วันนี้ (3 ส.ค.49)  ผมเข้าประชุมคณะกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 ของ สสส.   มีการนำเสนอแบบรายงานความก้าวหน้าประจำเดือนของแผนงานและของแผน

         คณะกรรมการร่วมกันให้ความเห็นว่า   การมีรายงานความก้าวหน้าประจำเดือนเป็นสิ่งที่ดี  เป็นประโยชน์   แต่มีประเด็นที่พึงระวัง 2 ประการ
1. รายงานความก้าวหน้ากับระบบติดตามงาน  อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
2. รายงานความก้าวหน้าเป็นตาราง  อาจมีข้อจำกัด  และอาจชักนำไปสู่วิธีคิดที่ตกยุค  ผิดกระบวนทัศน์

         ระบบการติดตามงานต้องมีหลายกลไก   เช่นมีคณะกรรมการชี้ทิศทาง  ที่ประชุมรับทราบและแนะนำผู้ทำโครงการ   มีการประชุมสม่ำเสมอ   มีรายงานนำมาเสนอในคณะกรรมการบริหารแผนฝ่ายบริหารของ สสส. น่าจะติดตามงานทั้งติดตามภาพรวมและติดตาม "จับภาพ" ความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ   เอามาขับเคลื่อนขยายความสำเร็จ

         แต่ที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่มากและใหญ่ระดับประเทศทีเดียว  คือการงมงายอยู่กับกระบวนทัศน์เก่าของยุคอุตสาหกรรมหรือยุค 50 ปีก่อน   เป็นกระบวนทัศน์ของการประเมินผลงาน  ติดตามงานเพื่อดูเพียงว่าดำเนินการตามแผนหรือไม่   ผมเห็นแนวทางเช่นนี้ของ กพร. และทริสแล้วตกใจมาก   ว่าการปฏิรูประบบราชการของเรากลายเป็นปฏิรูปกลับไปที่กระบวนทัศน์การทำงานและติดตามผลยุคดีทรอยท์เชียวหรือ

         งานของ สสส. เป็นงานสร้างสรรค์  สร้างนวัตกรรมในการสร้างเสริมสุขภาพ   การบริหารโครงการและการประเมินความก้าวหน้า - ประเมินผลโครงการต้องใช้หลักการ Empowerment Evaluation ต้องใช้กระบวนทัศน์ของ Chaordic Management หรือ Organic System   ไม่ใช่ใช้กระบวนทัศน์ของ I - P - O Mechanical System

         จุดสำคัญที่สุดในการจัดการและการติดตามผลของงานในลักษณะนี้   คือการตาม "จับภาพ" หาประกายความสำเร็จหรือหน่ออ่อนของความสำเร็จ   หรือสะเก็ดความสำเร็จเล็ก ๆ เพื่อนำมาดำเนินการขยายผลด้วยเครื่องมือ Appreciative Inquiry

วิจารณ์  พานิช
 4 ส.ค.49