วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7417 ข่าวสดรายวัน

สหรัฐ โจมตีแล้ว รบลิเบีย โทมาฮอว์กถล่ม

จับมือชาติยุโรป ส่ง’สเตลธ์’บอมบ์ สังหารไป60ศพ ‘กัดดาฟี’ประกาศ พร้อมสู้-ยืดเยื้อ!

เปิดฉาก - กองทัพชาติมหาอำนาจนำโดยสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส เปิดฉากสงครามบุกทิ้งระเบิดถล่มรถถังกองทัพลิเบียที่ภักดีโมอัมมาร์ กัดดาฟี บนถนนเชื่อมระหว่างเมืองเบงกาซี และอัจดาบิยาห์ เพื่อโค�อำนาจผู�ำจอมเผด็จการของลิเบีย เมื่อวันที่ 20 มี.ค.

สหรัฐ นำชาติพันธ มิตรในยุโรป อังกฤษ-ฝรั่งเศส -อิตาลี เปิดฉากโจมตีทำสงครามกับลิเบียแล้ว ประเคนอาวุธหนักจรวดโทมาฮอว์กจากเรือพิฆาต-เรือดำน้ำถล่มกว่าร้อยลูก พร้อมส่งเครื่องบินสเตลธ์ทิ้งระเบิดซ้ำอีก 40 ลูก สร้างความเสียหายอย่างหนัก มีคนตายไปแล้วถึง 64 ศพ ‘โอบามา’ยันสหรัฐจำเป็นปกป้องชีวิตชาวลิเบีย เพราะทรราชประกาศจะไม่ปรานีประชาชนของตัว ขณะที่’ฮิลลารี คลินตัน’ชี้ผู้นำเผด็จการกัดดาฟีบีบให้โลกไม่มีทางเลือก นอกจากเข้าแทรกแซง ทางด้าน’กัดดาฟี’แถลงออกโทรทัศน์ประณามมหาอำนาจ ลั่นชาวลิเบียจะจับอาวุธทำสงครามยืดเยื้อ

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการเปิดฉากสงครามครั้งใหม่ของโลกที่ประเทศลิเบีย เมื่อกองทัพสหรัฐ อเมริกาผนึกมหามิตรชาติตะวันตก ทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี แคนาดา เดนมาร์ก ฯลฯ บุกโจมตีลิเบียจากทางอากาศและทางทะเล ด้วยเป้าหมายโค่นล้มรัฐบาลโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำที่ปกครองลิเบียมายาวนาน 42 ปี ฐานขัดคำสั่งมติสหประชาชาติ ใช้กำลังทหารจัดการกับประชาชนฝ่ายต่อต้าน โดยไม่ฟังเสียงทัดทานจากนานาประเทศ

โทมาฮอว์กเปิดฉาก 112 ลูก

การโจมตีของชาติมหาอำนาจตะวันตกมีขึ้นหลังจากคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติลงมติให้ประกาศเขตห้ามบิน กองทัพฝรั่งเศสเปิดฉากก่อนด้วยการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดที่เมืองเบงกาซี ภาคตะวันออกของลิเบีย สมรภูมิเดือดของกองทัพกัดดาฟีกับกองกำลังฝ่ายต่อต้าน จากนั้นกองทัพสหรัฐและอังกฤษร่วมกันยิงขีปนาวุธปูพรมกรุงตริโปลี เมืองหลวงของลิเบียและเมืองใกล้เคียง ด้วยการยิงโทมาฮอว์ก 112 ลูก เข้าสู่เป้าหมาย 20 แห่ง ได้แก่ ที่ตั้งระบบเรดาร์ ศูนย์โทรคมนาคม และฐานติดตั้งขีปนาวุธจากภาคพื้นดินสู่อากาศ

ปฏิบัติการจากเรือรบ และเรือดำน้ำของสหรัฐและอังกฤษมีชื่อว่า “ออพเปอเรชั่น โอดิสซีย์ ดอว์น” และชื่อรหัสปฏิบัติการของเรือดำน้ำอังกฤษ พร้อมลูกเรือ 130 นายบนเรือเอชเอ็มเอช ไทรอัมพ์มีชื่อว่า “ออพ เปอเรชั่น เอลลามี”

สหรัฐทิ้งระเบิดซ้ำอีก 40 ลูก

พล.อ.อ.วิลเลียม กอร์ตนีย์ กล่าวว่า การยิงขีปนาวุธลูกแรกเริ่มในเวลา 21.00 น. วันเสาร์ที่ 19 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นหลังเวลา 02.00 น. วันอาทิตย์ที่ 20 มี.ค.ไม่นาน เสียงยิงปืนต่อต้านอากาศยานดังกึกก้องไปทั่วเมืองหลวง และมีเสียงระเบิดตามมาหลายระลอก

สำหรับการยิงขีปนาวุธใช้เวลาจาก สถานียิงบนเรือของสหรัฐและอังกฤษในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนาน 1 ชั่วโมง มาจากเรือของสหรัฐ 5 ลำ ได้แก่ เรือพิฆาตนำวิถีขีปนาวุธ 2 ลำ คือ ยูเอสเอส สเตาต์ และยูเอสเอส แบร์รี่ และเรือดำน้ำ 3 ลำ ได้แก่ ยูเอสเอส โพวิเดนซ์ ยูเอสเอสสแกรนตัน และยูเอสเอส ฟลอริดา

ด้านซีบีเอสรายงานว่า หลังการยิงขีปนา วุธแล้วเครื่องบินสเตลธ์ บี-2 ของสหรัฐ ทิ้งระเบิดใส่เป้าหมายทำลายฐานทัพอากาศลิเบียแล้ว 40 ลูก โดยไม่เสียเครื่องบินเลยแม้แต่ลำเดียว

‘โอบามา’ยันจำเป็นต้องถล่ม

ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐ ซึ่งเคยต่อต้านสงครามอิรัก แถลงท่าทีที่ลังเลต่อการเปิดสงครามใหม่ว่า ความจริงแล้วทางออกเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่สหรัฐและพันธมิตรต้องการ แต่จำเป็นต้องปกป้องชีวิตของพลเรือนชาวลิเบีย ที่อยู่ภายในและรอบเมืองเบงกาซี ฐานของพื้นที่กบฏ ซึ่งสหรัฐจำกัดการโจมตีในขอบเขตที่กำหนด

“เราไม่อาจอยู่นิ่งเฉยต่อไป ได้ เมื่อทรราช บอกกับประชาชนของตนเองว่าจะไม่มีความเมตตาปรานีให้” โอบามากล่าวระหว่างการเยือนบราซิล โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยเพิ่มเติมว่า กองทัพสหรัฐเป็นผู้นำในการเปิดฉากสู้รบครั้งนี้ แต่จะรีบถอยออกมารับบทบาทสนับสนุนภายในไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อเปิดทางให้พันธมิตรชาติยุโรปและอาหรับรับหน้าที่ผู้นำบัญชาการไปแทน นอกจากนี้ สหรัฐยังไม่มีแผนใช้กองกำลังภาคพื้นดิน

ถล่มดับ- ฝรั่งเศสถล่มฐานที่มั่นทหารฝ่ายภักดีกัดดาฟีในกรุงตริโปลีด้วยขีปนาวุธกว่า ร้อยลูก ในการเปิดฉากปฏิบัติการโค่นอำนาจผู้นำลิเบีย มีผู้เสียชีวิตแล้วเกิน 60 ราย เมื่อ 20 มี.ค.

ด้าน นางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเช่นกันว่า กัดดาฟีบีบให้โลกไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการแทรกแซงเร่งด่วน และใช้กำลังเพื่อปกป้องชีวิตของประชาชนตาดำๆ

อังกฤษ-ฝรั่งเศสประสานเสียง

นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวชี้แจงกับพลเรือนว่า อังกฤษร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ตามมติของสหประชา ชาติ และเพื่อสนับสนุนชาวลิเบีย หลังจากเห็นความโหดร้ายของกัดดาฟีที่ทำกับประชาชนของตนเอง การดำเนินการครั้งนี้ชอบธรรมด้วยกฎหมายและความถูกต้อง เพราะมีสหประชาชาติและสหพันธ์อาหรับสนับสนุน

นายนิโกลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวต่อที่ประชุมผู้นำโลกในกรุงปารีสไม่กี่ชั่วโมงก่อนการโจมตีว่า ฝรั่งเศสจะร่วมโจมตีลิเบีย กัดดาฟียังมีหนทางหลีกเลี่ยงความเลวร้ายที่สุดได้ หากทำตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชา ชาติ โดยหยุดยิงประชาชนของตนเอง เพื่อเปิดทางให้ดำเนินการทางการทูต

เพนตากอนรับมือ 24 ชั่วโมง

รายงานจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือเพนตากอน แจ้งว่า เพนตากอนเข้าสู่ภาวะรับมือการสู้รบตลอด 24 ชั่วโมง หลังจากแกนนำทหาร รวมถึงพล.อ.อ.ไมก์ มุลเลน ประธานคณะเสนาธิการร่วม ใช้เวลาเตรียมการโจมตี ร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และนายโรเบิร์ต เกตส์ รมว.กลาโหม ยังหารือกับทีมความมั่นคงแห่งชาติของโอบามาเพื่อทบทวนรายงานข่าวกรองและ ปฏิบัติการต่างๆ เป็นที่มาของการตัดสินใจบุกโจมตีลิเบีย เพราะฐานที่ตั้งทางทหารของกัดดาฟีนั้นเป็นเป้าหมายที่ชัดเจน นอกจากนี้ พบว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของลิเบียใช้เทคโนโลยีที่เก่ากว่าจากสมัย โซเวียต แต่ยังมีศักยภาพที่เป็นภัยต่อเครื่องบินรบของฝ่ายพันธมิตรได้ ทางกองทัพสหรัฐจึงเลือกใช้การโจมตีด้วยขีปนาวุธเป็นอย่างแรก เพราะไม่ต้องการให้นักบินเสี่ยงตายเกินไป

กบฏเฮ-ฝรั่งเศสถล่มทัพกัดดาฟี

รอยเตอร์รายงานว่า ในเมืองเบงกาซีเป้าหมายการโจมตีทางอากาศของกองทัพพันธมิตรที่มีฝรั่งเศสเป็น ทัพใหญ่ มีรายงานความเสียหายของพาหนะหลายสิบคันในเส้นทางจากเมืองอัจดาบิยาห์ ที่กองทัพกัดดาฟีใช้บุกเมืองเบงกาซี บางคันไหม้เกรียมจนบอกไม่ได้ว่าเป็นรถอะไร แต่เหมือนรถบรรทุกเล็กที่ติดตั้งเครื่องยิงจรวด รถถังคันหนึ่งถูกระเบิดเสียหายมาก จนป้อมปืนหลุดออกมา นายทาฮีร์ แซสซี นักรบฝ่ายกบฏลิเบีย กล่าวว่า ความเสียหายทั้งหมดเป็นผลงานของฝรั่งเศส จนทำให้ถนนเปิดออก จากเดิมที่กองทัพของกัดดาฟียึดไว้

ลิเบียดับแล้ว 64-กัดดาฟีลั่นสู้

ด้านสถานีโทรทัศน์ของลิเบีย รายงานหลังกองทัพพันธมิตรเปิดฉากถล่มกรุงตริโปลีว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 64 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 150 ราย จากนั้นมีการแพร่เทปเสียงของกัดดาฟี ประณามการกระทำของชาติตะวันตกที่ป่าเถื่อนโหดร้าย และไม่ชอบธรรม ทั้งประกาศว่า ลิเบียพร้อมแล้วกับสงครามที่ยืดเยื้อยาวนาน และชาวลิเบียทั้งมวลจะถืออาวุธเพื่อป้องกันประเทศ

“เราจะไม่ทิ้งแผ่น ดินของเรา และเราจะปลดปล่อยให้ได้” กัดดาฟีกล่าว โดยไม่มีภาพออกโทรทัศน์ในครั้งนี้ ผิดกับครั้งก่อนๆ ที่ออกโรงแถลงให้เห็น

ขณะ ที่รอยเตอร์รายงานว่า ที่เมืองเบงกาซีมีเหยื่อเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศอย่างน้อย 24 ราย เป็นนักรบและพลเรือน ที่ศพถูกส่งมายังโรงพยาบาลหลักของเมือง ส่วนผู้บาดเจ็บแน่นไปทั้งโรงพยาบาล

ฝรั่งเศสส่งเพิ่มบินรบ

ต่อ มามีรายงานว่า ฝรั่งเศสส่งเรือชาร์ลส์ เดอ โกลล์ บรรทุกเครื่องบินรบ 20 ลำไปยังลิเบีย คาดว่าใช้เวลาเดินทาง 24 ชั่วโมงถึงจุดหมาย แต่ต้องอาศัยเวลาขนย้ายเครื่องบินรบอีก รวมแล้วน่าจะเสร็จสิ้นในเวลา 36-48 ชั่วโมง หลังจากฝรั่งเศสส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดใส่ลิเบียเป็นชาติแรก

การ บุกแทรกแซงลิเบียครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในอาหรับนับตั้งแต่ปี 2546 ที่สหรัฐนำทีมบุกอิรัก โดยต้นตอของเหตุการณ์ ครั้งนี้เริ่มมาจากการชุมนุมประท้วงขับไล่พ.อ. กัดดาฟีของคนกลุ่มหนึ่งในประเทศ จากกระแสที่ลามไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังผู้ชุมนุมประท้วงในตูนิเซียและอียิปต์ขับไล่ผู้นำได้สำเร็จ ทำให้กลุ่มต่อต้านรัฐบาลในประเทศอื่นลุกฮือตามมา เช่น เยเมน บาห์เรน ซีเรีย ฯลฯ รวมถึงลิเบีย ซึ่งต่อมาฝ่ายต่อต้านกัดดาฟีใช้กองกำลังยึดเมืองฝั่งตะวันออก รวมถึงเบงกาซีได้ ทำให้กัดดาฟีสั่งยกทัพบุกยึดคืนจนเกิดสงครามกลางเมือง

จีน-รัสเซียไม่เห็นด้วยเปิดศึก

ด้านจีนและรัสเซีย ชาติมหาอำนาจที่ไม่ยกมือสนับสนุนมติคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็น ให้ประกาศเขตห้ามบินในลิเบีย ซึ่งเปิดทางสู่การโจมตี ออกแถลงการณ์ว่า เสียใจและไม่เห็นด้วยกับการใช้กองกำลังทหารโจมตีลิเบีย โดยรัสเซียเรียกร้องให้หยุดยิงโดยเร็วที่สุด ขณะที่จีนไม่ระบุถึงข้อเรียกร้องให้หยุดยิง แต่เน้นว่าเคารพต่อเอกราช ความเป็นหนึ่งเดียวและการผนึกรวมดินแดนของลิเบีย หวังให้ลิเบียฟื้นเสถียรภาพโดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียของพลเรือน และความขัดแย้งทางการทหาร

เลขาฯยูเอ็นชี้กัดดาฟีต้องรู้ตัว

นาย บัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า กัดดาฟีคงเห็นถึงความต้องการร่วมกันของประชาคมโลก ผ่านทางปฏิบัติการทางทหารที่มีต่อกองกำลังของกัดดาฟีในลิเบียแล้ว หลังจากที่กัดดาฟีสังหารประชา ชนของตนเอง ประกาศให้เจ้าหน้าที่บุกค้นบ้านเรือนและสังหารประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เลย ความหวังของตนก็คือ เจ้าหน้าที่ลิเบียควรยอมรับมติของคณะมนตรีความมั่นคง ด้วยการหยุดยิงโดยทันที และทำตามมาตรการทุกทางที่จะปกป้องพลเมืองของตนเอง

เผยขุมกำลังหลักพันธมิตร

ด้านบีบีซีรายงานสรุปกองกำลังและ อาวุธหลักของฝ่ายพันธมิตรที่ใช้ในศึกลิเบีย ว่า สหรัฐใช้การยิงขีปนาวุธนำวิถี จากเรือ รบยูเอสเอส แบร์รี่ และยูเอสเอส สเตาต์ ที่ลอยลำอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ภายใต้การบัญชาการจากเรือธง ยูเอสเอส เมาต์วิตนีย์

ด้านฝรั่งเศสรับผิดชอบสมรภูมิเบงกาซี ใช้ฝูงบินรบ 12 ลำ ประกอบด้วยเครื่องบินรบมิราจ และเครื่องเจ็ตราฟาล ขณะที่อังกฤษส่งฝูงบินไต้ฝุ่นและทอร์นาโด ขึ้นบินเหนือกรุงตริโปลี และเรือดำน้ำ 2 ลำ คือ เอชเอ็มเอส เวสต์มินสเตอร์ กับเอช เอ็มเอส คัมเบอร์แลนด์ เพื่อควบคุมพื้นที่ทางทะเล

สำหรับอิตาลีเปิดฐานใหญ่ ของกองกำลังนาโต้ในเมืองเนเปิลส์ ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการ หรือ “เอชคิว” ในปฏิบัติการปลดปล่อยลิเบีย และแคนาดาส่งเครื่องบินรบ เอฟ-18 เข้าร่วมเป็นกำลังสนับสนุน พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารอีก 140 นาย

มาร์คยันไม่มีคนไทยสูญเสีย

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการให้ความช่วยเหลือคนไทยในประเทศลิเบียหลังกองกำลังสห ประชาชาติยิงถล่มเมืองหลวงลิเบียว่า การสู้รบที่เกิดขึ้นอยู่ทางตอนเหนือ ซึ่งแรงงานไทยที่เคยอยู่ตรงนั้นได้นำออกมาหมดแล้ว ยกเว้นคนที่สมัครใจอยู่เพราะเขาอยู่มานานแล้วและมีความผูกพันกับที่นั่น แต่เราติดตามอย่างต่อเนื่อง ถ้ามีคนไทยต้องการจะกลับเราจะเดินหน้าในการดูแล ทั้งนี้ รวมถึงประเทศต่างๆ ที่มีปัญหาด้วย เช่นที่เยเมน ส่วนจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันหรือไม่นั้น ตนคิดว่าต้องติดตามดู เพราะกำลังการผลิตของโลกสามารถที่จะรองรับได้ ตอนนี้ค่อนข้างผันผวนเมื่อเกิดเหตุที่ตะวันออกกลางและญี่ปุ่น ราคาน้ำมันมีทั้งขึ้นและลง

เมื่อถามว่าสถานการณ์ขณะนี้จะก้าวเข้าสู่ ความรุนแรงที่มากขึ้น นายกฯ กล่าวว่า ต้องรอดูท่าทีของกลุ่มประเทศตะวันตกที่ขณะนี้เข้าไปดำเนินการอยู่ว่าระดับ ไหน เพราะเท่าที่ทราบจากข่าวตอนนี้เป็นเรื่องของการบังคับใช้เขตห้ามบิน ยังไม่ไปถึงขั้นที่จะมีการส่งกองกำลังใดเข้าไป เมื่อถามย้ำว่าไม่มีรายงานว่ามีคนไทยที่นั่นได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี

สหรัฐแถลงสำเร็จยกแรก

ต่อมา พล.อ.อ.มุลเลน ประธานเสนาธิการทหารร่วม แถลงผลการโจมตีของกลุ่มพันธมิตรในระลอกแรกว่า ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ในการจัดตั้งเขตห้ามบิน การโจมตีในช่วงเช้าใช้เครื่องบินเอฟ 15 และเอฟ 16 ยิงเป้าหมายฐานป้องกันอากาศยานของลิเบีย ส่วนขีปนาวุธโทมาฮอว์กของสหรัฐและอังกฤษที่ใช้ไปแล้วมีทั้งสิ้น 124 ลูก จากนั้นเครื่องบินทิ้งระเบิดบี-2 ทิ้งระเบิดยังฐานทัพอากาศลิเบียกว่า 40 ลูกในช่วงเช้าวันอาทิตย์ สร้างความเสียหายได้มาก นอกจากนี้ การโจมตีที่เมืองเบงกาซี ทำให้กองกำลังที่ภักดีต่อกัดดาฟีรุกเข้าไปไม่ได้อีก

ลูกเรืออิตาลีโดนกักในตริโปลี

ด้านสำนักข่าวอันซาของอิตาลี รายงานว่า กลุ่มติดอาวุธในกรุงตริโปลี เมืองหลวงลิเบีย บุกจับลูกเรือ 11 คน บนเรือของอิตาลี ห้ามทั้งหมดออกจากเรือ ซึ่งเหตุการณ์ ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกองทัพฝรั่งเศสเปิดฉากโจมตีลิเบียไม่นาน สำหรับลูกเรือดังกล่าวเป็นอิตาลี 8 ราย อินเดีย 2 ราย และยูเครน 1 ราย เรือเป็นของบริษัทออกัสต์ ออฟชอร์ เชี่ยวชาญด้านการขุดเจาะน้ำมัน

ลูก กัดดาฟีลั่นไม่โจมตีกลับ

ด้านนายเซฟ อัล-อิสลาม ลูกชายของกัดดาฟี กล่าวว่า ลิเบียไม่มีเป้าหมายที่จะโจมตีเครื่องบินพาณิชย์ของชาติตะวันตกใดๆ เพราะเป้าหมายของรัฐบาลลิเบียคือช่วยประชาชนในประเทศ โดยเฉพาะในเบงกาซี ขอให้เชื่อว่า ชาวบ้านในเบงกาซีอยู่กับฝันร้าย เป็นฝันร้ายอย่างแท้จริง รัฐบาลเพียงต้องการปลดปล่อยชาวลิเบียจากพวกกบฏที่ตั้งตนเป็นแก๊งอาชญากรรม แต่กลับโดนเข้าใจผิด

อาหรับโวยไม่ได้ให้บอมบ์

อามีร์ มุสซา เลขาธิการสหพันธ์ชาติอาหรับ กล่าวภายหลังการประชุมหารือกับชาติสมาชิก ว่า การที่อาหรับเห็นชอบกับมติตั้งเขตห้ามบินในลิเบีย ไม่ได้หมายความว่าให้ชาติตะวันตกไปทิ้งระเบิดโจมตีลิเบียแต่อย่างใด สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นแตกต่างจากเป้าประสงค์ของการจัดตั้งเขตห้ามบินเพื่อคุ้ม กันพลเรือน และไม่ใช่การโจมตีใส่พลเรือนมากขึ้นไปกว่าเดิม

ยุโรป เสียงแตก-เยอรมันชิ่ง

นายกีโด้ เวสเตอร์เวลล์ รมว.ต่างประเทศเยอรมนี กล่าวว่า การที่เยอรมนีไม่ได้ส่งทหารเข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ และงดออกเสียงในการลงมติของที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น เพราะเห็นว่าภารกิจนี้เสี่ยงที่จะกินเวลายาวนาน ซึ่งหวังแต่ว่าการคาดการณ์นี้จะไม่ถูกต้อง

ด้านรัฐบาลอิตาลี ประกาศตัวว่าพร้อมร่วมภารกิจในลิเบีย โดยเตรียมส่งเครื่องบินรบ 8 ลำ ไปสนับสนุนฝ่ายพันธมิตร ขณะที่สเปน ส่งเครื่องบินรบเอฟ-18 จำนวน 4 ลำ ไปเสริมที่ฐานของอิตาลี และมีเครื่องโบอิ้ง 707 สำหรับจ่ายน้ำมันให้เครื่องบินลำอื่น ด้านเดนมาร์ก ส่งเครื่องบินเอฟ-16 จำนวน 6 ลำ ไปสมทบกับกองทัพสหรัฐที่ประจำการในอิตาลี พร้อมเจ้าหน้าที่สนับสนุนอีก 132 นาย ส่วนเบลเยียม มีเครื่องบินรบเอฟ-16 จำนวน 8 ลำ พร้อมด้วยทหารอากาศ 200 นาย ประจำที่ฐานทัพอากาศประเทศกรีซ พร้อมปฏิบัติการในวันจันทร์