" ความทุกข์สุขของชีวิต และการเห็นอกเห็นใจกันของผู้คน จะคิดและเข้าใจเอาด้วยความรู้ไม่ได้ ทว่าต้องรู้จักการใช้ชีวิต และเรียนรู้ออกมาจากหัวใจ เพื่อหยั่งชัวิตกับผู้อื่น ด้วย ใจเขาใจเรา และเมื่อผู้คนต่างมีชีวิตจิตใจเป็นพื้นฐานเหมือนกันทุกชาติ ทุกภาษา การรู้จักชีวิต และรู้ทุกข์สุขของชีวิตจากก้นบึ้งหัวใจ จะทำให้ผู้คนเข้าใจและเห็นใจกัน โดยสื่อตรงจากใจถึงใจ"

 

 

 

 

 

 

 

 http://gotoknow.org/blog/wirat-kamsrichan/294088

  

   หลายบทหลายตอนที่ปรากฏในบันทึกของ blog "ดังลมหายใจ" ชี้ให้เห็นถึงจิตสำนึกของบุคคลและชุมชน ที่ร้อยรัดความรัก ความผูกพัน ด้วยวิถีของความเป็นครอบครัว การทำมาหากินแบบดั้งเดิม ขนบประเพณีและวัฒนธรรมที่มิได้เป็นไปในเชิงเดี่ยวแบบต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างเอาตัวรอด หากแต่ร่วมกันอย่างสมานสามัคคีกลมเกลียวอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างพื้นฐานที่มั่นคงแก่ชุมชน เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาต่อไป ดังที่สะท้อนให้เห็นเป็นแบบอย่างดังนี้ :

 

๑. การสันถวะนอบน้อมต่อกัน และความคุ้นเคยกันดังญาติ ที่ถือได้ว่า เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างแท้จริงของสังคมมนุษย์

http://gotoknow.org/blog/wirat-kamsrichan/294088

 

  กล่าวโดยนัยนี้ คือการมีใจที่โน้มใจเข้าหากัน ด้วยเมตตาธรรม ละความเป็นตัวตน ปลอดจากกิเลสแห่งการถือประโยชน์ตนและพวกพ้องเป็นที่ตั้ง

 

 

 http://gotoknow.org/blog/wirat-kamsrichan/292286

 

๒.การทำกินทำอยู่ เรียนรู้พอเพียง โดยเฉพาะอาชีพหลัก คือ การทำนา ที่มีความหมายต่อชีวิตมากกว่า เป็นงานที่หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ที่เผชิญกับภาวะไม่แน่นอนของฤดูกาล และการมีหนี้สินซ้ำซาก

 

 ..หากแต่เป็น " การดำรงชีวิตอยู่กับงาน และการผลิต มีวิชาชีวิตและหลักปฏิบัติต่างๆมากมาย เป็นระบบคิดที่วางอยู่บนคุณธรรมของการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น และการปรับตนเองให้สอดคล้อง กลมกลืนไปกับธรรมชาติ"

http://gotoknow.org/blog/wirat-kamsrichan/292286 

 

 http://gotoknow.org/blog/wirat-kamsrichan/290158

 

๓. จิตสาธารณะในหมู่คนยากจน ที่ปลูกฝังมาจากการประสบกับความเดือดร้อนและเกิดความทุกข์ยากในชีวิต ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไวต่อความทุกข์ร้อนของผู้อื่นได้ดี จึงเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน ให้โอกาสทางเลือกในการแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง

 

    บทเรียนที่สัมผัสได้คือ "ชาวบ้านมักให้สิ่งต่างๆแก่ผู้อื่น ที่ดีกว่าตนเองกินและใช้ หรืออย่างน้อย ก็ให้เสมอกันที่ตนมี และเป็นตลาดแลกเปลี่ยนกันด้วยสิ่งของ ซึ่งกำหนดด้วยคุณค่าทางจิตใจ มากกว่าเป็นเงินทองและผลกำไร "

 

" ความทุกข์สุขของชีวิต และการเห็นอกเห็นใจกันของผู้คน จะคิดและเข้าใจเอาด้วยความรู้ไม่ได้ ทว่าต้องรู้จักการใช้ชีวิต และเรียนรู้ออกมาจากหัวใจ เพื่อหยั่งชีวิตกับผู้อื่น ด้วย ใจเขาใจเรา และเมื่อผู้คนต่างมีชีวิตจิตใจเป็นพื้นฐานเหมือนกันทุกชาติ ทุกภาษา การรู้จักชีวิต และรู้ทุกข์สุขของชีวิตจากก้นบึ้งหัวใจ จะทำให้ผู้คนเข้าใจและเห็นใจกัน โดยสื่อตรงจากใจถึงใจ"

 

"คนยากจน มักจะมีน้ำใจและความมีจิตสาธารณะเป็นสิ่งทดแทน ทำให้มีวิธีสร้างสรรค์ชีวิตส่วนรวมด้วยกันให้ดีขึ้นได้"

http://gotoknow.org/blog/wirat-kamsrichan/290158