เอ่ยชื่อ "พระศรีสรรเพชญ์" แต่ละท่านคงจะนึกไปต่างๆ กัน ตามแต่ประสบการณ์ ความรู้ ความเข้าใจ คำว่า "สรรเพชญ์" นี้ที่สะกดเป็น "สรรเพชญ" "สรรเพ็ชญ์" หรือ "สรรเพ็ชญ" หรือ "สรรพัชญ" ก็มี ตามการเขียนสมัยโบราณ ซึ่งยังไม่มีกติกาเคร่งครัดเหมือนในปัจจุบัน

ท่านที่ชอบอ่านเรื่องประวัติศาสตร์ คงจะนึกถึงกรุงศรีอยุธยาขึ้นมา เื่มื่อเอ่ยถึงพระศรีสรรเพชญ์ เพราะวัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวิหารหลวงในพระบรมมหาราชวัง แห่งกรุงศรีอยุธยา และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระศรีสรรเพชญดาญาณ

สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 1 ยังเป็นพระนามของสมเด็จพระมหาธรรมราชา (สมเด็จพระบิดาของสมเด็จพระนเรศวร)

นอกจากนี้ คำว่า "สรรเพชญ์" ยังหมายถึง พระพุทธเจ้า หรือ เทพเจ้าในศาสนาฮินดูบางองค์ด้วย 

 

มาว่ากันถึงที่มาของคำศัพท์

"สรรเพชญ์" รูปคำอย่างนี้ให้เดาว่ามาจากภาษาสันสกฤต เพราะมี ร หัน (คำที่ใช้ ร หัน อาจเป็นคำไทยเดิม คำเขมร หรือคำสันสกฤต ได้, คำบาลีไม่มี ร หัน) มีการเปลี่ยนรูปพอสมควร (ตามหลักสนธิ) ทำให้เดาที่มาไม่ง่ายนัก

คำนี้ ภาษาสันสกฤตใช้ว่า "สรฺวชฺญ" แยกศัพท์ให้เข้าใจง่าย คือ สรฺว + ชฺญ 

สรฺว หมายถึง ทั้งปวง (บาลีใช้ "สพฺพ" อ่านว่า สับ-พะ)  โปรดสังเกตว่า เมื่อใดในภาษาสันสกฤต มี รฺ เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย จะแปลง รฺ เป็น รร (ร หัน), ทีนี้ ตัว ว ในภาษาบาลีหรือสันสกฤตเองก็ตาม อาจใช้แทนกันได้ บางครั้งค้นศัพท์ที่ใช้ตัว พ ไม่เจอ ก็ไปค้นที่ตัว ว อาจจะเจอ  สรฺว จึงกลายมาเป็น สรรพ ด้วยประการฉะนี้

อีกคำหนึ่ง "ชฺญ" เจอคำนี้เมื่อไร ก็คิดไปถึงคำว่า "ชฺญา" แปลว่า รู้ หรือ เมื่อเป็นคำนาม "ชฺญ" ก็หมายถึง การรู้ การรู้จัก ผู้รู้ ผู้ฉลาด  โดยมากจะถือว่า มาจาก ตัว "ชฺญา" ที่เป็นกริยา แล้วค่อยเปลี่ยนร่างแปลงรูปไปตามหลักทางภาษานั้นๆ 

"สรฺวชฺญ" จึงหมายถึง ผู้รู้ไปทุึกอย่าง ถ้าแปลงเป็นคำไทย น่าจะเป็น "สรรพัชญ" จึงจะลงตัว แต่ในบางคำปราชญ์โบราณท่านแผลง อะ เป็น เอ เช่น วชฺร เป็น เพชร, พชฺญ จึงเป็น เพชญ หรือ เพ็ชญ ทำนองนี้  รูปสำเร็จของคำนี้จึงกลายเป็น "สรรเพชญ์" ออกเสียง ว่า "สัน-เพ็ด" ซึ่งมีทั้งใส่การันต์ ที่ ญ, หรือใส่ไม้ไต่คู้บน พ, จึงเขียนได้หลากหลายแบบ ส่วน "สรรพัชญ" นั้นน่าจะตรงตัวที่สุด แต่ก็พบได้น้อย

การแปลง หรือแผลงคำนี้ ไม่สู้จะมีกฎตายตัวมากนัก อีกอย่างหนึ่ง เราอาจยังไม่พบหลักฐานเพิ่มเติม จึงไม่ทราบชัดว่า เหตุใด พชฺญ จึงเป็น เพชญ นอกเหนือจากเรื่องความนิยม อาจมีสำเนียงภาษาอื่นที่กระเดียดไปทางนั้นก็ได้ ...

คำนี้ หากใช้กับเพศชาย ก็เ็ป็น "สรฺวชฺญ" (อันที่จริงแผลงไปได้หลายอย่าง เช่น สรวัชญ์  สรรวัชญ์ หรือ สรรพวัชญ์ ฯลฯ ก็ได้)  ส่วนเพศหญิงใช้ "สรฺวชฺญา" แผลงเป็นไทยว่า สรรพัชญา ก็ได้ เพราะดีเหมือนกัน แต่ถ้าใครจะเอาไปตั้งชื่อ คนไทยว่าออกจะสูงส่งเกินตัวไปหน่อย เพราะหมายถึงผู้รู้เกินมนุษย์มนา เทียบชั้นเทพเจ้า หรือพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ แต่คนอินเดียเขาไม่ถือ เขากลับนิยมใช้ชื่อเทพเจ้ามาตั้งชื่อตัว ถือว่าเป็นมงคลเสียอีก

เราๆ ท่านๆ อาจจะคุ้นกับคำบาลีมากกว่า ท่านใช้ "สัพพัญญู" (สพฺพญฺญู) แยกศัพท์ และแปลเหมือนๆ กัน

ในภาษาอังกฤษ คงจะตรงกับ omniscience หรือ omniscient (แยกศัพท์ omni-science) คล้ายกับบาลีสันสกฤต เพราะ omni แปลว่า ทั้งปวง (เช่น omnibus ซึ่งภายหลังกร่อนเหลือแต่ bus ก็หมายถึง รถบัสสำหรับคนทั้งปวง) และ science แปลว่า ความรู้ เมื่อประสมกันแล้ว ก็แปลว่า ความรู้รอบ รู้รอบ รู้ถ้วน เหมือนกัน แต่ทางฝรั่งหมายถึง พระเจ้า อย่างเดียว

 

จบดื้อๆ ตรงนี้ก็แล้วกันนะครับ เพราะตั้งใจจะเล่าถึงที่มาและความหมายของคำว่า "สรรเพชญ์" พอสังเขป ท่านใดสงสัยก็ถามได้นะครับ (ถ้าทราบคำตอบก็จะตอบให้ครับ)