ห้องเรียนขอบฟ้ากว้าง

นิยามการศึกษาทั้งของคุณมนตรี ทองเพียร และคุณวิศิษญ์ วังวิญญู
นับว่าท้าทายต่อระบบการศึกษาที่เป็นดั่งปัจจุบันนั้นมากที่สุด ดังจะเห็น
ได้จาก สัญญะและการปฏิบัติ ที่ผมได้เข้าไปเรียนรู้ในชุมชนของ
ห้องเรียนขอบฟ้ากว้าง ของมูลนิธิสังคมวิวัฒน์ ที่คุณมนตรี ทองเพียร
เป็นผู้จัดการมูลนิธิและคุณวิศิษญ์ วังวิญญู แกนนำของจิตปัญญาศึกษา
นิยามการศึกษาของคุณวิศิษญ์ วังวิญญู ขอยกเอาจากบล็อกของท่านที่
อาจารย์สุมนต์ อมรวิวัฒน์ ได้เขียนถึงวิศิษญ์ วังวิญญู ในดุลยภาพของ
การเรียนรู้ ผมได้ศึกษามาก่อน ก่อนที่จะ้ก้าวเข้าไปในห้องเรียนขอบฟ้ากว้าง

การเรียนรู้ที่แท้นั้นเกิดจากสภาวะของจิตที่โปร่งสบาย ผ่อนคลาย แล้วคิดวิเคราะห์เข้าภายในตน ขณะเดียวกันก็ได้สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและเชื่อมโยงกับผู้อื่นการยึดติดกับเนื้อหาสาระที่ตายตัวนั้น แม้จะรู้มากก็มีประโยชน์น้อยกว่าการรู้สาระที่เปลี่ยนแปลงเชื่อมโยงกับชีวิตเรา

ผมคิดว่าการศึกษาอะไรจากใครก็ต้องเริ่มจากนิยามก่อน ผมตั้งคำถามว่า
นิยามการศึกษาของนักการศึกษานั้นเป็นอย่างไร เมื่อนิยามการศึกษาที่ผม
ไปศึกษากับห้องเรียนขอบฟ้ากว้าง ที่ได้ทำกิจกรรมก็สอดคล้องกับนิยาม
การศึกษา คุณวิศิษญ์ กับ คุณมนตรี ได้นำเสนอถึงมโนทัศน์หลาย ๆ อย่าง
ที่คุรุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ไม่ได้สอน จากนิยามนี้ก็จะมีมโนทัศน์สำคัญได้แก่

1. ความสัมพันธ์ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (ฺBonding) หมายถึงความสัมพันธ์แบบ
ไว้วางใจ ความปลอดภัย กระบวนการในความสัมพันธ์อย่างนี้ ได้แก่
การรับฟังอย่างลึกซึ้ง สุนทรียสนทนา

2. สภาวะการเรียนรู้ที่ผู้เรียนรู้ได้ดีที่สุด (Optimun Learning state) โดย
มีมโนทัศน์ย่อย ๆ ที่ผมสรุปมาจากความเข้าใจของผม ดังนี้

 2.1 ศักยภาพของตนเอง หรือผู้ำนำ 4 ทิศ  คือศักยภาพต่าง ๆที่มาพร้อม
กับอัตลักษณ์ตนเอง ซึ่งแทนด้วยสัญญะ กระทิง  หนู หมี  อินทรี ซึ่งสามารถ
สร้างศักยภาพภายในตนเองด้วยการปรับเปลี่ยนความสามารถภายในตนเอง
ให้สมดุลตามสภาพงาน 

        2.2 คลื่นของสมอง คลื่นสมองจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อ อยู่ในภาวะ
ของคลื่นที่เ็ป็นคลื่นอัลฟ่า คลืืนเทตร้า และคลื่นเหล่านี้ทำให้คลื่นแบบเบต้า
นั้นช้าลง คลื่นเบต้านั้นเป็นอันตรายสำหรับการเรียนรู้

 2.3 โหมดของการเรียนรู้ ปัญญาสามฐาน สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องปลดล๊อค
โหมดการปกป้องทั้งสามฐาน

จากการเข้ารับการอบรมจากกระบวนกรทั้งสองด้วยตนเองพบว่า นิยามการศึกษา
แบบนี้มีความเป็นไปได้ และจะเกิดปัญญาปฏิบัติ  ที่จะก่อศักยภาพให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงไปถึงขั้นลึก(transformer) คือเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ซึ่งเป็นคุณภาพ
ระดับสูง 

จากนั้นชีวิตของคุรุทั้งสอง ก็ใช้กระบวนการเีรียนรู้ตลอดชีวิต ที่มีความลุ่มลึก
คุรุทั้งสอง (่คุณมนตรี และ คุณวิศิษญ์) ได้เล่าว่าคุณมนตรี ก็เคยเรียนวิทยาลัยครู
แต่ไม่จบ เพราะเข้าป่าไปเสียก่อน ส่วนคุณวิศิษญ์นั้นเรียนมหาวิทยาลัยมหิดล
แล้วก็ลาออก ไปใช้ชีวิตเรียนรู้กับอาจารย์สุลักษ์ ศิวรักษ์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุรุทั้ง
สองคนมีความลุ่มลึกทางการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยมีข้อเขียน ถ้อยแถลง
ที่เขียนไว้ในปาจารยสาร และเป็นแกนนำทางด้านจิตปัญญาศึกษา 

คุรุทั้งสอง นั้นก็มีผลงานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับการศึกษาทางเลือก โดยเฉพาะ
ผลิตผลของคุณวิศิษญ์ คือ ยิ่ง บุตรชายของเขา ที่ออกจากโรงเรียนและไป
ศึกษาเรียนรู้ชีวิต เรียนเปียโนที่ประเทศรัสเซีย ความสามารถทางด้านภาษา
ซึ่งเหนือกว่าเด็กวัยเดียวกัน  ซึ่งอาจารย์สุมน อมรวิวัฒน์ได้เขียนยกย่องไว้ใน
คำนิยมของหนังสือ  ลูกของมนตรี หลายคนก็ออกจากการศึกษาในระบบ
ปฏิเสธคุณค่าของใบรับรอง ลูกชายของมนตรีขณะนี้ก็เรียนแพทย์แผนทิเบต
จบแล้ว ลูกสาวที่เป็นผู้ช่วยกระบวนกร ก็มีความลุ่มลึกในการคิด ชนิิดที่นักศึกษา
มหาวิทยาลัยบางคน ไม่ลุ่มลึกและกล้าหาญเท่า

ความคิดที่ผมจูนกับคุรุทั้งสองได้ ก็คือความเปราะบางที่เป็นลูกกำพร้ามาก่อน
ผมก็เป็นลูกกำพร้าเหมือนกัน และพยายามแสวงหาคุณค่าของชีวิตด้วยตนเอง
มโนทัศน์ จิตวิวัฒน์ ก็คล้ายคลึง กับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่ไม่มีวันจบ แต่
ความลุ่มลึกของมโนทัศน์ด้านจิตวิญญาณของจิตปัญญาศึกษานั้นลุ่มลึกมากกว่า
ความตื้นเขินของการศึกษาตลอดชีวิต แต่ก็สามารถเสริมเติมให้สมบูรณ์มากขึ้น
โดยเฉพาะปัญญาปฏิบัติ

การเลือกโรงเีรียนเทศบาลขอนแก่น โดยเฉพาะนักเรียนชั้น ม.3/8 ซึ่งเป็นนักเรียน
ชายขอบการศึกษา ให้รู้ึคุณค่าของตนเอง ได้รับการเยียวยา นับเป็นมิติทางด้าน
ปัญญาปฏิบัติ ที่ทฤษฎีกับปฏิบัติ ได้รับการประยุกต์วิทยา ให้เหมาะสมกับบริบท
โดยเฉพาะคุณวิศิษญ์ วังวิญญูนั้นไม่เห็นด้วยกับ คำตอบสำเร็จรูป ซึ่งผมก็ไม่เห็น
ด้วยมานานแล้ว ในยามที่ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นขอนแก่นนั้น อาจไม่ใช่คำตอบ
สำเร็จรูป กับที่อื่น ๆ การปรับรูปแบบและความหมายในบริบทนั้น เป็นคำตอบ
สำหรับผม 

สำหรับผมแล้วคำตอบ ของจิตปัญญาศึกษา อยู่ที่นักเรียนชายขอบ โรงเีรียนชายขอบ ที่รอการประยุกต์ศาสตร์นี้ในรูปแบบของตนเอง แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่ามีรากฐาน
แห่งคุรุทั้งสอง ซึ่งอาจมีคำตอบที่แตกต่าง อันเนื่องมาจากบริบท และการตอบโจทย์ที่ไม่เหมือนกัน และเชื่ออย่างเดียวกันว่า ปาฏิหาริย์นั้นเกิดขึ้นในระดับ จุลจักรวาล
จริง ๆ