ใครสนใจเรียน มีคำแนะนำและสอนฟรีเป็นวิทยาทาน แบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งทางโทรศัพท์ Email และ internet ครับ

ผมได้แนวคิดนี้มาจากการประชุมเครือข่ายปราชญ์ ที่สะท้อนประเด็นความผิดพลาดของการพัฒนาตาม “เขาว่า” ประเทศไทยเป็นประเทศ “ด้อยพัฒนา” และ “ยากจน”

ที่ทำให้รัฐบาลส่งเสริมการทำลายทรัพยากรพื้นฐานทุกด้าน ตามคำแนะนำของ “ผู้เชี่ยวชาญ” ต่างชาติ เพื่อให้เรา “มีเงิน” ไปซื้อของใช้สารพัดอย่างที่ “เขา” ผลิตมาขายให้เรา จนกระทั่งทำให้คนทั้งประเทศ “เป็นหนี้” และ “ตกทุกข์” ไปตามๆกัน

แล้วเราก็มานั่ง “ทุกข์” กับภาระหนี้ในทุกระดับ ตามพุทธสุภาษิตว่า “การเป็นหนี้เป็นทุกข์อย่างยิ่ง”

และพยายามหันกลับมาใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการปลดหนี้ แบบ “เราว่า” ว่าวิธีนี้ เป็นสุขมากกว่า

ทำให้ผมมาคิดเชิงเปรียบเทียบว่า

การมีพระ “สวย” แบบ “เขาว่า” ก็น่าจะ “เสี่ยง”มากพอสมควร

โดยเฉพาะท่านผู้ใหญ่ที่ชอบโชว์พระเครื่องสวยๆในหนังสือพระเครื่อง ก็คงจะมาจาก “เขาว่า” สวย ก็เลยนำมาลงให้คนอื่นได้ชมบารมี

แต่ถ้ามีใครสักคนไปสะกิดท่านเหล่านั้นเบาๆ ว่าพระที่ท่านลงนั้น ดูไม่ค่อยสวยสมฐานะ หรืออาจจะรุนแรงถึง “ตีเก๊” ไปเลย ท่านผู้ใหญ่เหล่านั้นจะรู้สึกอย่างไร

  • เฉยๆ
  • 
  • กังวลใจ หรือ
  • ไปไล่บี้เอากับคนที่เอาพระองค์นั้นมาปล่อยให้

ผมคิดว่าน่าจะเป็นประเด็นที่สอง หรือที่สาม เพราะ

  • ตอนแรก “เขาว่า” ดี สวย ราคาแพง
  • แต่ตอนหลัง มีคน “เขาว่า” เก๊ โดนหลอกมา

ก็มีแต่ “เขาว่า” และ “เขาว่า” ที่ทำให้มีปัญหา

แต่ถ้าท่านผู้ใหญ่นั้นได้ศึกษาพระเครื่องมาเอง ตามหลักวิชาการ ตามเหตุตามผล ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นจริงมาตลอด จนเกิดความมั่นใจระดับ “เราว่า”

  • พระองค์นี้สวย งาม มีมูลค่าและราคาสูง
  • เพราะมีน้อย หายาก มีพุทธคุณสูง
  • 

ใครจะว่าอย่างไร “เรา” ก็คงรู้สึก “เฉยๆ” อย่างมาก ก็แค่ “รำคาญ” เท่านั้น

เพราะคนพูดแบบ “เขาว่า” นั้น ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ก็พูดไปอย่างนั้นเอง

แต่ก่อนที่จะพัฒนาความมั่นใจแบบ “เราว่า”

  • ก็ต้องมีการศึกษาอย่างชัดเจน อย่างมีหลักการ
    • จนเกิดความรู้แบบ "เราว่า" เชิงประจักษ์
    • ลึกซึ้งในความรู้ของตัวเราเอง
      • ที่บางคนคิดว่า "ยาก" เกินไป
      • จนยอมสวามิภักดิ์กับความรู้แบบ "เขาว่า" 
  • ไม่ใช่ศึกษาตามแบบ “เขาว่า”
    • ที่ไม่มีทางรอดพ้นกับดักความรู้เป็นพิษ
      • หรือหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าของเขา แบบ “เขาว่า” ไปได้
      • อย่างที่เป็นมาในความรู้ในการพัฒนาประเทศที่ผิดพลาดมาตลอดระยะ ๕๐ ปีที่ผ่านมา
  • 

ฉะนั้น ผมจึงคิดว่า การศึกษาการดูพระเครื่องแบบใช้ความรู้ “สหสาขาวิชาการ” หรือ “บูรณาการ” น่าจะเป็นคำตอบ นำไปสู่การพัฒนา “เราว่า” เป็นไทแก่ตัว และไม่ต้องเผชิญปัญหาความกังวลใดๆ ที่อาจมีในอนาคตครับ

นี่คือที่มาของการพัฒนาความรู้ “เทคนิคการแยกพระเครื่องออกจากพระโรงงาน” ในระยะหลายปีที่ผ่านมาครับ

ใครสนใจเรียนเพื่อพัฒนา "เราว่า" ให้กับตัวเอง 

  • มีคำแนะนำ
  • มีตัวอย่างจริงให้ดู และ
  • แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ฟรี
  • เป็นวิทยาทาน

แบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ

ทั้งทางโทรศัพท์ Email และผ่านทาง internet ครับ