การทำงานให้ประสบผลสำเร็จ
พระบรมราโชวาทตอนหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ให้ไว้เมื่อ วันที่ 8 กรกฎาคม 2520 ที่จะขออัญเชิญมาแสดงไว้ ณ ที่นี้ ความว่า
“...การที่จะทำงานให้สัมฤทธิ์ผลที่พึงปรารถนา คือที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรมด้วยนั้น จะอาศัยความรู้แต่เพียงอย่างเดียวมิได้ จำเป็นต้องอาศัยความสุจริต ความบริสุทธิ์ใจและความถูกต้องเป็นธรรม ประกอบด้วย เพราะเหตุว่า ความรู้นั้นเป็นเหมือนเครื่องยนต์ ที่ทำให้ยวดยานเคลื่อนที่ไปได้ประการเดียว ส่วนคุณธรรมดังกล่าวเป็นเหมือนหนึ่งพวงมาลัยหรือหางเสือ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำพาให้ยวดยานดำเนินไปถูกทาง ด้วยความสวัสดี คือ ความปลอดภัย จนบรรลุถึงจุดหมายที่พึงประสงค์…”
พระบรมราโชวาทตอนหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ให้ไว้เมื่อ วันที่ 15 มีนาคม 2526 ที่จะขออัญเชิญ มา แสดงไว้ ณ ที่นี้ มีข้อคิด 4 ประการ ความว่า
“ การกระทำการงานสร้างเกียรติยศชื่อเสียง และความเจริญก้าวหน้า นอกจากจะต้องใช้วิชาความรู้ที่ดีแล้ว แต่ละคนยังต้องมีจิตใจที่มั่นคงในความสุจริต และมุ่งมั่นต่อความสำเร็จเป็นรากฐานรองรับ กับต้องอาศัยกุศโลบายหรือวิธีการอันแยบคาย ในการประพฤติปฏิบัติเข้าประกอบอีกหลายประการ
ประการแรก ได้แก่ การสร้างศรัทธาความเชื่อถือในงานที่ทำซึ่งเป็นพละกำลัง ส่งเสริมให้เกิดความพอใจ และความเพียรพยายามอย่างสำคัญในอันที่จะทำการงานให้บรรลุผลเลิศ
ประการที่สอง ได้แก่ การไม่ประมาทปัญญา ความรู้ความฉลาด ความสามารถทั้งของตนเองทั้งของผู้อื่น ซึ่งเป็นเครื่องช่วยทำงานให้ก้าวหน้ากว้างไกล
ประการที่สาม ได้แก่ การรักษาความจริงใจทั้งต่อผู้อื่นและต่อตัวเอง ซึ่งเป็นเครื่องทำให้ไว้วางใจร่วมมือกัน และทำให้งานสำเร็จโดยราบรื่น
ประการที่สี่ ได้แก่ การกำจัดจิตใจที่ต่ำทราม รวมทั้งสร้างเสริมความคิดจิตใจที่สะอาด เข้มแข็งที่จะช่วยให้ฝักใฝ่แต่ในการที่จะปฏิบัติดี ให้เกิดความก้าวหน้า
ประการที่ห้า ได้แก่ การรู้จักสงบใจ ซึ่งเป็นเครื่องช่วยให้ยั้งคิดได้ ในเมื่อมีเหตุทำให้เกิดความหวั่นไหวฟุ้งซ่าน และสามารถพิจารณาแก้ไขปัญหาได้โดยถูกต้อง...”
การทำงานในสถานการณ์ปัจจุบัน ต้องมีหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้ปฏิบัติงานจะได้ไม่ไขว้เขวไปทำในสิ่งที่ไม่ดี ไม่เป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
มีประโยชน์และคุณค่ามากค่ะ