เดินทางกว่า ๒๔ ชั่วโมงเพื่อ..............................

          “น้า เมื่อไรจะลงมาห้วยยาง พ่อคุณถามหา น้า” เสียงหลานสาวพูดมาทางโทรศัพท์ ตอนบ่ายของวันอาทิตย์ที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๔

          “วันพุธ จะลงไป วันจันทร์มีประชุม”

          ตลอด ๒ วัน หลังจากรับโทรศัพท์ รู้สึกจิตไม่ค่อยดี จนทำให้นอนไม่ค่อยหลับ เนื่องจากมีภารกิจจำเป็นที่ต้องเข้าร่วมประชุมที่บ้านนาโต่

          หลังจากเดินทางกลับจากบ้านนาโต่ ก็ยังไม่ได้บอกเจ้าตัวน้อยและคู่ชีวิต ถึงเรื่องการเดินทางลงไปประจวบคีรีขันธ์

          ค่ำคืนนี้ดูรายการตีสิบซึ่งเป็นรายการที่ชื่นชอบของครอบครัว ในขณะเจ้าตัวน้อยนอนดูและคุยสารพัดเรื่อง

          “ตัวน้อย พรุ่งนี้ พ่อจะลงไปเยี่ยมปู่ ที่ทับสะแก       ”

          “พ่อไปเยี่ยมปู่ ทำไม ปู่ เป็นอะไร”

          “ปู่ ไม่สบาย.......” เมื่อพูดจบเจ้าตัวน้อยก็เริ่มงอแงทันที

          “แค๊ก แค๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ........นู๊ ก็ไม่สบาย” เจ้าตัวน้อยทำแกล้งไอ

          ค่ำคืนนี้กว่าจะได้หลับเกือบ ตี ๑ เพราะตัวน้อยไม่ยอมให้นอน

          ๗ โมงเช้าของวันพุธ เสียงนาฬิกาปลุก ก็ดังขึ้น เพื่อเป็นสัญญาณว่าจะต้องออกเดินทางไกลอีกครั้ง

          “ป๊อ จะไปไหน นอนกับนู๊ก่อน”

          “พ่อจะไปทับสะแก        เดี่ยวพ่อไปสาย ไม่ทันรถน่ะครับ”

          “ป๊อ นอนกอดนู๊ก่อน ฝนตก เดี่ยวแม่ออกไปส่งป๊อ ตัวเปียก เดี่ยวไม่สบาย”

          เจ้าตัวน้อย พูดพร้อมกับกอด ไม่ให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ จนเกือบ๘ โมงเช้าจึงได้อาบน้ำแต่งตัวออกจากไปรอรถที่ขนส่งเก่า เพื่อต่อไปยังขนส่งใหม่

          เนื่องจากเช้าวันนี้มีฝนตกตลอด ทำให้ไม่มีคนเดินทาง จึงต้องนั่งรอผู้โดยสารคนอื่นจนกว่าจะเต็ม รถสองแถว จึงจะออก นั่งรอจน๙ โมงกว่า รถสองแถวจึงพาผู้โดยสารทั้งหมดสู่ขนส่งใหม่ตะเคียนคู่

          “มีรถไปกรุงเทพฯ ไหม?”

          “ มีสมบัติทัวร์ เที่ยว ๙.๔๐ น. เป็น ป.๒ รถกำลังจะออกพอดี ไปหรือเปล่า ค่ะ”

          เมื่อมองดูตารางเดินรถ มีแต่เที่ยว ๕ โมงเย็น นับเวลาเดินรถ ๑๒ ชั่วโมงจากเชียงรายสู่กรุงเทพฯ มีเวลาเหลือพอที่จะต่อรถไปทับสะแก  

          ผู้โดยสารคนแล้วคนเล่าที่พลัดเปลี่ยนกันขึ้นลงรถ มีเราคนเดี่ยวละมั่งที่นั่งรถป.๒ จากเชียงรายถึงกรุงเทพฯ รถโดยสารจอดทุกสถานีขนส่งประจำจังหวัด และวิ่งท่ามกลางสายฝนตลอดเส้นทาง นั่งรถไป ก็นับเวลาไป จะทันต่อรถไปทับสะแกหรือเปล่า

          ๑๐ กว่าชั่วโมงแล้วทั่งนั่งอยู่บนรถ ของบริษัทสมบัติทัวร์ ๒๓.๓๐ น. รถทัวร์พาผู้โดยสารทั้งหมดถึงขนส่งหมอชิต ไปสายใต้ คงไม่ทันแล้ว

          จึงตัดสินหาที่นอนที่หมอชิต เพื่อพักผ่อนเตรียมเดินทางในวันพรุ่งนี้

          ตี๔ กว่าของเช้าวันพฤหัสบดี จึงตื่นมาทำภารกิจส่วนตัว ก็มาขึ้นรถตู้ไปขนส่งสายใต้ มองหารถไปทับสะแก เห็นป้ายของบริษัทบางสะพานทัวร์ เวลา ๐๗.๓๐ น. ขณะนี้เพิ่ง ตี ๕ เอง คงรออีกนาน

          “ทับสะแก บางสะพาน ชุมพร เที่ยว ๖ โมง ทางนี้ครับ” เสียงชายหนุ่มร้องเรียก

          เป็นรถกรุงเทพ-ชุมพร จึงตัดสินใจเข้าไปซื้อตั๋วทันทีโดยไม่ได้   ดูว่าเป็นรถอะไร

          “ ๑๙๖ บาท รถจอด ช่อง๔๑ น่ะค่ะ” คนขายตั๋วบอกพร้อมกับยื่นตั๋วให้

          เมื่อเดินไปที่ช่อง๔๑ เห็นรถ กรุงเทพฯ –ชุมพรจอดอยู่ อ้าวเป็นรถ ป.๒ อีกแล้ว

          ทำไมเที่ยวนี้ถูกโฉลกกับรถป.๒ ซึ่งปกติเดินทางไกล จะไม่นั่งรถป.๒ เนื่องจากมีความรู้สึกเบื่อที่รถจอดบ่อย และไม่มีห้องน้ำ

          ไหนๆก็ซื้อตั๋วแล้ว นานแค่ไหนก็ต้องนั่ง รถออกจากสายใต้ใหม่ เวล๐๖.๐๐น. จอดรับทุกที่ที่มีผู้โดยสารโปกมือเรียกและตลอดเส้นทางมีฝนตกเช่นเดิม

          “ลงที่ไหนครับ”

          “ลงที่สี่แยกห้วยยาง”

          ๑๑.๑๐น. รถทัวร์จอดนิ่งที่สี่แยกห้วยยาง

          อ้าวไม่มีรถเมล์เครื่องสักคัน

          โทรศัพท์ไปบ้านก็ไม่มีใครรับสาย นั่งรอรถมอเตอร์รับจ้างเกือบครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีใครมา

          เดินก็เดินว๊ะๆๆๆ ไหนๆนั่งรถมาตั้งนานแล้ว

          ภาพที่เห็น ทันที่เข้าบ้านก็คือ..................................

          อาเชื้อ............พี่ต้อย พี่ยัน พี่ลมูล นั่งอยู่รอบเตียงของพ่อเหียน แกมนาค วัย ๙๔ ปี ที่วันนี้มีร่างกายที่ผ่ายผอม ผิดจากเมื่อเดือนที่แล้วที่ได้ลงมาเยี่ยม

          “ พ่อเอ็ง กินข้าวไม่ได้ มาเป็นเดือนแล้ว กินแต่นม ยาคูล แบนด์ รังนก” อาเชื้อ บอกเล่าอาการพ่อทันทีที่พบหน้า

          “อา เนี้ยมาคุยกะพี่ เขาทุกวัน”

          พ่อเหียน แม้วันนี้ร่างกายจะทรุดโทรมลงไปอย่างมาก แต่ความจำยังเป็นเลิศ

          “ พี่ๆ ลูกชาย คนเล็กมาหาแล้ว

          “ พ่อ ไม่รู้จะอยู่ได้นานอีกแค่ไหน” เสียงแผ่วเบาออกมาจากลำคอของพ่อ ที่เคยอุ้มชูเลี้ยงลูกคนนี้จนเติบใหญ่

          วันนี้ลูกกลับมาเยี่ยมพ่ออีกครั้ง

          แม้การเดินทางของลูกแสนจะยาวไกล เมื่อเทียบกับบุญคุณของพ่อที่ให้มานั้นเทียบกันไม่ได้

          ลูกๆและหลานๆทุกคนยังหวังที่จะให้พ่อหาย และลุกขึ้นมาเดินได้เหมือนเดิม

                  

                   ขออำนาจสิ่งศักดิ์ ทั้งหลาย ช่วยให้พ่อเหียน แกมนาค มีพละกำลังกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมอยู่กับลูกๆหลานๆไปนานๆๆ