บทที่ 4
ผลการวิจัย
จากการศึกษาวิจัยเพื่อมุ่งพัฒนาจริยธรรมต่อสิ่งแวดล้อมของนิสิตสาขาวิชาเอกการสอนสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ที่ได้ลงทะเบียนเรียนรายวิชาการศึกษากับสิ่งแวดล้อม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2547 โดยการใช้แนวทางการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม และดำเนินการศึกษาวิจัยในระยะเวลา 18 คาบ สามารถนำเสนอผลการวิจัยได้ใน 4 ประเด็นดังนี้
ตอนที่ 1 ด้านความตระหนักต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อม
ตอนที่ 2 ด้านจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม
ตอนที่ 3 ด้านพฤติกรรมการปฏิบัติในการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ตอนที่ 4 ด้านความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
ตอนที่ 1 ด้านความตระหนักต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อม
สำหรับผลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้ด้านความตระหนักต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของนิสิต ได้นำเสนอในลักษณะของการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของระดับความรู้สึกตระหนักของนิสิตต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยสถิติ t – test ผลการวิเคราะห์มีดังนี้
ระยะเวลา (ก่อน / หลัง) N X Sd df S t - value
ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม 16 3.81 .29 15 .445 5.14 **
หลังเข้าร่วมกิจกรรม 16 4.93 .21 15
หมายเหตุ ** P < 0.05
ตารางที่ 1 แสดงค่าเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความตระหนักต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของนิสิตก่อนเรียนและหลังเรียน
จากตารางที่ 1 พบว่า หลังการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมนิสิตมีความตระหนักต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในระดับมากที่สุด สูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรม อย่างมีระดับนัยสำคัญที่ระดับ 0.05
ตอนที่ 2 ด้านจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม
จากการเปรียบเทียบการพัฒนาระดับขั้นของจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมของนิสิตก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยสถิติ t – test ผลการวิเคราะห์มีดังนี้
|
ระดับขั้นของจิตสำนึก |
ก่อนเรียน |
หลังเรียน |
|
1. ระดับพอใจรับรู้ |
3 = 18.75 % |
0 = 0 % |
|
2.ระดับเต็มใจตอบสนอง |
7 = 43.75 % |
2 = 12.50 % |
|
3. ระดับเห็นคุณค่า |
4 = 25.00% |
7 = 43.75 % |
|
4. ระดับจัดระบบ |
2 = 12.50 % |
7 = 43.75 % |
|
ค่าจำนวนประชาการ (N) |
16 |
16 |
|
ค่า S |
1.68 |
|
|
ค่า T – value |
2.38 ** |
|
หมายเหตุ ** P < 0.05
ตารางที่ 2 แสดงค่าเปรียบเทียบผลการพัฒนาระดับขั้นของจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมของนิสิตก่อนเรียนและหลังเรียน
จากตารางที่ 2 พบว่า หลังการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมนิสิตมีการพัฒนาระดับขั้นของจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีระดับนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ทั้งนี้ นิสิตได้มีการพัฒนาระดับขั้นของจิตสำนึกสูงขึ้น จากเดิมซึ่งนิสิตส่วนใหญ่มีระดับขั้นจิตสำนักในระดับตอบสนอง ภายหลังการเรียนได้พัฒนาเป็นระดับขั้นการจัดระบบคุณค่าและการจัดระบบ ดังมีรายละเอียดคือ
ก่อนการเรียน นิสิตร้อยละ 25 มีขั้นจิตสำนึกในระดับเห็นคุณค่า ต่อมาได้พัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 43.75 และ ร้อยละ 12.5 ซึ่งมีขั้นระดับจิตสำนึกในระดับจัดระบบ ได้พัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 43.75 ในขณะที่ในระดับขั้นของการเต็มใจตอบสนองซึ่งก่อนเรียนรู้พบว่ามีร้อยละ 43.75 ได้ลดลงเป็นร้อยละ 12.50 ส่วนระดับขั้นการพอใจรับรู้ซึ่งถือว่าเป็นขั้นต่ำสุดนั้นจากเดิมมีร้อยละ 18.75 ได้ลดลงเป็นร้อยละ 0
ตอนที่ 3 ด้านพฤติกรรมการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
สำหรับผลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้ด้านพฤติกรรมการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของนิสิต ได้นำเสนอ ในลักษณะของการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของระดับการปฏิบัติของนิสิตเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยสถิติ t – test ผลการวิเคราะห์มีดังนี้
ระยะเวลา (ก่อน / หลัง) N X Sd df S t - value
ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม 16 4.31 .61 15 .228 6.89 **
หลังเข้าร่วมกิจกรรม 16 4.73 .26 15
หมายเหตุ ** P < 0.05
ตารางที่ 1 แสดงค่าเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยลักษณะพฤติกรรมการปฏิบัติด้านการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของนิสิตก่อนเรียนและหลังเรียน
จากตารางที่ 1 พบว่า หลังการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมนิสิตมีลักษณะพฤติกรรมการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระดับมากที่สุด สูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรม อย่างมีระดับนัยสำคัญที่ระดับ 0.05
ตอนที่ 4 ด้านความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
ลำดับที่ |
ลักษณะกิจกรรม |
ระดับความรู้สึก |
ความหมาย |
อัน ดับ |
|
|
X |
SD |
||||
|
1 |
การแบ่งกลุ่มเพื่อการระดมความคิดเห็น |
4.71 |
0.68 |
มากที่สุด |
2 |
|
2 |
การวิเคราะห์สายใยสัมพันธ์สิ่งแวดล้อมด้วยเทคนิค Matrix |
4.62 |
0.44 |
มากที่สุด |
3 |
|
3 |
การวิเคราะห์ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยเทคนิค Fish bone |
4.50 |
0.56 |
มากที่สุด |
4 |
|
4 |
การวิเคราะห์วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ด้วยเทคนิค LCA |
4.71 |
0.48 |
มากที่สุด |
2 |
|
5 |
การศึกษาดูงานการจัดการทรัพยากรป่าไม้ด้วยชุมบทปฏิบัติการ ณ หมู่บ้านป่าสักงาม |
4.81 |
0.61 |
มากที่สุด |
1 |
|
6 |
การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น |
4.50 |
0.47 |
มากที่สุด |
4 |
|
7 |
การทำบันทึกบทวิเคราะห์การเรียนรู้ (Learning log) |
4.43 |
0.53 |
มาก |
5 |
|
8 |
การสรุปบทเรียน |
4.43 |
0.48 |
มาก |
5 |
|
9 |
กิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย |
4.43 |
0.82 |
มาก |
5 |
|
|
ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจต่อกิจกรรม |
4.57 |
0.53 |
มากที่สุด |
|
ตารางที่ 4 แสดงค่าเฉลี่ยความรู้สึกพึงพอใจของนิสิตต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาจริยธรรมต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งนำเสนอในรูปแบบร้อยละและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
จากการศึกษาถึงความรู้สึกพึงพอใจของนิสิตต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ จำนวน 9 กิจกรรม พบว่า นิสิตมีความรู้สึกพึงพอใจต่อกิจกรรมต่าง ๆ ระดับมากที่สุด โดยมีระดับค่าเฉลี่ยที่ 4.57 ซึ่งสามารถจำแนกลำดับของความพึงพอใจจากมากไปหาน้อยตามอันดับดังนี้
กิจกรรมที่ชอบมากที่สุดประกอบด้วย การศึกษาดูงานการจัดการทรัพยากรป่าไม้ ด้วยชุดบทปฏิบัติการ ณ หมู่บ้านป่าสักงาม อ.ดอยสะเก็ด การแบ่งกลุ่มเพื่อระดมความคิดเห็น การวิเคราะห์วงจรผลิตภัณฑ์ ด้วยเทคนิค LCA การวิเคราะห์สายใยสัมพันธ์สิ่งแวดล้อมด้วยเทคนิค Matrix และการวิเคราะห์ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยเทคนิค Fish bone
กิจกรรมที่ชอบมากประกอบด้วย การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น การสรุปบทเรียน การทำบันทึกบทวิเคราะห์การเรียนรู้ (Learning log) และกิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย
นอกจากนั้นจากการสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ผู้วิจัยพบว่า นิสิตส่วนใหญ่มีความสนใจในการเรียนเป็นอย่างดียิ่ง คือ ให้ความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่มีการนำงานอื่นขึ้นมาทำในขณะที่เรียน มีการพูดคุยแสดงความคิดเห็นได้อย่างถูกต้อง มีเหตุผล รวมทั้งมีการบอกเล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องสิ่งแวดล้อมระหว่างกันด้วยความสนใจ และมีการตั้งคำถามเพื่อการอภิปรายร่วมกันอย่างเหมาะสม รวมทั้งยังแสดงความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษานอกสถานที่ ซึ่งกำหนดให้มีการศึกษาด้วยชุดบทปฏิบัติการ เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรป่าไม้ ณ หมู่บ้านป่าสักงาม อ.ดอยสะเก็ด นิสิตมีความกระตือรือร้นในการเตรียมตัว ให้ความสนใจซักถามเกี่ยวกับสถานที่ และมีความพร้อมเพรียงในการเดินทาง อีกทั้งเมื่อเดินทางไปถึงยังจุดศึกษานิสิตแต่ละรูปได้ให้ความสนใจ ซักถามประสบการณ์ต่าง ๆ จากวิทยากรในชุมชน มีการจดบันทึกความรู้ที่ได้รับและสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อการสรุปบทเรียนได้อย่างถูกต้อง
สิ่งที่สะท้อนสำคัญที่แสดงถึงพฤติกรรมการเรียนรู้เฉพาะบุคคลของนิสิตคือ ผลจากการบันทึกบทวิเคราะห์การเรียนรู้ (Learning log) ที่ผู้วิจัยได้มอบหมายให้นิสิตจะต้องทำการบันทึกบทวิเคราะห์ในทุกครั้งของการร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชา ซึ่งพบว่า นิสิตทุกรูปได้มีความตั้งใจในการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย และสามารถสรุปสาระการเรียนรู้ รวมทั้งมีการวิเคราะห์เนื้อหาและการเชื่อมโยงถึงแนวทางการนำไปประยกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง
สำหรับพฤติกรรมการทำงานกลุ่มพบว่า นิสิตทุกรูปในกลุ่มมีการแบ่งหน้าที่ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการวางแผนงานร่วมกัน เน้นการประสานความสามารถที่เป็นศักยภาพของแต่ละบุคคลเข้าหากันอย่างเหมาะสม มีการยอมรับฟังความคิดเห็นระหว่างกัน มีการเสียสละแบ่งปันระหว่างกัน ทำให้สามารถปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จตามเวลาที่กำหนดและมีคุณภาพ ดังจะปรากฏชัดจากชิ้นงานที่นำเสนอ