ช่วงเริ่มเกิดการเรียนรู้

๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ก. เช้าตรู่ การนั่งกำหนดและเดินจงกรม เกิดอาการง่วงไม่ขาดสาย (ยังคงทรมานกับภาวะที่เกิดขึ้น)

ข. สาย การนั่งกำหนด เปลี่ยนจากฐานจมูกเป็นหน้าอก ที่กำหนดได้ดีกว่า ส่วนการเดินนั้นปกติ

ค. บ่าย สอบอารมณ์กับอาจารย์หมอ (ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์) ท่านแนะนำให้ดำเนินการใหม่ ท่านให้กำหนดความพอง-ยุบของท้อง (ลมที่ท้องกับลมที่หน้าอก (ปอด)ไม่ใช่ลมอย่างเดียวกัน) ปล่อยให้การพอง-ยุบของท้องเป็นไปตามธรรมชาติ (กรณี ลมในท้องกับลมหายใจเข้าออกเป็นสิ่งต่างอย่างกันนั้น คำสอนในพุทธกับวิทยาศาสตร์กล่าวตรงกัน)

ง. เย็น - เริ่มปฏิบัติใหม่ โดยเอามือแตะที่หน้าท้องตามคำแนะนำของอาจารย์หมอ พบการพอง-ยุบของหน้าท้อง เริ่มกำหนดใหม่ พบว่า การนั่งคู้ (ไม่ถูกต้อง) จะพบอาการพอง-ยุบดีกว่าการนั่งตัวตรง ไม่พบการง่วงนอนอย่างที่เคยเป็น (ตกภวังค์) ขณะที่นั่งช่วงหนึ่ง (ไม่รู้ว่าหลอกตัวเองหรือไม่-เอกสารแอบบันทึก/ห้ามบันทึกใดๆ ห้ามอ่านหนังสือ ห้ามฯลฯ ตลอดเวลา ๑ เดือน) เหมือนมีดวงไฟลอยอยู่บนศีรษะ ทำให้เกิดแสงสว่าง (ไม่จ้า) ภายใน รู้สึกอุ่น (ร้อน) ที่ศีรษะและที่ใบหน้า ๒ ช่วง หัวใจเต้นแรง ขณะนั้น ไม่รับรู้โลกภายนอก ยุบ-พองที่ท้องเป็นไปตามจังหวะจะโคน เหมือนกำลังอยู่ในโลกของพอง-ยุบ เกรงว่า จิตหลอนตัวเอง จึงไม่ได้สนใจ ต่อมาได้ยินเสียงภายนอก จึงกำหนดว่า ได้ยินหนอๆๆ และไม่เกิดอาการแบบนั้นอีกเลย (ต่อมา อาจารย์หมอบอกให้กำหนดสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เพราะนั่งคือารมณ์กรรมฐาน) ส่วนการเดินจงกรม เริ่มติดขัด ไม่ลื่นเหมือนเคย หมายถึง ระหว่างการย่าง (ซ้าย-ย่าง-หนอ) ขามันมีอาการกึกๆๆ ทีละนิด

จ. นอนกำหนด (๒๒.๐๐ น) กำหนดการพอง-ยุบที่ท้องได้ดีกว่าการนั่งกำหนด