ศูนย์วิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี (www.livercare.kku.ac.th)  ของ มข.  คือ "ศูนย์ความเป็น เลิศด้านการวิจัย" ตัวจริง   ที่ดำรงความเป็นเลิศ เพิ่มพูนความเป็นเลิศ มาตลอดเวลา ๘ ปี  หลังจาก เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕   ผมขอแนะนำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ มาเรียนรู้วิธีการริเริ่ม และวิธีการจัดการศูนย์ความเป็นเลิศทางการวิจัยที่แท้จริง

          เป็นตัวอย่างของการทำงานหลากหลายด้าน หลากหลายระดับ เท่าที่ผมนึกออก ดังนี้
 

 การริเริ่มระดับมหาวิทยาลัย ที่จะให้มีการรวมกลุ่มกันทำงานวิจัยพุ่งเป้า ทำงานวิจัยต่อเนื่องระยะยาว  เพื่อแก้ปัญหาสำคัญของชาติ หรือท้องถิ่น  ซึ่งกรณีนี้ริเริ่มโดยท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยในขณะนั้น คือ ผศ. ดร. อัศนี ปราจีนบูรวรรณ  โดยมี ศ. ดร. ปริญญา จินดาประเสริฐ เป็นอธิการบดี 
     จุดสำคัญของการจัดการระดับมหาวิทยาลัยคือ มีเงินสนับสนุนเป็น seed  money ให้อย่างต่อเนื่อง  โดยมีข้อกำหนดว่าต้องผลิตผลงานได้ตามข้อตกลง  ก็จะได้รับการสนับสนุน

 วิธีกำหนด KPI ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยของ มข. ได้มีวิวัฒนาการมา ๘ ปี  เวลานี้เป็น KPI ที่ดีมากต่อการกระตุ้นความเจริญก้าวหน้า และความเข้มแข็งในการพึ่งตนเอง ด้านการวิจัยและบัณฑิตศึกษา   มหาวิทยาลัยวิจัยต่างๆ น่าจะได้ศึกษา   โดย KPI มี ๖ หมวด ได้แก่ (๑) การตีพิมพ์  (๒) การเสนอผลงานในการประชุมวิชาการ  (๓) ทรัพย์สินทางปัญญา  (๔) ทุนวิจัยภายนอก  (๕) การจัดประชุมวิชาการ/บริการวิชาการ  (๖) บัณฑิต ป. เอก และโท ที่จบการศึกษา   โดยน้ำหนักมากที่สุดอยู่ที่การตีพิมพ์กับทุนวิจัยภายนอก
     ศูนย์วิจัยพยาธิใบไม้ตับฯ ได้คะแนนจาก KPI ถึง ๖๕.๘๒๕ ในปี ๒๕๕๓ เป็นที่ ๑ ของ มข.

 โครงสร้างและระบบการทำงานของศูนย์
    เป็นศูนย์ความเป็นเลิศเดียวของ มข. ที่มีลักษณะ collective leadership  ไม่ใช่นำโดยผู้นำเดี่ยว   ศูนย์นี้มีโครงสร้างการจัดการที่มีคณะกรรมการอำนวยการจากภายนอกมาให้คำแนะนำเรื่องใหญ่ๆ   ที่เป็นความสัมพันธ์ภายนอก และมุมมองระยะยาว   ผมโชคดีมากที่ได้ร่วมเป็นกรรมการอำนวยการมาตั้งแต่ต้น   และได้เห็นพัฒนาการดีขึ้น เข้มแข็งขึ้นมาเป็นลำดับ   การประชุมคณะกรรมการอำนวยการของปี ๒๕๕๔ จัดเมื่อวันที่ ๑๑ มี.ค. ๕๔

 วัฒนธรรมองค์กรของศูนย์   ที่ให้คุณค่าต่อการทำงานร่วมกันของนักวิจัยจากหลายคณะ หลายสาขา   มีกลไกการจัดการเพื่อสร้างความเข้มแข็งยั่งยืนของศูนย์   เริ่มคิดถึงแกนนำรุ่นที่ ๒  และมีการเตรียมคนเข้ามารับผิดชอบต่อเนื่อง

 กำลังจะได้รับการช่วยเหลือจาก อ. นพ. ปรีดา มาลาสิทธิ์ แห่งศิริราช และ ศ. นพ. สุจริต ภักดี จากเยอรมัน มาประเมินความเข้มแข็งทางวิชาการ แนะนำการทำ research question mapping  และให้คำแนะนำวิธีสร้างเครือข่ายความร่วมมือ  ซึ่งผมเชื่อว่าจะได้คำแนะนำที่มีประโยชน์มาก   อาจถึงกับได้แนวทางก้าวกระโดด

 ความเข้มแข็งของศูนย์ฯ ทำให้มีนักวิจัยเก่งๆ ในต่างประเทศมาขอร่วมมือ   ยิ่งเป็นโอกาสให้เพิ่มความเข้มแข็งยิ่งขึ้น 

 

      

          อ่านบันทึกการไปประชุมคณะกรรมการอำนวยการของศูนย์ ในปี ๒๕๕๓ ได้ที่นี่
 

 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๒ มี.ค. ๕๔

บรรยากาศในห้องประชุม

 

ถ่ายจากอีกมุมหนึ่ง

 

รูปหมู่