไทยแล้ว ส่วนที่เหลือนั้นสำคัญยิ่งกว่าคือ “การช่วยกันสานต่อ” ให้ภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้ยังคงดำเนินต่อไปได้ด้วยดี เพื่อเยาวชนที่เป็นอนาคตของประเทศชาติครับ

         วิบูลย์  วัฒนาธร