บทที่ 3
วิธีการดำเนินงาน
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลการพัฒนาจริยธรรม
ต่อสิ่งแวดล้อมโดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม กรณีศึกษานิสิตชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาการศึกษากับสิ่งแวดล้อม ปีการศึกษา 2547 โดยผู้วิจัยมุ่งเสนอให้เห็นภาพของปรากฏการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะพฤติกรรมเชิงจริยธรรมด้านสิ่งแวดล้อมผู้เรียนก่อนและหลังการเรียน ซึ่งลักษณะของพฤติกรรมเชิงจริยธรรม ในที่นี้จะหมายถึง ความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมด้านสถานการณ์สิ่งแวดล้อม และ พฤติกรรมการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เลือกใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงกึ่งทดลอง (Quasi Experimental Research) สำหรับวิธีการในการดำเนินการศึกษาวิจัยนั้น ผู้วิจัยได้กำหนดขั้นตอนไว้ดังนี้
1. การศึกษาข้อมูลจากเอกสาร
2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
3. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
4. วิธีการดำเนินการวิจัย
5. การวิเคราะห์ข้อมูล
1. การศึกษาข้อมูลจากเอกสาร
ผู้วิจัยได้เตรียมตัวด้านความรู้ ความสามารถทางด้านวิชาการ โดยผู้วิจัยได้ศึกษาความรู้จากเอกสาร ตำราต่าง ๆ เกี่ยวกับแนวคิดและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากห้องสมุดเพื่อเป็นแนวทางในการทำการศึกษาวิจัย ซึ่งแนวคิดเหล่านั้นได้แก่ แนวคิดเกี่ยวกับการปลูกฝังจริยธรรม แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาจริยธรรมต่อสิ่งแวดล้อม แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ และแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม รวมทั้งงานวิจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- 2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
เนื่องจากการวิจัยในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในรายวิชาการศึกษากับสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้วิจัยมีบทบาทเป็นผู้สอนประจำวิชา ดังนั้นกลุ่มตัวอย่างที่ถูกเลือกเพื่อการวิจัย จึงเป็นนิสิตชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ จำนวน 16 รูป ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาดังกล่าว ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2547
3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
การวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เลือกใช้ระเบียบวิธีการวิจัย เชิงกึ่งทดลอง (Quasi Experimental
Research) โดยการที่ผู้วิจัยได้ออกแบบเครื่องมือเพื่อการพัฒนาจริยธรรมต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้เรียน จากนั้นได้นำไปทดลองปฏิบัติและดำเนินการเก็บรวบรวมผล สำหรับเครื่องมือของการวิจัยในครั้งนี้จึงสามารถจำแนกได้ดังนี้
1. แนวทางการสอนแบบมีส่วนร่วม จำนวน 4 แบบในจำนวน 18 คาบ
2. เอกสารบันทึกความรู้ (Learning Log) เพื่อให้ผู้เรียนได้บันทึกสรุปองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเรียนรู้แต่ละครั้ง
3. แบบวัดความตระหนักต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อม ก่อนและหลังเรียน
4. แบบวัดความสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมก่อนและหลังเรียน
5. แบบวัดพฤติกรรรมการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมก่อนและหลังเรียน
6. แบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
7. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล / รายกลุ่ม
3.1. การสร้างเครื่องมือในการวิจัย
3.1.1. การสร้างแนวการสอนแบบมีส่วนร่วม
1.) การศึกษาคำอธิบายประจำวิชาการศึกษากับสิ่งแวดล้อม เพื่อกำหนดราย
ละเอียดการสอนประจำวิชา โดยในรายวิชาดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจและความตระหนักถึงคุณค่า ความสำคัญของสิ่งแวดล้อม สภาพการณ์ปัญหาของสิ่งแวดล้อมและแนวทางในการอนุรักษ์จัดการสิ่งแวดล้อม รวมทั้งบทบาทของการศึกษาในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่สำหรับการวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตเนื้อหาการเรียนการสอนเพื่อการพัฒนา
จริยธรรมต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้เรียนใน 3 ด้าน ได้แก่ คุณค่าความสำคัญของสิ่งแวดล้อม สถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อม และแนวทางในการอนุรักษ์จัดการสิ่งแวดล้อม
2) การจัดทำแนวทางการสอนแบบมีส่วนร่วมจำนวน 4 แผน โดยระยะเวลาในสอน
ทั้งหมด 17 คาบ คาบละ 50 นาที สำหรับการสอนจำนวน 6 ครั้ง ครั้งละ 3 คาบ และทำการทดสอบก่อนและหลังเรียนจำนวน 1 คาบ รวมทั้งสิ้น 18 คาบ
3) นำแผนการสอนที่สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบความเหมาะสมแล้ว
นำมาปรับปรุงแก้ไข
3.1.2. การสร้างแบบทดสอบ
1.) การสร้างแบบทดสอบเพื่อวัดความตระหนักต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อม
1.1.) การศึกษาจุดประสงค์และรายละเอียดประจำวิชาการศึกษากับสิ่งแวดล้อม จากหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2538
1.2.) ศึกษาหลักการวัดผลและประเมินผลการศึกษาเพื่อนำมาปรับใช้ในการออกแบบทดสอบให้เหมาะสมกับเนื้อหาและจุดประสงค์ของรายวิชา
1.3.) สร้างแบบทดสอบเพื่อวัดความตระหนักต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมมีลักษณะเป็นข้อคำถามแบบเลือกตอบแบบมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ
2.) การสร้างแบบทดสอบเพื่อวัดจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
2.1.) การศึกษาจุดประสงค์และรายละเอียดประจำวิชาการศึกษากับสิ่งแวดล้อม จากหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2538
2.2.) การศึกษาแนวทางการสร้างแบบทดสอบแบบตัวเลือกเพื่อนำมาปรับใช้ใน
การออกแบบทดสอบให้เหมาะสม
2.3.) การสร้างแบบทดสอบเพื่อวัดจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม มีลักษณะ
เป็นข้อคำถามแบบปรนัยเลือกตอบจำนวน 4 ตัวเลือก จำนวน 15 ข้อ
3.)การสร้างแบบทดสอบเพื่อวัดพฤติกรรมการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
3.1.) การศึกษาจุดประสงค์และรายละเอียดประจำวิชาการศึกษากับสิ่งแวดล้อม ..จากหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2538
3.2.) ศึกษาหลักการวัดผลและประเมินผลการศึกษาเพื่อนำมาปรับใช้ในการออกแบบทดสอบให้เหมาะสมกับเนื้อหาและจุดประสงค์ของรายวิชา
3.3.) สร้างแบบทดสอบเพื่อวัดพฤติกรรมการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมีลักษณะเป็นข้อคำถามแบบเลือกตอบแบบมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ
4.) การสร้างแบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
4.1.) การศึกษาจุดประสงค์และรายละเอียดประจำวิชาการศึกษากับสิ่งแวดล้อม
จากหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2538
4.2.) ศึกษาหลักการวัดผลและประเมินผลการศึกษาเพื่อนำมาปรับใช้ในการออกแบบทดสอบให้เหมาะสมกับเนื้อหาและจุดประสงค์ของรายวิชา
4.3.) สร้างแบบทดสอบเพื่อวัดความพึงพอใจต่อการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมมีลักษณะเป็นข้อคำถามแบบเลือกตอบแบบมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 8 ข้อ
3.1.3. การสร้างแบบสังเกตพฤติกรรมผู้เรียนรายบุคคล / รายกลุ่ม
1) ศึกษาแนวทางการสร้างแบบสังเกตพฤติกรรมจากเอกสาร และตำราที่เกี่ยวข้อง
2) สร้างแบบสังเกตพฤติกรรม เป็นแบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานเป็นกลุ่ม และ
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคลระหว่างการเรียนการสอน
3.2.วิธีการตอบแบบสอบถาม
1) ในส่วนของแบบวัดตอนที่ 1 – 3 – 4 มีลักษณะเป็นข้อคำถามชนิดเลือกตอบแบบมาตร
ส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งผู้ตอบจะเลือกตอบคนละ 1 ข้อเท่านั้น ดังเช่น
ตัวอย่าง
ข้อความ |
ระดับความคิดเห็น |
||||
|
มากที่สุด |
มาก |
ปานกลาง |
น้อย |
น้อยที่สุด |
|
1. สถานการณ์สิ่งแวดล้อมกำลังเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน |
|
|
|
|
|
2) ในส่วนของแบบวัดตอนที่ 2 ซึ่งเป็นข้อคำถามเกี่ยวกับระดับจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมมี
ลักษณะเป็นข้อคำถามปลายปิดให้เลือกตอบแบบ 4 ตัวเลือก ซึ่งผู้ตอบจะเลือกตอบคนละ 1 ตัวเลือก เช่น
เมธา : สัปดาห์ก่อน ผมไปเที่ยวสวนสัตว์ เห็นเด็กคนหนึ่งเอาถุงพลาสติกโยนทิ้งในบ่อฮิปโปเตมัส
เกรียงไกร :…..?
หากนิสิตเป็นเกรียงไกร นิสิตจะคิดอย่างไร
ก. ทำไมเขาทำอย่างนั้นนะ
ข. การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ต้องมีการให้ความรู้ความเข้าใจแก่เด็กเกี่ยวกับการอนุรักษ์
สิ่งแวดล้อม
ค. ผมคิดว่า จะทำให้น้ำเสียและอาจทำให้ฮิปโปเตมัสตาย
ง. ไม่น่าเลยนะ ถ้ามีโอกาสเราควรจะบอกเด็กคนนั้นว่า ไม่ควรทำอย่างนั้น
3.3. เกณฑ์การให้คะแนน
ตอนที่ 1 ความตระหนักต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อม เป็นแบบให้เลือกตอบ มีจำนวนทั้งสิ้น 20 ข้อ ทั้งนี้ได้แบ่งข้อความในแบบสอบถามตอนที่ 1 ออกเป็น 2 ประเภทคือ ข้อความในเชิงบวก (Positive) และข้อความในเชิงลบ (Negative) โดยกำหนดคะแนนความคิดเห็น ดังนี้
ข้อคำถามเชิงบวก
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยมากที่สุด ให้ 5 คะแนน
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยมาก ให้ 4 คะแนน
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยปานกลาง ให้ 3 คะแนน
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยน้อย ให้ 2 คะแนน
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยน้อยที่สุด ให้ 1 คะแนน
ข้อคำถามเชิงลบ
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยมากที่สุด ให้ 1 คะแนน
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยมาก ให้ 2 คะแนน
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยปานกลาง ให้ 3 คะแนน
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยน้อย ให้ 4 คะแนน
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยน้อยที่สุด ให้ 5 คะแนน
จากแบบสอบถาม จะพบข้อคำถามในเชิงบวกและเชิงลบ กล่าวคือ
- ข้อความในเชิงบวก ได้แก่ ข้อ 1 , 2 , 3 , 4 , 8, 9 , 10 , 12 , 13 , 17 , 18 , 19 และ 20
- ข้อความในเชิงลบ ได้แก่ ข้อ 5 , 6 , 7 , 11 , 14 , 15 และ 16
ตอนที่ 2 ระดับขั้นจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม เป็นแบบให้เลือกตอบโดยการกำหนดสถานการณ์และข้อคำตอบให้เลือกตอบ ซึ่งข้อคำตอบแต่ละข้อ ก – ง. จะเรียงตามลำดับขั้นจิตสำนึก ขั้นที่ 1 – ขั้นที่ 4 โดยกำหนดคะแนนจิตสำนึก ดังนี้
เมธา : สัปดาห์ก่อน ผมไปเที่ยวสวนสัตว์ เห็นเด็กคนหนึ่งเอาถุงพลาสติกโยนทิ้งในบ่อ
ฮิปโปเตมัส
เกรียงไกร :…..?
หากนิสิตเป็นเกรียงไกร นิสิตจะคิดอย่างไร
ก. ทำไมเขาทำอย่างนั้นนะ (ขั้นที่ 1)
ข. การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ต้องมีการให้ความรู้ความเข้าใจแก่เด็กเกี่ยวกับการอนุรักษ์
สิ่งแวดล้อม (ขั้นที่ 2)
ค. ผมคิดว่า จะทำให้น้ำเสียและอาจทำให้ฮิปโปเตมัสตาย (ขั้นที่ 3)
ง. ไม่น่าเลยนะ ถ้ามีโอกาสเราควรจะบอกเด็กคนนั้นว่า ไม่ควรทำอย่างนั้น (ขั้นที่ 4)
ตอนที่ 3 พฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีจำนวนทั้งสิ้น 15 ข้อ โดยกำหนดคะแนนการแสดงพฤติกรรมดังนี้
ข้อคำถามเชิงบวก
- ถ้าตอบช่องปฏิบัติมากที่สุด ให้ 5 คะแนน
- ถ้าตอบช่องปฏิบัติมาก ให้ 4 คะแนน
- ถ้าตอบช่องปฏิบัติปานกลาง ให้ 3 คะแนน
- ถ้าตอบช่องปฏิบัติน้อย ให้ 2 คะแนน
- ถ้าตอบช่องปฏิบัติน้อยที่สุด ให้ 1 คะแนน
ข้อคำถามเชิงลบ
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยมากที่สุด ให้ 1 คะแนน
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยมาก ให้ 2 คะแนน
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยปานกลาง ให้ 3 คะแนน
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยน้อย ให้ 4 คะแนน
- ถ้าตอบช่องเห็นด้วยน้อยที่สุด ให้ 5 คะแนน
จากแบบสอบถาม จะพบข้อคำถามในเชิงบวกและเชิงลบ กล่าวคือ
- ข้อความในเชิงบวก ได้แก่ ข้อ 1 , 2 , 4 , 7, 8, 9, 10 , 11 , 12, 13 , 14 และ 15
- ข้อความในเชิงลบ ได้แก่ ข้อ 3 , 5 และ 6
ตอนที่ 4 ความรู้สึกพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม มีจำนวนทั้งสิ้น 8 ข้อ โดยกำหนดคะแนนความพึงพอใจดังนี้
- ถ้าตอบช่องพึงพอใจมากที่สุด ให้ 5 คะแนน
- ถ้าตอบช่องพึงพอใจมาก ให้ 4 คะแนน
- ถ้าตอบช่องพึงพอใจปานกลาง ให้ 3 คะแนน
- ถ้าตอบช่องพึงพอใจน้อย ให้ 2 คะแนน
- ถ้าตอบช่องพึงพอใจน้อยที่สุด ให้ 1 คะแนน
3.4. การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ
โดยการนำแนวทางการสอนและแบบทดสอบเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ที่สร้างขึ้นมาตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยหาความเที่ยงตรง (Validity) และความเชื่อถือได้ (Reliability) ของเครื่องมือ โดยให้ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาและ ด้านการวิจัย จำนวน 3 ท่าน ในการตรวจสอบโครงสร้างและความครอบคลุมเนื้อหา ตลอดจนความชัดเจนของภาษาและถ้อยคำ และนำมาปรับปรุงตรวจสอบ จากนั้นจึงนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง
- 4. วิธีการดำเนินการ
ในการวิจัยเพื่อศึกษาพัฒนาการทางจริยธรรมเรื่องสิ่งแวดล้อมนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการสอน
ด้วยตนเอง โดยการใช้แนวทางการสอนแบบมีส่วนร่วมจำนวน 4 แผนการสอน ดำเนินการสอนใน 17 คาบ คาบละ 50 นาที ทำการทดสอบก่อนและหลังเรียน 1 คาบ รวมเป็น 18 คาบ
สำหรับการดำเนินการวิจัยมีขั้นตอนดังนี้
- ทำการทดสอบนิสิตก่อนเรียนด้วยแบบทดสอบเพื่อวัดความตระหนักต่อสถานการณ์สิ่ง
แวดล้อม จิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม และ พฤติกรรมการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของนิสิต ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
- ทำการสอนด้วยตนเองในคาบสอนปกติ ทั้งนี้ผู้วิจัยได้ทำการสอนตามวิธีการในแนวทาง
การสอนที่สร้างขึ้นจนครบถ้วน จำนวน 17 คาบ คาบละ 50 นาที
- ทำการทดสอบนิสิตหลังเรียน ด้วยแบบทดสอบเพื่อวัดความตระหนักต่อสถานการณ์สิ่ง
แวดล้อม จิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม และ พฤติกรรมการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความพึงพอใจต่อการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
- เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยคะแนนก่อนและหลังเรียนในส่วนของความ
ตระหนักต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อม จิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม และ พฤติกรรมการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
5. การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการดังนี้
5.1 การวิเคราะห์ข้อมูลความตระหนักต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมต่อสิ่ง
แวดล้อมของนิสิตผู้วิจัยได้ใช้การวิเคราะห์ทางสถิติ เพื่อตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัย ซึ่งประกอบด้วย สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วกำหนดเกณฑ์ในการแปลความหมายค่าเฉลี่ย ดังนี้
1.00 - 1.49 มีความตระหนักและมีลักษณะการปฏิบัติน้อยที่สุด
1.50 - 2.49 มีความตระหนักและมีลักษณะการปฏิบัติน้อย
2.50 - 3.49 มีความตระหนักและมีลักษณะการปฏิบัติปานกลาง
3.50 - 4.49 มีความตระหนักและมีลักษณะการปฏิบัติมาก
4.50 - 5.00 มีความตระหนักและมีลักษณะการปฏิบัติมากที่สุด
5.2.) การแปลผลระดับจิตสำนึกนั้น ผู้วิจัยมีเกณฑ์ดังนี้
5.2.1.)หากความถี่สูงสุดอยู่ในจิตสำนึกระดับใด ก็ให้ถือว่า นิสิตมีระดับจิตสำนึก
ต่อสิ่งแวดล้อมในระดับนั้น
5.2.2.)หากมีความถี่สูงสุดเท่ากันหลายระดับ ให้ถือว่า นิสิตมีระดับจิตสำนึกอยู่ใน
ระดับนั้นทั้งคู่
|
ระดับขั้นของจิตสำนึก |
ก่อนเรียน |
หลังเรียน |
|
1. ระดับพอใจรับรู้ |
3 = 18.75% |
0+ 0% |
|
2. ระดับเต็มใจตอบสนอง |
7 = 43.75 % |
2 = 12.50 % |
|
3. ระดับเห็นคุณค่า |
4 = 25.00 % |
7 = 43.75 % |
|
4. ระดับจัดระบบ |
2 = 12.50 % |
7 = 43.75 % |
|
ค่าจำนวนประชาการ (N) |
16 |
16 |
จากตารางนี้สามารถแปลผลได้ว่า ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมนิสิตมีระดับขั้นจิตสำนึกในระดับเต็มใจตอบสนอง และหลังเข้าร่วมกิจกรรมนิสิตมีระดับขั้นจิตสำนึกในระดับการเห็นคุณค่าและการจัดระบบ
5.3. จากนั้นได้มีการนำเอาข้อมูลระดับความตระหนักต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อม ระดับความสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมการใช้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ก่อนและหลังเรียนมาเปรียบเทียบเพื่อศึกษาผลของการเรียนรู้ โดยการใช้ค่า T - test