ไม่ได้เข้ามาเขียนบันทึกใน gotoknow.org ร่วมสองเดือนแล้ว  หลายท่านอาจคิดว่าคงทิ้งบล็อกให้ร้างไปเสียแล้ว   มีเหตุให้ต้องหยุดไประยะหนึ่งจริงๆ ครับ เพราะสังขารไม่เอื้ออำนวยจริงๆ  เหตุอะไรหรือ....อ่านบันทึกนี้จนจบเดี๋ยวก็รู้ครับ อิอิ
          หากนับถึงวันนี้ก็คงสองเดือนเต็มๆ ที่ผมต้องนอนพักรักษาร่างกาย เพราะบันไดตัดแต่งกิ่งต้นไม้ล้มทำให้ผมตกจากที่สูงประมาณ 2 เมตรกว่าๆ ลงมากระแทกกับตัวบันไดที่เป็นเหล็ก กระดูกซี่โครงด้านซ้ายซึ่ที่ 6 หักไปหนึ่งซี่ นับว่าเป็นอุบัติเหตุครั้งที่รุนแรงที่สุดในชีวิตครับ 
          ตอนแรกที่ตกลงมาจุกมากครับ หายใจแทบไม่ออก และต่อมาเจ็บปวดมาก จะลุกเดินแทบไม่ได้และอยู่เพียงลำพังในสวน  ดีว่าเอาโทรศัพท์ไปด้วยจึงได้โทรให้คนมารับและไปส่งโรงพยาบาลได้เร็ว คงจะไม่เล่ารายละเอียดนะครับ ว่ากว่าการรักษากายของผมจนถึงวันนี้ทำอย่างไรบ้าง แต่จะขอบันทึกเป็นบทเรียน หรือการเรียนรู้ที่ได้รับจากการเจ็บป่วยครั้งนี้  เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ทุกๆ ท่านที่ได้มีโอกาสผ่านเข้ามาเยี่ยมเยียนและอ่านบันทึกนี้ได้เรียนรู้ถือว่าเป็นการเล่าประสบการณ์ชีวิตของคนๆ หนึ่งเพื่อเป็นการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็แล้วกันนะครับ


           "ความประมาท คือหนทางแห่งความตาย" นี่เป็นพุทธพจน์ที่ใช้เตือนสติของเราทุกคนได้ตลอดกาลเพราะเหตุผมประมาทครับ ยอมรับว่ารีบเร่งจนทำให้ประมาทไปจึงทำให้ต้องเจ็บป่วย

           "ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ" ข้อนี้จากการที่ต้องนอนพักรักษากายอยู่ร่วมสองเดือน อย่างไม่มีข้อสงสัยเลยครับว่าเป็นความจริงสำหรับมนุษย์เรา  ตอนนี้ผมขอเพียงให้มีร่างกายเป็นปกติ สมบูรณ์แข็งแรงเท่านั้น เป็นสิ่งที่ปรารถนามากที่สุด  มากกว่าทรัพย์สมบัติ หรือยศ ตำแหน่งใดๆ ทั้งมวล สิ่งเหล่านั้นล้วนไร้ค่าหากร่างกายไม่แข็งแรง

           "สัตว์โลกล้วนเป็นไปตามกรรม"  ข้อนี้เราๆ ท่านๆ ทราบกันดีอยู่แล้ว

          นอกจากนี้แล้วยังมีอีกมากมายเหลือคณานับ  ที่ผมได้มีโอกาสทบทวน ตรึกตรองและใคร่ครวญ สรุปแล้วก็คือสิ่งที่เป็นพระธรรมคำสอนขององค์พระศาสดาที่ได้สั่งสอนพวกเราไว้ทั้งนั้น ล้วนเป็นความจริงที่เราควรน้อมนำมายึดถือปฏิบัติ......


           ในระหว่างที่กำลังทุกข์ก็มีความสุข  ภายใต้วิกฤติก็มีโอกาสครับ


          ช่วงที่เจ็บป่วย แม้ว่าจะยังช่วยตัวเองได้แต่บางอย่างก็ต้องอาศัยคนในครอบครัวคอยดูแล เช่นการอาบน้ำ ยกของเป็นต้น เพราะระยะแรกๆ แขนข้างซ้ายจะขยับมากไม่ได้เพราะจะปวดตรงที่กระดูกหัก โชคดีที่ปิดเทอมจึงมีน้องไผ่ลูกชายคอยดูแล ผมก็จะถือโอกาสสอนบางเรื่องให้เขาได้รับรู้ ถึงการได้ดูแลพ่อ-แม่ จะได้บุญจากการทำงานช่วยเหลือพ่อแม่ ฯลฯ 


          ความเอื้ออาทรของญาติมิตรจากแดนไกล  หลายท่านที่ทราบข่าว แม้แต่เกษตรกรที่คุ้นเคยต่างแวะมาเยี่ยมเยียนและโทรถามอาการและอวยพรให้หายจากการเจ็บป่วย ล้วนสร้างกำลังใจให้ทั้งสิ้น และที่จะลืมไม่ได้ขอนำมาบันทึกบอกเล่าก็คือ ช่วงที่นอนพักอยู่นั้นเมื่อผ่านไปได้ประมาณหนึ่งเดือน ผมจะมีอาการไข้ตลอดเวลา
ต้องนอนทรมานอยู่นับสิบวัน

          จนทนไม่ไหวนึกถึงหมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ ขึ้นมาได้เลยโทรปรึกษาถึงอาการที่เกิดเพื่อขอคำแนะนำแต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นครับ เมื่อหมอเจ๊บอกว่าจะให้ไปดูอาการให้ด้วยไหมล่ะ เพราะตอนนี้อยู่ที่กรุงเทพพอดีวันศุกร์จะเดินทางไปดูอาการให้ที่กำแพงเพชร...( วันที่โทรนั้นเป็นวันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม 2554) ผมมีความรู้สึกตื้นตันใจ จนน้ำตาซึมครับ...ยากที่จะอธิบายถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นตัวอักษรได้  คงเป็นเพราะมี gotoknow.org / ลานปัญญา  คอยเชื่อม "คน / สังคม" เกิดมีชาวเฮฮาศาสตร์ หรือคนแซ่เฮ  ชาวลาน ที่ทำให้พวกเรารู้จักและมีวาสนาต่อกัน.....

 

Ico256
หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ พ.ญ.ศิริรัตน์ สุวันทโรจน์  ร.พ.กระบี่

 
           ต่อจากนั้นตอนเย็นวันที่ 17 หมอเจ๊ก็โทรมาอีกครั้ง เพื่อสอบถามอาการโดยละเอียด(ตรวจร่างกายผ่านทางโทรศัพท์) พร้อมกับสั่งการดูแลรักษาเบื้องต้นให้แก่ผมผ่านทางแม่บ้านของผมซึ่งทำงานด้านนี้อยู่ จัดยากิน ยาฉีด และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้เป็นการล่วงหน้า  คืนวันศุกร์หมอเจ๊ก็นั่งรถทัวร์มาถึงกำแพงเพชร วันเสาร์ก็ทำการตรวจและจัดการรักษาโดยดูดเลือดที่กระดูกที่ทำให้อักเสบออก ฯลฯ หลังจากท่านเดินทางกลับกระบี่ไปแล้ว ท่านก็ยังกรุณาให้คำแนะนำในการรักษาผ่านทางโทรศัพท์อีกร่วมอาทิตย์


         จนถึงวันนี้ร่างกายของผมเริ่มฟื้นตัวแล้วครับ  ทานอาหารได้มากขึ้น(หลังจากที่เบื่ออาหารมานานจนน้ำหนักตัวลดไปหลายกิโลกรัม) และพอที่จะมีแรงไปทำงานได้แล้ว   แต่ก็อยู่ทำงานได้ไม่ทั้งวัน ยังต้องขอตัวมาพักผ่อนบ้างเป็นบางเวลา นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความสุขที่ได้รับจากญาติมิตรที่อยู่แดนไกลที่ขอนำมาบอกเล่าต่อถึงคุณความดีของท่านและเป็นความสุขที่ผมประสบในช่วงระหว่างที่เจ็บป่วยและทุกข์กายอยู่ครับ

         นอกจากนั้นแล้วเพื่อนร่วมงานที่สำนักงานเกษตรจังหวัดทุกคนล้วนให้กำลังใจและช่วยกันทำงานในส่วนที่ผมต้องรับผิดชอบจนงานที่รับผิดชอบแม้เราทำงานไม่ได้งานก็ไม่ติดขัดทุกงานก็ลุล่วงไปด้วยดีต้องขอขอบพระคุณทั้งเจ้านายท่านเกษตรจังหวัดท่านสุชาติ  ทองรอด ที่ให้กำลังใจให้รักษากายให้หายดีก่อน ส่วนเรื่องงานไม่ต้องเป็นห่วงกังวล  ตลอดเพื่อนร่วมงานทุกๆ ท่านที่ได้ช่วยเหลือไว้ ณ บันทึกนี้ด้วย


          สุดท้ายที่จะบันทึกถึงความสุขที่ได้พบระหว่างเจ็บป่วย นอนรักษากายอยู่ก็คือ  ผมได้มีโอกาสและเวลาที่รักษาจิตครับ  นับว่าผมโชคดีที่ช่วงเจ็บป่วยได้มีโอกาสเรียนรู้ ศึกษา หลักธรรมผ่านทางวิทยุและโทรทัศน์ สิ่งที่ไม่รู้ก็ได้รู้สิ่งที่พอจะรู้มาบ้างก็ได้เรียนรู้มากขึ้น สิ่งที่พอรู้ก็นำมาสู่การปฏิบัติได้มากและดียิ่งๆ ขึ้น
          ช่างตรงกับยาขนานสุดท้ายที่หมอเจ๊สั่งผ่านมาทางโทรศัพท์ก็คือให้ "ทำสมาธิ" ครับ ช่างตรงและเหมาะกับสถานการณ์และโอกาสที่ผมมีอยู่จริงๆ 


          "ทาน  ศีล  ภาวนา"  ผมขอสัญญากับตัวเองว่าจะรักษาและปฏิบัติให้ดียิ่งๆ ขึ้นตลอดไป  รู้แล้วครับว่าต่อแต่นี้ไปชีวิตที่เหลืออยู่ควรทำอะไรจึงจะดีและเหมาะสมกับการเกิดมาเป็นมนุษย์มากที่สุดครับ....       

  

          บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. และขอให้ทุกท่านมีความสุขทั้งกายและใจตลอดไปนะครับ

สิงห์ ป่าสัก

8  เมษายน  2554