
ผมได้ดูภาพยนต์เรื่อง นานกิง 1937
ซึ่งได้ถ่ายทอดประวัติศาสตร์เหตุการณ์อันขมขื่น
ของบรรดาทหารจากแดนพระอาทิตย์ ได้กระทำ
ต่อพลเรือนชาวจีน อย่างทารุณโหดร้ายป่าเถื่อน
โดยข่มขืนผู้หญิงมากกว่า แปดหมื่นคน และจัดการ
สังหารพลเรือนกว่าสามแสนคน จากภาพยนต์เรื่องนี้
ผมได้ทำการสืบค้นต่อไปว่า ประวัติศาสตร์จริง ๆ นั้นเป็นอย่างไร
ทำให้คิดถึงกระบวนการจัดการความรู้ขึ้นมาทันที
กระบวนการจัดการความรู้มักจะเริ่มที่ระบบโครงสร้างก่อน
ระบบโครงสร้างอุดมการณ์ของญี่ปุ่น คล้ายกับความคิด
ของเยอรมันที่ว่า เชื้อชาติตนเองดีกว่าเชื้อชาติอื่น
หรือชาตินิยมนั่นเอง เมื่อสร้างอุดมการณ์ขึ้นมาแล้ว
ก็สร้างวิถีการปฏิบัติขึ้นมา เป็นโครงสร้างตามลำดับขั้น
คือผู้ที่อยู่โครงสร้างด้านบน เป็นผู้กำหนด ตัดสิน เรื่อง
การปฏิบัติให้กับระบบรอง ๆ ขึ้นมา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ
เป้าหมายของการจัดการความรู้ก็คือ ประสิทธิภาพที่สามารถ
สั่งการแล้วได้ผลตามที่ผู้ีทีอยู่โครงสร้างส่วนบนได้ทำการจัดการ
ความรู้ชนิดนั้น นอกจากนั้นแล้วการวางแผนที่จะดำเนินการ
กับเมืองนานกิง นั้นเกิดจากการวางแผนจากโครงสร้างส่วนบน
ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นจากการหมุนเกลียวความรู้ที่นานกิง
ก็คือมองไม่เห็นมนุษย์และผู้คนอยู่ในกระบวนการของความรู้
คำสั่งของโครงสร้างส่วนบนสำัคัญที่สุด ประกอบกับอุดมการณ์
ชาตินิยมที่ปลุกขึ้น ทำให้ทหารชาวอาทิตย์อุทัย ไม่เห็นสิ่ง
ที่เรียกว่า คน แต่เห็นสิ่งที่เรียกว่า การจัดการตามเป้าหมาย
การจัดการผู้หญิงให้เหลือแค่ การบำบัดความใคร่ การจัดการ
กับเชลยศึกจำนวนมากด้วยวิธีการจัดการแบบไม่เห็นคน
และยังแฝงด้วยจิตวิทยาการจัดการ หลอกคนไปด้วยวิธีต่าง ๆ
สุดท้ายก็นำไปฆ่า เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ทีมีประิสิทธิภาพ
ทีีมีแต่คนในองค์กรเป็นผู้ค้ำยันความรู้
แม้ว่านายทหารบางคนจะเริ่มรู้สึกมีความเป็นมนุษย์อยู่บ้างบางครั้ง
แต่ก็ไ่ม่สามารถทำอะไรได้ เพราะสิ่งที่เรียกว่า ระบบการจัดการ
ซึ่งเข้าครอบงำทั้งสมองและวิธีปฏิบัติ ทำให้มองไม่เห็นมนุษย์
ในฐานะที่เป็นผู้คน เห็นเป็นแค่ object หรือสิ่งของใด สิ่งของหนึ่ง
ซึ่งจะัจัดการอย่างไรก็ได้
การที่เรียกกระบวนการที่กระทำที่นานกิงเป็นกระบวนการจัดการความรู้
ก็เพราะว่า เป็นกระบวนการที่ทำงานร่วมกัน(โครงสร้าง) ดำเนินงานโดย
ผู้ปฏิบัติงานในองค์กร (ทหาร)ทุกระดับ มีเป้าหมายเพื่อประิสิทธิภาพ
ผลสัมฤทธิ์ เช่นประสิทธิภาพของจำนวนการจัดการเป้าหมายให้เสียชีวิต
หรือนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น บำบัดความใคร่ ฯลฯ
จาก การหมุนเกลียวความรู้ที่นานกิง มาหมุนเกลียวความรู้ในระบบ
บริหารจัดการความรู้ของเรานั้น ได้ใส่ "ความเป็นมนุษย์" ในกระบวนการ
จัดการความรู้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ใส่ก็เป็นแค่การหมุนเกลียวความรู้
ที่นานกิง หรือไม่ก็เป็นระบบการจัดการพลังนิวเคลียร์ ที่ไม่เห็น
มนุษย์อยู่ในกระบวนการ เป็นแค่ผู้บริโภค ไม่ใช่คน
วันนี้คุณหมุนเกลียวความรู้แบบไหน
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะท่านผอ.
สบายดีนะคะ เป็นไงบ้างคะกับช่วงเวลาปิดเทอมกำลังจะผ่านไป เตรียมต้อนรับเปิดเทอมใหม่ ส่งกำลังใจค่ะ
ขอบคุณบันทึกอันลุ่มลึก เปี่ยมความหมาย ได้มุมคิดค่ะ