ไปเรียนรู้อุดมศึกษาของสหรัฐอเมริกา (1) ทั่วไป
ระหว่างวันที่ ๑ – ๑๑ เม.ย. ๕๔ ผมร่วมเดินทางไป สรอ. กับคณะ “The 4th SEAMEO RIHED – AGB Program : A Short Course on University Governance and Management for University’s Social Responsibility” ชื่อบอกชัดอยู่แล้วว่าจัดโดย SEAMEO RIHED และจัดทุกปี เป็นปีที่ ๔
กิจกรรมของคณะน่าจะจัดได้เป็น ๔ กลุ่ม คือ
- ไปเรียนรู้ระบบกำกับดูแลมหาวิทยาลัย และการรวมตัวกันเป็นสมาคมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีทำหน้าที่กำกับดูแลมหาวิทยาลัย ให้ทำประโยชน์แก่สังคม ส่วนนี้ได้จากการเข้าร่วมการประชุมประจำปีของ AGB ระหว่างวันที่ ๓-๕ เม.ย.
- ไปดูงานกิจการของสถาบันอุดมศึกษาของ สรอ. ๘ แห่ง เพื่อทำความเข้าใจความแตกต่างหลากหลายของระบบอุดมศึกษาของ สรอ.
- ไปเที่ยว ส่วนนี้บริษัททัวร์เขาเรียกว่า cultural visit ผมถือเป็นของแถม และเมื่อเห็นว่าเขาจัดให้ไปชมพิพิธภัณฑ์ J Paul Getty ในวันที่ ๒ เม.ย. ผมก็ดีใจมาก เพราะผมชอบพิพิธภัณฑ์
- ได้พูดคุยทำความรู้จักในกลุ่มคณะผู้ร่วมเดินทาง ซึ่งมาจากมหาวิทยาลัย ๑๐ คน จาก SEAMEO RIHED ๒ คน รวมกับเจ้าหน้าที่บริษัททัวร์เป็น ๑๓ คน
เรานั่งเครื่องบินการบินไทย บินตรงไป ลอสแอนเจลีส ใช้เวลา ๑๔ ชั่วโมง (เร็วกว่ากำหนดตามปกติ ๒ ช.ม. บินตามลมที่เร็วถึง ๑๐๐ ไมล์/ชม. และพักที่ ลอสแอนเจลีส ๕ คืน แล้วย้ายไปพักที่ ปาล์มบีช ๓ คืน อยู่บนเครื่องบิน ๒ คืน ก่อนไปผมรู้สึกคล้ายๆ ได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศและพักผ่อน กลับมาก็คงจะได้รู้ ว่าบรรลุวัตถุประสงค์ของการพักผ่อนหรือไม่
ผมประทับใจในการติดต่อสื่อสารของเจ้าหน้าที่ของ SEAMEO RIHED มาก สะท้อนภาพความรับผิดชอบสูง และในวันที่ ๓๑ .ค. เขาก็นัดให้เราไปฟังการบรรยายสรุปโดย SEAMEO RIHED และของบริษัททัวร์ รวมทั้งรับเอกสารและรับแจกกระเป๋า น่าชื่นชมที่เขาเข้าใจว่ามีบางคนไม่อยากแบกเอกสาร จึงส่ง electronic file ของเอกสารตามมาให้ทาง อี-เมล์ ทำให้ผมได้เอกสารเป็น bit ไม่มีน้ำหนัก ไม่ต้องแบก paper เป็น kilogram อ่านเอกสารจาก iPad ประจำตัว สะดวกกว่ามาก
เช้าวันที่ ๑ เม.ย. รถตู้จัดโดย สกว. มารับผมจากบ้านไปพัทยา เพื่อเป็นประธานเปิดงาน RGJ Congress XII และร่วมแถลงข่าวและตอบคำถามแก่สื่อมวลชน เรื่องการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ของการผลิตนักวิชาการระดับปริญญาเอก จากเน้นส่งไปนอก เป็นเน้นผลิตภายในประเทศ ให้มีคุณภาพสูงอย่างที่ผลิตโดย คปก. เราคุยกันยาวมากจากเวลา ๑๑.๓๐ จนถึง ๑๓.๓๐ น. โดยไม่รู้ตัว ทำให้ผมต้องรีบรับประทานอาหารเที่ยง แล้วเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็นชุดลำลองสำหรับเดินทาง ผมบอกตัวเองว่า วันนี้เริ่มต้นดี ได้ทำงานเล็กๆ รับใช้บ้านเมือง และรับใช้ สกว. ที่ผมรัก
คณะผู้ไปร่วม Short Course มี ๑๐ คน ดังนี้
- นพ. วรรณะ อูนากูล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
- นส. นวพร เรืองสกุล กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ จุฬาฯ
- รศ. ดร. ธัญวัฒน์ โพธิศิริ ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาฯ
- ศ. นพ. วิจารณ์ พานิช นายกสภา มหาวิทยาลัยมหิดล
- ดร. ศิริชัย ตันรัตนวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.)
- ผศ. ดร. ชนินทร์ อัมพรสถิร คณบดีคณะเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มน.
- รศ. ดร. เปรื่อง กิจรัตน์ภร อธิการบดี มรภ. พระนคร
- ผศ. ดร. วันชัย สุทธะนันท์ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ ม. ศิลปากร
- ดร. จรรยา พุคยาภรณ์ รองอธิการบดี ม. ศรีปทุม
10. ผศ. เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ม. หอการค้า ว่าที่อธิการบดีคนต่อไป
ทีมงานของ SEAMEO RIHED ที่ร่วมเดินทางไปด้วยคือ
- รศ. ดร. เสาวคนธ์ รัตนวิจิตราศิลป์ รักษาการผู้อำนวยการ
- คุณปุณยนุช พัธโนทัย (อ้อม) เจ้าหน้าที่
การเดินทางครั้งนี้ใช้บริการของบริษัททัวร์ ชื่อ สกาเดีย ทราเวิล (ประเทศไทย) โดยมีคุณชวากร พงศ์ศรีวัฒน์ เป็นหัวหน้าทัวร์ คุณชวากรมีประสบการณ์สูง และมีกุศโลบายช่วยให้ลูกทัวร์เที่ยวได้สนุก ไม่มี jet lag โดยจัดรายการวันแรกให้เดิน หรือทำกิจกรรมตื่นเต้นมากๆ ตกค่ำจะได้หมดแรงและนอนหลับ รุ่งขึ้นจะได้กระปรี้กระเปร่า มีแรงเที่ยว ดังกรณีของพวกเรา รายการบ่ายวันที่ ๒ เม.ย. ที่สวนสนุก Universal Studio มีผลมาก
จบการประชุมวันที่ ๒ คือวันที่ ๔ เม.ย. ผมก็ได้ข้อสรุปว่า ในอนาคตอันใกล้ อุดมศึกษาของโลกจะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมากมาย เพราะความยากลำบากด้านงบประมาณจากรัฐบาลกลางของสหรัฐหดตัวรุนแรง จะส่งผลให้วงการอุดมศึกษาอเมริกันต้องดิ้นรนปรับตัวสู่กระบวนทัศน์ใหม่ เมื่อนั้นก็จะส่งผลกระทบไปทั่วโลก ให้มีระบบอุดมศึกษาที่มีคุณภาพสูง แต่มีค่าใช้จ่ายน้อย แตกต่างจากภาพในปัจจุบันโดยสิ้นเชิง
ตัวอย่างที่มีให้เห็นคือ Western Governors University ที่ใช้ระบบมาเรียน ๓ วัน/สัปดาห์ มีระบบ mentor และใช้ eLearning นศ. สามารถทำงานหรือทำกิจกรรมของตนไปพร้อมๆ กันกับการเรียนได้
หลักการสำคัญคือ การศึกษาต้องเปลี่ยนจาก curriculum-based ไปเป็น competency-based หรือ outcome-based สิ่งที่ท้าทายคือ จะวัด competency หรือ outcome ให้แม่นยำได้อย่างไร
ภาพของ AGB 90 : National Conference on Trusteeship คือพื้นที่ ลปรร. (KM) การทำหน้าที่ บอร์ด ของมหาวิทยาลัยนั่นเอง โดยที่ผู้มาร่วม ๘๐๐ คนนี้ ผมเดาว่าเป็นคนใหม่กับคนเก่าประมาณครึ่งครึ่ง เพราะกรรมการสภามหาวิทยาลัยของเขาเป็น lay board คือมาจากคนที่ไม่ใช่ผู้บริหารหรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัย เพราะสังคมอเมริกันถึอเป็นประเพณีว่า มหาวิทยาลัยส่วนที่เป็น public นั้น คำว่า public หมายถึงพลเมือง ไม่ใช่รัฐบาล พลเมืองจึงต้องเข้ามากำกับดูแลมหาวิทยาลัย จึงต้องมี AGB ทำหน้าที่สร้างความรู้ และสร้างเวที ลปรร. ให้แก่วงการกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ในช่วงเวลาระหว่างวันที่ ๕ – ๘ เม.ย. ๕๔ เราไปเยี่ยมชมสถาบันอุดมศึกษา ๘ แห่ง เพื่อเรียนรู้และเอามาปรับใช้พัฒนาอุดมศึกษาของบ้านเรา ได้เรียนรู้มาครการเชิงปฏิบัติมากทีเดียว โดยจะนำมาลงบันทึกอย่างต่อเนื่อง รวม ๑๖ บันทึก แต่บางบันทึกไม่เกี่ยวกับอุดมศึกษาโดยตรง จะอยู่ใน บล็อก ThaiKM
หมายเหตุ เดิมผมกำหนดจะลงบันทึกนี้วันที่ ๒๙ เม.ย. ๕๔ แต่ตัดสินใจเปลี่ยนมาลงวันนี้ และจะนำตอนสุดท้าย ที่เป็น AAR ลงพรุ่งนี้ เพื่อให้คุณอ้อมเอาไปใช้ในการสรุปงาน
วิจารณ์ พานิช
๑๑ เม.ย. ๕๔
บนเครื่องบินกลับกรุงเทพ
กราบสวัสดีปีใหม่ ไทยนี้ค่ะ ขอบพระคุณสำหรับทุกสิ่งในชีวิตที่ทำให้มีโอกาสได้ทำงานกับอาจารย์แม้เพียงเล็กน้อยแค่หยดน้ำ แต่ก็ทำให้ได้รู้จักว่าผู้ใหญ่ที่ทำแต่ความถูกต้อง แก่ประเทศชาตินี้ และแก่ทุกๆเรื่องในการทำงาน เป็นอย่างไรค่ะ