ในขณะที่ผมเขียนบันทึกถึงจะพือ - จักรพงษ์  มงคลคีรี อยู่นี้ จะพือกำลังเป็นตัวแทนชาวบ้านเจรจากับทางจังหวัดที่จะเข้ามาปรับปรุงตลาดชาวเขาดอยมูเซอ ซึ่งมีรายละเอียดจำนวนมากที่ชาวในพื้นที่ไม่เห็นด้วย

     การทุ่มเทและความเอาจริงเอาจังในการเป็นตัวแทนของชาวบ้านของจะพือนั้น จึงให้ถูกเพ่งเล็งจากจังหวัดว่าเป็นผู้ยุยงและยั่วยุให้ชาวบ้านต่อต้านโครงการของทางจังหวัด บ้างก็กล่าวหาว่าจะพือจะได้รับประโยชน์จากการเคลื่อนไหวดังกล่าวทั้งการเรียกรับเงินจากชาวบ้าน การได้รับสิทธิ์ในการเข้าไปจำหน่ายสินค้าในตลาดที่จะทำการปรับปรุง

     ผมไม่รู้ว่าอะไรปิดบังหูบังตาทางผู้ว่าราชการจังหวัดตาก จึงทำให้เข้าใจจะพือไปในทำนองนั้น ทั้งที่จะพือได้สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดตากมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแกนนำชาวบ้านในการจัดการป่าชุมชนที่ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวซึ่งเป็นรางวัลสำคัญในระดับประเทศ และเป็นผลงานที่ทำให้กรมป่าไม้มาใช้เป็นต้นแบบในการจัดทำโครงการหมู่บ้านป่าไม้แผนใหม่ เป็นหมู่บ้านที่เป็นต้นแบบระดับประเทศในการจัดการน้ำ รวมทั้งสหกรณ์การเกษตรบ้านห้วยปลาหลดจำกัด ก็มีผลงานดีเยี่ยมระดับต้น ๆ ของจังหวัด ฯลฯ ผลงานเหล่านี้มีส่วนสำคัญมาจากความมุ่งมุ่นตั้งใจทำหน้าที่ของจะพือ ในฐานะแกนนำของชาวบ้าน

     จะพือไม่เพียงได้รับการยอมรับจากชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังได้รับการยอมรับจากหัวหน้าส่วนราชการจำนวนมากในจังหวัด รวมทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากส่วนกลาง มีเพียงผู้ว่าราชการจังหวัดตากเท่านั้นที่ไม่รู้ไม่เห็นคุณงามความดีของจะพือ

     จะพือเคยเป็นทั้งสมาชิก อบต. ของหมู่บ้าน เป็นผู้ใหญ่บ้านห้วยปลาหลด ปัจจุบันเป็นประธานสหกรณ์บ้านห้วยปลาหลดจำกัด เป็นสหกรณ์ที่มีผลงานยอดเยี่ยมในระดับจังหวัด

     จะพือประกอบอาชีพทำไร่ควบคู่ไปกับการค้าขาย โดยเฉพาะการจำหน่ายกาแฟสดที่ครบวงจร ที่กำลังจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงการกาแฟ กาแฟของจะพือลงไปจำหน่ายถึงภาคใต้แล้วหลายจังหวัด และอีกไม่นานนี้ก็จะส่งไปขายต่างประเทศ

     ผมกับจะพือเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะผมตามพ่อเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านห้วยปลาหลด ตอนนั้นพ่อเข้าไปทำงานในหน่วยพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาที่บ้านห้วยปลาหลด

     จนกระทั่งผมย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง เพื่อเรียนหนังสือ ผมกับจะพือก็แยกย้ายจากกัน จะพือไปเรียนที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ ผมไปเรียนอยู่ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมือง

     ผมไม่ได้พบจะพือเป็นเวลาราว ๑๐ ปี จึงได้พบกันอีกครั้งเมื่อจะพือมาเรียนต่อที่โรงเรียนตากพิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ส่วนผมยังคงเรียนอยู่ที่เดิม ที่ได้พบกันอีกครั้งก็เพราะว่าจะพือมาพักอาศัยที่บ้านผมซึ่งอยู่ในเมือง

     และหลังจากจะพือจบ ม.๓ ไปแล้ว ก็หยุดเรียนแล้วไปทำมาค้าขายที่ตลาดชาวเขาดอยมูเซอ แต่งงานแต่งการมีลูกมีเต้า ส่วนผมมาเรียนต่อ ม.๔ ที่โรงเรียนตากฯ โรงเรียนเดียวกับที่จะพือเรียน จากนั้นก็เข้าไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ต่อด้วยพิษณุโลก กระทั่งผมไม่ประสบความสำเร็จในการเรียนกลับมาอยู่บ้านแล้วตัดสินใจบวช ผมก็ได้พบกับจะพืออีกครั้ง เมื่อผมเข้าไปจำวัดที่สำนักสงฆ์บ้านห้วยปลาหลด และหลังจากที่ผมออกจากสำนักสงฆ์ไปก็ไม่ได้พบกับจะพืออีก

     ผมพบกับจะพืออีกครั้งเมื่อผมเป็นกรรมการรางวัลลูกโลกสีเขียว ลงพื้นที่เพื่อพิจารณาให้รางวัลแก่ชุมชนห้วยปลาหลด ตั้งแต่นั้นมาผมและจะพือก็ได้พบปะพูดคุยกันมากขึ้น

     สิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจกลับไปปักหลักที่บ้านเกิด ก็เกิดจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับจะพือ ที่อยากให้ผมมาช่วยกันพัฒนาดอยมูเซอซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอน

     ระยะหลังเราพูดคุยกันมากขึ้น จะพือให้ความช่วยเหลือผมหลายเรื่อง โดยเฉพาะความเป็นอยู่ที่ดอยมูเซอ เมื่อมีการทำกิจกรรมใด ๆ จะพือก็มักจะพาชาวบ้านมาร่วมที่บ้านผมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเรือนลาหู่ การเลี้ยงผีต้นน้ำ เป็นต้น

     ผมได้เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวลาหู่ จนสามารถเขียนหนังสือได้เป็นเล่ม ๆ จากการพูดคุยกับจะพือ จึงถือว่าในเรื่องนี้จะพือเป็นครูผมคนหนึ่ง