เมื่อนำความต้องการของทุกฝ่ายมาประมวลเข้าด้วยกันแล้ว เรื่องเอกของกระบวนการในวันที่สองนี้จึงเป็นเรื่องของ หลักคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่กระบวนกรทุกคนต้องเน้นไปที่ความชัดเจนสอดคล้องตามหลัก “สามห่วง สองเงื่อน” ก่อนที่จะนำไปสู่เรื่องความครบถ้วนของเรื่องเล่า ที่ต้องแสดงให้เห็นถึงบริบท ของ what และ why รวมถึงเคล็ดลับความสำเร็จของ how
วงเรื่องเล่าเร้าพลังประกอบไปด้วยวงของผู้บริหาร ๑ วง และวงของคุณครู ๓ วง สมาชิกวงละประมาณ ๘ คน โดยสมาชิกจะเลือกเรื่องเล่าที่มีความครบครัน ทั้งในแง่ของการเป็นแบบปฏิบัติที่ดี มีการแสดงให้เห็นหลักคิด และขั้นตอนที่ชัดเจนเพียงพอที่จะนำไปปฏิบัติได้ และเป็นเรื่องที่สามารถเร้าพลังให้อยากที่จะประสบความสำเร็จเช่นนั้นบ้าง
เมื่อทุกคนเล่าจบสมาชิกก็ช่วยกันเลือกสรรเรื่องเล่าที่ประทับใจขึ้นมากลุ่มละ ๑ เรื่อง แล้วออกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในวงใหญ่ เริ่มจากเรื่องเล่าของผู้บริหาร เพื่อให้เห็นหลักคิดในการบริหารจัดการในมุมกว้าง แล้วจึงตามต่อด้วยเรื่องของคุณครูอีก ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องเล่าทั้ง ๔ เรื่องค่อยๆ คลี่คลายหลักคิดของหลักปรัชญาฯ ความรู้ความเข้าใจที่เกิดจากการใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจัดการการเรียนรู้ ในบริบท และกรณีที่แตกต่างกันได้อย่างสวยงามและกระจ่างชัด จนสมาชิกของวงคนหนึ่งสะท้อนในช่วงของการชวนชื่นชมว่า “เป็นช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ดูแฟชั่นโชว์งามๆ ที่ค่อยๆ ลำดับมาให้เห็นทีละชุด จนกระทั่งชุดสุดท้าย ที่ถอดรหัสการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างครบครัน สมกับที่เป็นชุด finale” คำสะท้อนนี้ช่างตรงกับใจฉันเสียจริง
เมื่อเรื่องเล่าเร้าพลังผู้ฟังได้ถึงขนาด ผู้กำกับเวทีอย่างฉันก็หมดหน้าที่ลง กระบวนการเรียนรู้ต่อจากนี้ เป็นการเรียนรู้ดูงาน ที่งานพระนครคีรี - ตลาดนัดความรู้ครูช่างเมืองเพชร แหลมผักเบี้ย - กำจัดขยะและบำบัดน้ำเสียด้วยการใช้ “ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ” พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน – พิพิธภัณฑ์ชีวิตสมัยรัชกาลที่ ๖ ชมศิลปกรรมและงานช่างเพชรบุรี ที่วัดใหญ่สุวรรณาราม และวัดเกาะแก้วสุทธาราม
ในวันสุดท้ายกวีนิรนามที่สะท้อนความประทับใจติดไว้ที่บอร์ดชื่นชม และเสนอแนะ ตลอดกระบวนการสองวันที่ผ่านมา ได้นำกระดาษขนาด A 4 แผ่นหนึ่งมาส่งให้ ในกระดาษเขียนไว้ว่า
คำสัญญา ณ สายลม
เพลินฟังคลื่นกระซิบพรอกกอดทรายขาว
ดาราพราวพร่างฟ้าให้เราเห็น
ทุกข์เร่าร้อนยังคงมีสายลมเย็น
อยู่และเป็นผู้ให้ตราบนิรันดร์
ครูคือคลื่นพร่ำสอนให้เติบกล้า
คือดาราพาศิษย์เดินสู่ฝั่งฝัน
คือสายลมบรรเทาทุกข์ชุบชีวัน
ครูจึงอยู่นิรันดร์ตลอดมา
คารวะครูผู้ให้ด้วยใจรัก
แจ้งประจักษ์ฝากใจถวิลหา
สายลมพัดพามาพบเพื่อจากลา
คำสัญญายังหยัดมั่นสร้างศิษย์ดี
สะท้อนใจนะครับ ที่การพบเป็นสัญญาณของการจาก นะครับ