กลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง อ.ปากชม จ.เลย

วันนี้(14 มี.ค.54) มีรายงานว่า เครือข่ายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมภาคอีสานจำนวน 17 องค์กร ออกแถลงการณ์ในวันหยุดเขื่อนโลก โดยเรียกร้องให้การเดินหน้าการสร้างเขื่อนไซยะบุรีซึ่งลงทุนโดยบริษัทของคน ไทย ให้รัฐบาลไทยพิจารณาทบทวนนโยบายด้านพลังงานทั้งหมดของประเทศไทย   และให้ธนาคารพานิชย์ชั้นนำของไทยทบทวนนโยบายการสนับสนุน เงินกู้ในการพัฒนาโครงการเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนในแม่น้ำโขงทั้งหมด 

พร้อม กันนี้กลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง อ.ปากชม จ.เลยยังได้ทำพิธีกรรมให้คำสัญญาน้ำโขงอีกด้วย

แถลงการณ์ "ธนาคารไทยหยุดให้เงินกู้และลงทุน เพื่อทำลายแม่น้ำโขง" 14 มีนาคม 2554

วันหยุดเขื่อนโลก

แม่ น้ำโขง เป็นแม่น้ำสายหลักที่ผู้คนในระดับล่างได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์ตั้งแต่ ประเทศจีนถึงประเทศเวียดนามกว่า ๖๐ ล้านคน วิถีชีวิตและเศรษฐกิจพึ่งพาแม่น้ำโขงได้ทำให้ชุมชนสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ ร่วมและเชื่อมร้อยความเป็นพี่น้องให้คนภูมิภาคนี้ได้พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและ กันมายาวนาน

ภาย ใต้มายาคติด้านความต้องการของพลังงานประเทศไทย ทำให้นโยบายการจัดหาพลังงานสำรองเกิดขึ้น แม่น้ำโขง คือ เป้าหมายในการพัฒนาพลังน้ำไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง แผนการสร้างเขื่อนแม่น้ำโขงกว่า ๑๒ แห่ง เขื่อนมากกว่า ๕ แห่งมีเป้าหมายเพื่อผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับประเทศไทย โดยความร่วมมือของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กลุ่มทุนขนาดใหญ่ เช่น บ.ช.การช่าง , บ.อิตาเลียนไทย  ปตท. และธนาคารพานิชย์ชั้นนำ ได้ให้ความสนใจและประกาศตัวอย่างชัดเจนที่สนับสนุนการลงทุนในการสร้างเขื่อน ดังกล่าว โดยไม่ได้สนใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำ โขงกว่า ๖๐ ล้านคนแต่อย่างใด   รวมไปถึงรัฐบาลไทยที่

ใน วัน ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๔ นี้ เป็นวันหยุดเขื่อนโลก เราจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย กลุ่มทุนขนาดใหญ่ และธนาคารชั้นนำของประเทศไทย หยุดการลงทุนเพื่อทำลายแม่น้ำโขง ปล่อยให้แม่น้ำโขงได้ไหลอย่างอิสระ และหล่อเลี้ยงผู้คนและระบบนิเวศให้เกิดความสมดุลของโลกต่อไป และเราขอเรียกร้องว่า

๑.ขอ ให้ระงับการเดินหน้าการสร้างเขื่อนไซยะบุรีซึ่งลงทุนโดยบริษัทของคนไทย และกฟผ.เป็นผู้รับซื้อไฟไว้ก่อน จนกว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลและใช้กระบวนการตามรัฐธรรมนูญของไทยในการตรวจสอบ โครงการดังกล่าว

๒.ให้ รัฐบาลไทยพิจารณาทบทวนนโยบายด้านพลังงานทั้งหมดของประเทศไทย  และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยมีกระบวนการตรวจสอบการลงทุนในการก่อสร้าง เขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนในแม่น้ำโขงทั้งหมด

๓.เรียก ร้องธรรมาภิบาลด้านการลงทุนของธนาคารพานิชย์ชั้นนำของไทย ให้ทบทวนนโยบายการสนับสนุนเงินกู้ในการพัฒนาโครงการเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อน ในแม่น้ำโขงทั้งหมด  เพราะการลงทุนของทุนจะทำให้ ประชาชนกว่า ๖๐ ล้านคนและระบบนิเวศต้องได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีวันเหมือนเดิมได้ และเงินฝากที่ประชาชนไทยได้ให้ความไว้วางใจแก่ธุรกิจของท่านนั้น ไม่ควรนำเงินเหล่านั้นไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนไทยและประชาชนใน ประเทศเพื่อนบ้านให้เกิดความกินแหนงแคลงใจกันต่อไปในอนาคต

"จงปล่อยให้แม่น้ำโขงได้ไหล อย่างอิสระและเป็นแม่น้ำของประชาชน มิใช่แม่น้ำของรัฐและทุน"

๑๔ มีนาคม ๒๕๕๔

เครือ ข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคอีสาน

เครือ ข่ายชุมชนคนฮักน้ำของ จ.อุบลราชธานี

สมาคม เพื่อนภู

องค์กร ชาวบ้านเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูแก่งละว้า

กลุ่ม ผู้เดือดร้อนจากโครงการเขื่อนร้อยเอ็ด -ยโสธร- พนมไพร

โครงการ ทามมูล จ.สุรินทร์

สมาคม ป่าชุมชนอีสาน

กลุ่ม ศึกษาปัญหาดินเค็มและเหมืองแร่ภาคอีสาน

กลุ่ม นิเวศวัฒนธรรม

กป.อพช.อีสาน

กลุ่ม อนุรักษ์ลุ่มน้ำหนองหาน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี

สมาคม คนทาม

เครือ ข่ายฮักแม่มูนเมืองศรีสะเกษ

ศูนย์ ข้อมูลสิทธิมนุษยชน

สภา ลุ่มน้ำชี

ศูนย์ พัฒนาเด็กเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง

กลุ่ม อนุรักษ์บ้านคกเว้า ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย

"คำสัญญาต่อแม่น้ำโขง"

หลาย ชั่วอายุคนแล้วที่บรรพบุรุษของเราได้นำทาง สร้างหลักปักฐานบ้านเมืองอยู่ริมน้ำโขงแห่งนี้ ปู่ย่าตายายของเราสอนให้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับแม่น้ำโขงอย่างเคารพ อ่อนน้อมและเกื้อกูลต่อธรรมชาติ  จึงทำให้ชุมชนของ เราดำรงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้

ท่าม กลางการเปลี่ยนแปลง ประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ความต้องการด้านอาหาร แหล่งน้ำ พลังงานการเติบโตของเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้แม่น้ำโขงในวันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างหนัก ระดับน้ำขึ้นในฤดูแล้ง น้ำแห้งในฤดูน้ำหลาก ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้ระบบธรรมชาติสับสนไปหมด แม่น้ำโขงได้กลายเป็นแม่น้ำที่ทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากกว่า การดูแลระบบนิเวศของโลกให้เกิดความสมดุล

เหตุการณ์ สำคัญที่สุดคือ พวกเรา พึ่งเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวที่เมืองไซยะบุรีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นั้น นี่คือสิ่งสำคัญที่ธรรมชาติกำลัง "ตักเตือน" ให้มนุษย์ได้ตระหนักถึงการใช้ประโยชน์ที่มากเกินและเข้าขั้นวิกฤตเสียแล้ว

ดัง นั้นพวกเราในฐานะคนลุ่มน้ำโขง จึงขอสัญญาต่อแม่น้ำโขงว่า พวกเราจะร่วมกันปกปักรักษา อนุรักษ์และดูแลแม่น้ำโขงเช่นที่บรรพบุรุษของเราได้สืบทอดมา และหากมีใครที่คิดจะทำร้ายแม่น้ำโขง พวกเราก็พร้อมจะร่วมกันปกป้องแม่น้ำโขงอย่างถึงที่สุด เพื่ออนาคตลูกหลานของพวกเราที่จะมีชีวิตอย่างสงบสุขต่อไป

 

กลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง อ.ปากชม จ.เลย

๑๒ มีนาคม ๒๕๕๔

หาดท่าวัดบ้านคกเว้า ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย