ได้เข้าร่วมเรียนรู้การขยายผลโครงการปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริวันที่ 2 เมษายน 2554 เวลา 13.00 น.ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จ.น่านเพื่อร่วมเรียนรู้การขยายผลปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ(จริงๆไปฟังมากกว่า)
แต่ก็ได้พยายามศึกษา อ่านและร่วมเรียนรู้มาจากเวทีต่างๆ จึงขอสรุปในมุมมองที่ได้เก็บเกี่ยวมาแลกเปลี่ยนกับหลายๆท่านดังนี้ หลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- เข้าใจ สร้างความเข้าใจในบริบท ข้อมูลพื้นฐานภูมิสังคม ภูมิปัญญา ข้อมูลทุกมิติค้นหารากเหง้าของปัญหา และรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน
- เข้าถึง ทำการสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน และสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน(วิเคราะห์ปัญหาความต้องการเพื่อตอบให้ตรงโจทย์)
- พัฒนา รวมเรียนรู้และพัฒนาแบบเป็นผู้สนับสนุน เคียงบ่าเคียงบ่าเคียงไหล่ อย่างต่อเนื่องและถ่ายโอนภารกิจให้ชุมชนเป็นเจ้าของเพื่อให้เกิดความยั่งยืน
หลักการทั้ง 3 อย่าง นี้ เป็นจุดเริ่มต้น หรือ การพัฒนาระยะ ขั้นต้นน้ำ ต้องทำความเข้าใจจริงๆ เพราะพวกเรา(ข้าราชการและคนเขียนเอง) มักจะใจร้อนคือ ทำการพัฒนาทันที
หากนำมาประยุกต์ใช้ในงาน เรื่องการทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ ก็คือ ก่อนขั้นตอนที่ 1และ ขั้นตอนที่ 1 (มองหาศักยภาพหรือสิ่งที่ดีๆที่เขามีอยู่แล้วแต่เราไม่เข้าใจ วิธีการได้มาซึ่งความเข้าใจตรงนี้หากสนใจ ไปดูของจริงที่โรงเรียนนวตกรรมสุขภาพชุมชน(รน.สช.) เทศบาลศรีษะเกษหรือตำบลน้ำแก่น ได้ค่ะ)
ปัญหา/ อุปสรรคที่สำคัญและเร่งด่วนของเราคือ การสร้างความใจในปัญหา และการสื่อสาร เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม
สรุปจากการศึกษาทั้ง 4 ฐานและจากรูปจำลองในพื้นที่ดำเนินการปิดทองหลังพระเปรียบเทียบกับกระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำได้ดังนี้
ต้นน้ำ เป้าหมายคือ อยู่รอด:“พออยู่ พอกิน พอใช้”
หัวใจหรือหลักคิดในการพัฒนาขั้นต้นน้ำ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”
- เน้นเรื่องปากท้อง/ลดหนี้/การเกษตรยังชีพ ได้แก่ (เกษตร) กองทุนสุกร/
กองทุน อาหารสัตว์
- สร้างมาตรฐานการผลิต เพิ่มประสิทธิผล โดย ศึกษาดูก่อนว่าพืชพันธุ์ไม้ดั้งเดิม
มีอะไรบ้าง แล้วปลูกแซมตามรายการชนิดต้นไม้ที่ศึกษามาได้...”เช่น ต๋าว/
หวาย/มะแข่วน
- ความชำนาญของคนเป็นแบบกึ่ง ชำนาญการ
(ดิน) – ขุดนาขั้นบันได ปรับปรุงดิน
(น้ำ) – ฝายเกษตร อนุรักษ์
– ระบบส่งน้ำ
– สระน้ำ อ่างพวง
(ป่า) ฟื้นฟู
– ป่าเศรษฐกิจ
- ป่าอนุรักษ์ต้นน้ำ
- ฝายชะลอความชุ่มชื้น
-เน้นสร้างงาน สร้างอาชีพ
ขั้นกลางน้ำ เป้าหมายคือ พอเพียง: “อยู่พอดี กินพอดี ใช้พอดี
หัวใจหรือหลักคิดในการพัฒนาขั้นกลางน้ำ “ความรู้สึกเป็นเจ้าของ”
-เน้นสร้างงาน สร้างอาชีพ
-เกษตรพื้นฐาน..ปลูกข้าว
-แปรรูป/เพิ่มมูลค่าทรัพยากรที่มีอยู่น้ำพริกมะแขว่น....
(ตรงนี้ใครเห็นอะไรมาช่วยเติมด้วย......)
ผลลัพธ์ พื้นที่ดำเนินการทั้ง 3 อำเภอขณะนี้น่าจะอยู่ในขั้นกลางน้ำ (คงต้องลงไปดูพื้นที่จริงกันน่ะ เพราะอาจถึงขั้นปลายน้ำแล้วก็ได้)
ขั้นปลายน้ำ เป้าหมายคือ ยั่งยืน: “มีอยู่ มีกิน มีใช้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”
-เป็นการเกษตรก้าวหน้า
-เน้นการเปิดโลกทัศน์และการศึกษา
-ทำการตลาดและสร้างชื่อสินค้า
-ลักษณะของคนทำงานต้องเป็นมืออาชีพ
ในไม่ช้าพวกเราคงได้ร่วมเรียนรู้มากขึ้นและได้ลงพื้นที่จริง.............
ร่วมแลกเปลี่ยนกันน่ะค่ะว่าแต่ละท่านมีความเข้าใจตรงกันหรือไม่อย่างไร