ในอนาคตอันใกล้ อุดมศึกษาของโลกจะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมากมาย เพราะความยากลำบากด้านงบประมาณจากรัฐบาลกลางของสหรัฐหดตัวรุนแรง จะส่งผลให้วงการอุดมศึกษาอเมริกันต้องดิ้นรนปรับตัวสู่กระบวนทัศน์ใหม่ เมื่อนั้นก็จะส่งผลกระทบไปทั่วโลก ให้มีระบบอุดมศึกษาที่มีคุณภาพสูง แต่มีค่าใช้จ่ายน้อย แตกต่างจากภาพในปัจจุบันโดยสิ้นเชิง

ไปเรียนรู้อุดมศึกษาของสหรัฐอเมริกา  (1) ทั่วไป  

ระหว่างวันที่ ๑ – ๑๑ เม.ย. ๕๔ ผมร่วมเดินทางไป สรอ. กับคณะ “The 4th SEAMEO RIHED – AGB Program : A Short Course on University Governance and Management for University’s Social Responsibility”   ชื่อบอกชัดอยู่แล้วว่าจัดโดย SEAMEO RIHED  และจัดทุกปี เป็นปีที่ ๔

กิจกรรมของคณะน่าจะจัดได้เป็น ๔ กลุ่ม คือ

  1. ไปเรียนรู้ระบบกำกับดูแลมหาวิทยาลัย   และการรวมตัวกันเป็นสมาคมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีทำหน้าที่กำกับดูแลมหาวิทยาลัย ให้ทำประโยชน์แก่สังคม   ส่วนนี้ได้จากการเข้าร่วมการประชุมประจำปีของ AGB ระหว่างวันที่ ๓-๕ เม.ย.
  2. ไปดูงานกิจการของสถาบันอุดมศึกษาของ สรอ. ๘ แห่ง เพื่อทำความเข้าใจความแตกต่างหลากหลายของระบบอุดมศึกษาของ สรอ.
  3. ไปเที่ยว   ส่วนนี้บริษัททัวร์เขาเรียกว่า cultural visit   ผมถือเป็นของแถม   และเมื่อเห็นว่าเขาจัดให้ไปชมพิพิธภัณฑ์ J Paul Getty ในวันที่ ๒    เม.ย. ผมก็ดีใจมาก   เพราะผมชอบพิพิธภัณฑ์
  4. ได้พูดคุยทำความรู้จักในกลุ่มคณะผู้ร่วมเดินทาง ซึ่งมาจากมหาวิทยาลัย ๑๐ คน  จาก SEAMEO RIHED ๒ คน   รวมกับเจ้าหน้าที่บริษัททัวร์เป็น ๑๓ คน

   เรานั่งเครื่องบินการบินไทย บินตรงไป ลอสแอนเจลีส ใช้เวลา ๑๔ ชั่วโมง (เร็วกว่ากำหนดตามปกติ ๒ ช.ม. บินตามลมที่เร็วถึง ๑๐๐ ไมล์/ชม.    และพักที่ ลอสแอนเจลีส ๕ คืน   แล้วย้ายไปพักที่ ปาล์มบีช ๓ คืน   อยู่บนเครื่องบิน ๒ คืน   ก่อนไปผมรู้สึกคล้ายๆ ได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศและพักผ่อน   กลับมาก็คงจะได้รู้ ว่าบรรลุวัตถุประสงค์ของการพักผ่อนหรือไม่

     ผมประทับใจในการติดต่อสื่อสารของเจ้าหน้าที่ของ SEAMEO RIHED มาก   สะท้อนภาพความรับผิดชอบสูง   และในวันที่ ๓๑ .ค. เขาก็นัดให้เราไปฟังการบรรยายสรุปโดย SEAMEO RIHED และของบริษัททัวร์   รวมทั้งรับเอกสารและรับแจกกระเป๋า   น่าชื่นชมที่เขาเข้าใจว่ามีบางคนไม่อยากแบกเอกสาร จึงส่ง electronic file ของเอกสารตามมาให้ทาง อี-เมล์   ทำให้ผมได้เอกสารเป็น bit ไม่มีน้ำหนัก ไม่ต้องแบก paper เป็น kilogram   อ่านเอกสารจาก iPad ประจำตัว สะดวกกว่ามาก

เช้าวันที่ ๑ เม.ย. รถตู้จัดโดย สกว. มารับผมจากบ้านไปพัทยา เพื่อเป็นประธานเปิดงาน RGJ Congress XII   และร่วมแถลงข่าวและตอบคำถามแก่สื่อมวลชน เรื่องการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ของการผลิตนักวิชาการระดับปริญญาเอก   จากเน้นส่งไปนอก เป็นเน้นผลิตภายในประเทศ ให้มีคุณภาพสูงอย่างที่ผลิตโดย คปก.   เราคุยกันยาวมากจากเวลา ๑๑.๓๐ จนถึง ๑๓.๓๐ น. โดยไม่รู้ตัว   ทำให้ผมต้องรีบรับประทานอาหารเที่ยง แล้วเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็นชุดลำลองสำหรับเดินทาง   ผมบอกตัวเองว่า วันนี้เริ่มต้นดี   ได้ทำงานเล็กๆ รับใช้บ้านเมือง และรับใช้ สกว. ที่ผมรัก  

คณะผู้ไปร่วม Short Course มี ๑๐ คน ดังนี้

  1. นพ. วรรณะ อูนากูล  คณบดีคณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยบูรพา
  2. นส. นวพร เรืองสกุล กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ  จุฬาฯ
  3. รศ. ดร. ธัญวัฒน์ โพธิศิริ  ผู้ช่วยอธิการบดี  จุฬาฯ
  4. ศ. นพ. วิจารณ์ พานิช  นายกสภา  มหาวิทยาลัยมหิดล
  5. ดร. ศิริชัย ตันรัตนวงศ์  รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา  มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.)
  6. ผศ. ดร. ชนินทร์ อัมพรสถิร  คณบดีคณะเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม  มน.
  7. รศ. ดร. เปรื่อง กิจรัตน์ภร  อธิการบดี  มรภ. พระนคร
  8. ผศ. ดร. วันชัย สุทธะนันท์  คณบดีคณะวิทยาการจัดการ  ม. ศิลปากร
  9. ดร. จรรยา พุคยาภรณ์  รองอธิการบดี  ม. ศรีปทุม

10. ผศ. เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์  รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย  ม. หอการค้า  ว่าที่อธิการบดีคนต่อไป

ทีมงานของ SEAMEO RIHED ที่ร่วมเดินทางไปด้วยคือ

  1. รศ. ดร. เสาวคนธ์ รัตนวิจิตราศิลป์  รักษาการผู้อำนวยการ
  2. คุณปุณยนุช พัธโนทัย (อ้อม) เจ้าหน้าที่

 

การเดินทางครั้งนี้ใช้บริการของบริษัททัวร์ ชื่อ สกาเดีย ทราเวิล (ประเทศไทย) โดยมีคุณชวากร พงศ์ศรีวัฒน์ เป็นหัวหน้าทัวร์   คุณชวากรมีประสบการณ์สูง   และมีกุศโลบายช่วยให้ลูกทัวร์เที่ยวได้สนุก ไม่มี jet lag โดยจัดรายการวันแรกให้เดิน หรือทำกิจกรรมตื่นเต้นมากๆ   ตกค่ำจะได้หมดแรงและนอนหลับ   รุ่งขึ้นจะได้กระปรี้กระเปร่า มีแรงเที่ยว   ดังกรณีของพวกเรา รายการบ่ายวันที่ ๒ เม.ย. ที่สวนสนุก Universal Studio มีผลมาก

 

จบการประชุมวันที่ ๒ คือวันที่ ๔ เม.ย. ผมก็ได้ข้อสรุปว่า   ในอนาคตอันใกล้ อุดมศึกษาของโลกจะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมากมาย   เพราะความยากลำบากด้านงบประมาณจากรัฐบาลกลางของสหรัฐหดตัวรุนแรง   จะส่งผลให้วงการอุดมศึกษาอเมริกันต้องดิ้นรนปรับตัวสู่กระบวนทัศน์ใหม่   เมื่อนั้นก็จะส่งผลกระทบไปทั่วโลก   ให้มีระบบอุดมศึกษาที่มีคุณภาพสูง แต่มีค่าใช้จ่ายน้อย   แตกต่างจากภาพในปัจจุบันโดยสิ้นเชิง   

ตัวอย่างที่มีให้เห็นคือ Western Governors University   ที่ใช้ระบบมาเรียน ๓ วัน/สัปดาห์   มีระบบ mentor   และใช้ eLearning  นศ. สามารถทำงานหรือทำกิจกรรมของตนไปพร้อมๆ กันกับการเรียนได้

 

หลักการสำคัญคือ การศึกษาต้องเปลี่ยนจาก curriculum-based   ไปเป็น competency-based หรือ outcome-based   สิ่งที่ท้าทายคือ จะวัด competency หรือ outcome ให้แม่นยำได้อย่างไร

 

ภาพของ AGB 90 : National Conference on Trusteeship คือพื้นที่ ลปรร. (KM) การทำหน้าที่ บอร์ด ของมหาวิทยาลัยนั่นเอง   โดยที่ผู้มาร่วม ๘๐๐ คนนี้ ผมเดาว่าเป็นคนใหม่กับคนเก่าประมาณครึ่งครึ่ง   เพราะกรรมการสภามหาวิทยาลัยของเขาเป็น lay board คือมาจากคนที่ไม่ใช่ผู้บริหารหรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัย  เพราะสังคมอเมริกันถึอเป็นประเพณีว่า มหาวิทยาลัยส่วนที่เป็น public นั้น   คำว่า public หมายถึงพลเมือง ไม่ใช่รัฐบาล  พลเมืองจึงต้องเข้ามากำกับดูแลมหาวิทยาลัย   จึงต้องมี AGB ทำหน้าที่สร้างความรู้ และสร้างเวที ลปรร. ให้แก่วงการกรรมการสภามหาวิทยาลัย

 

ในช่วงเวลาระหว่างวันที่ ๕ – ๘ เม.ย. ๕๔ เราไปเยี่ยมชมสถาบันอุดมศึกษา ๘ แห่ง เพื่อเรียนรู้และเอามาปรับใช้พัฒนาอุดมศึกษาของบ้านเรา   ได้เรียนรู้มาครการเชิงปฏิบัติมากทีเดียว   โดยจะนำมาลงบันทึกอย่างต่อเนื่อง รวม ๑๖ บันทึก   แต่บางบันทึกไม่เกี่ยวกับอุดมศึกษาโดยตรง จะอยู่ใน บล็อก ThaiKM  

 

หมายเหตุ เดิมผมกำหนดจะลงบันทึกนี้วันที่ ๒๙ เม.ย. ๕๔  แต่ตัดสินใจเปลี่ยนมาลงวันนี้   และจะนำตอนสุดท้าย ที่เป็น AAR ลงพรุ่งนี้   เพื่อให้คุณอ้อมเอาไปใช้ในการสรุปงาน

วิจารณ์ พานิช

๑๑ เม.ย. ๕๔

บนเครื่องบินกลับกรุงเทพ