หากเราคนไทยไม่ช่วยกันศึกษาปัญหาหาทางแก้ปัญหาแล้วใครจะแก้
ระดมความคิดทางการเมือง
"ปัญหาทางการเมืองของประเทศไทย"
ขอเริ่มบันทึกนี้แบบง่ายๆ คือตั้งคำถามว่า "ปัจจุบันนี้คุณมองว่าการเมืองบ้านเราปกติดี หรือว่ามีปัญหาหรือไม่ อย่างไร"
ระหว่างเวลาที่ค่อยๆ ผ่านไปนี้ ผมจะขอบันทึกไว้เพียงเท่านี้ก่อน ให้คุณผู้อ่านช่วยกันระดมความคิดเห็นตามประเด็นดังต่อไปนี้
1. สภาพปัญหาทางการเมืองในปัจจุบัน
1.1. ปัญหาทางด้านทุจริต
มองเห็นภาพของกองเงินกองทองจำนวนกว่า 2 ล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นเงินงบประมาณประจำปีของประเทศ มากพอที่จะเรียกให้กลุ่มคนจำนวนหนึ่งเกิดความสนใจ หาทางคืบคลานเข้ามาเป็นผู้จัดการเงินก้อนใหญ่นี้ทีละน้อย เพราะผู้จัดการเงินก้อนนี้ มีทั้งอำนาจ มีทั้งเงินตรา แต่ต้องระวัง มิให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น หากผิดพลาด มิใช่เสียเพียงอำนาจ เงินตรา อาจติดคุก หรือเสียแม้กระทั่งชีวิต เมื่อก่อนพวกเขาส่งเสริมกลุ่มคนเป็นตัวแทนเข้ามาดูแลผลประโยชน์ของตน ตอนนี้ค่อยๆ เปลี่ยนยุทธวิธี โดยการ เข้าประมูลงานของรัฐจนมีฐานะร่ำรวย แล้วใช้เงินเป็นฐานเข้ามาเป็นนักการเมืองด้วยตนเอง เสนอผลประโยชน์ให้กับกลุ่มข้าราชการ ซึ่งเป็นกลุ่มอำนาจเดิม เพื่อเอาเป็นพวก และใช้เงินรวมกลุ่มนักการเมืองเข้าไว้ในสังกัด เพื่อขอต่อรองตำแหน่งทางการเมือง ตลอดระยะเวลา 75 ปีของประชาธิปไตยไทย
การทุจริตหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการร่วมมือกันระหว่าง นักการเมือง พ่อค้า และ ข้าราชการผู้มีอำนาจ ฝ่ายพ่อค้าใช้เงินเป็นตัวเชื่อมโยงอีกสองฝ่ายเข้าไว้เป็นพวก (75 ปี ประชาธิปไตยไทยโดย มติชน วัน ศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550 02:01 น.โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์)
1.2.ปัญหาพรรคการเมือง
ระบบพรรคเปลี่ยนไปจาก "พรรคการเมืองของประชาชน" เป็นพรรคการเมืองของ "เจ้าสัว" ผู้มีเงินมีอำนาจคนใดคนหนึ่ง เรียกว่า เป็นพรรส่วนตัว หรือพรรคส่วนบุคคล สังเกตได้ชัดเจนจากการที่นักการเมืองแสดงตนเป็นเจ้าของพรรคจนเป็นที่รู้กันโดยทั่วไป สุดท้ายมีการซื้อพรรค รวมพรรค กลายเป็นพรรคขนาดใหญ่ เพื่อรวมเสียงผู้แทนฯ ให้ได้เสียงข้างมากเพื่อจะได้กุมอำนาจของรัฐ เป็นรัฐบาล ตามหลักการเสียงข้างมากในสภา มีการจ่ายค่าหัวผู้แทนที่เชื่อว่าจะได้รับเลือกตั้งแน่นอน ในราคาที่แพงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีการแข่งขันแย่งซื้อตัวกันอย่างรุนแรง
1.3.ปัญหาความพร้อมของตัวบุคคลเข้าสู่การเมือง
การเมืองเป็นเรื่องของส่วนร่วม เป็นเรื่องการเสียสละ เป็นเรื่องของคนใจกว้าง ถือเสียงส่วนมาก และคุ้มครองเสียงข้างน้อย แต่ดูเหมือนว่า การส่งเสริมนักการเมืองให้เป็นนักการเมืองที่แท้จริงยังไม่มี ไม่มีมาตรฐานการคัดเลือกนักการเมือง ไม่มีมาตรฐานผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่มีระบบการตรวจสอบคุณภาพนักการเมืองที่เคร่งครัด จึงมีปัญหาคุณภาพนักการเมือง
โปรดติดตามข้อ
1.4 ในบันทึกต่อตอน2 นะครับ
ดอกอะไรครับ แปลกตามองแล้วไม่รู้จัก
สังเกตหลายตลบแล้ว พอดูออกว่าเป็นดอกไม้จริง
มิใช่ดอกไม้เทียม เพียงแต่ว่าไม่เคยเห็นเท่านั้นเอง
เรียนอ.อ่านบันทึกนี้แล้วคันหัวใจ ..ฮา
ต้องย้อนเรียนถามว่ามองปกติการเมืองเป็นอย่างไร และมองเป็นปัญหาคืออะไร
เพื่อจะได้วิเคราะห์ความคิดของตัวเองก่อนว่าเป็นอย่างไร..อยากหายใจยาวๆจังเลยค่ะ
เอาแบบขำๆ เอาแบบฮาๆ หน่อยก็ได้ครับ
จะได้ไม่เครียดจนเกินไป
เอาเป็นว่าคนละนิดคนละหน่อยก็พอหอมปากหอมคอเท่านั้น
ค่อยๆ มองแบบเล่นๆ นะครับ
เห็นว่าการเมืองเป็นปัญหาหรือไม่อย่างไร
เห็นแล้วก็ลองเขียนมา
เรียกว่าช่วยกันระดมความคิดเห็นเเบบพอเพียงนะครับ
อาจารย์ขา
การเมืองเป็นเรื่องสำคัญ มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของทุกคน แต่หลายคนมองการเมืองแบบสายตาสั้นคือแค่การเลือกตั้งแต่ไม่เฝ้าติดตามว่าเลือกเข้าไปแล้วเขาจะเป็นอย่างไร ..ทำอะไร..นักการเมืองจึงได้ใจว่าประชาชน.โง่ ...ใช้ลิ้น-พลิก..ใช้ลมปาก-พล่าม..ใช้น้ำลาย-พ่น..ใช้สิ่งของ-ล่อ..ใช้เงิน-หว่านซื้อ..ก็ได้ เสร็จแล้วไม่ต้องยืนหยัดในอุดมการณ์...ทำตามสัญญา..ไม่คิดแก้ปัญหา...ไม่สรรหานโยบาย...ไม่ฟังนายคือประชาชน
เราต้องชักชวนกันล้มเลิกการเมืองด้วยการโนโหวด โดยการไปใช้สิทธิ์(ที่กฏหมายบังคับ)..แต่ไม่ออกเสียง..เพื่อให้นักการเมืองหน้าด้าน..ได้สำนึกว่า..ประชาชนทนไม่ไหวแล้วกับวงจรอุบาท การที่คนร่ำรวยจากธุรกิจที่ฉกฉวยโอกาส..ซื้อเสียงเข้าสู่การเมืองเพื่อหวังอำนาจ..และทำมาหากิจโดยการกอบโกย..ทุจริต..ฉ้อฉล..เพื่อกักตุนให้กับทายาท..โดยไม่เห็นความสำคัญของประเทศชาติและประชาชน...พอกันที
แสดงว่าคุณยายให้ "โยนคนทุจริต" ลงทะเล
อย่างนี้ถือว่าการกระทำเยี่ยงนั้นเป็นบาปหนัก
จริงเปล่าครับ
มีหลายคำสำคัญที่น่าสนใจนะครับ
เช่น พลิก พล่าม พ่น ล่อ ไม่ทำตามสัญญา ฯลฯ
และที่สำคัญเสนอ โน โหวด หรือ อาจเป็น โหวต โน
ใช่หรือเปล่าครับ
อย่างนั้นต้องเสนอต่อด้วยครับว่า ทำอย่างไรต่อไป หลายคนอาจต้องการคำอธิบาย
สวัสดีค่ะอาจารย์
ตอนนี้บ้านเมืองกำลังตึงเครียด คนที่คิดว่าบ้านเมืองไม่ใช่ของเราคนเดียวก็เตรียมตัวหาที่อยู่นอกประเทศกันแล้วนะคะ ถ้าจะคิดให้ลึกเข้าไปในหัวใจ มีคำถาม 4 ข้อเท่านั้น ที่เฝ้าถามตัวเองตลอดเวลา แล้วขอฝากให้อาจารย์ตอบด้วยนะคะ
ข้อ 1 ตั้งแต่เกิดมาเรารักและภูมิใจในประเทศไทยของเราตรงส่วนไหนบ้าง? รักและภูมิใจเพราะอะไร?
ข้อ 2 ตั้งแต่เราเกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยเราทำอะไรบ้าง?ให้กับประเทศไทยของเราการกระทำนั้นส่งผลต่อเราและประเทศอย่างไรบ้าง?
ข้อ 3 ถ้าให้สามารถเลือกประเทศอยู่อาศัยได้ในโลกนี้เราอยากจะอยู่อาศัยและทำงานที่ประเทศใด?ดี
ข้อ 4 ถ้าเราจะช่วยประเทศไทยในภาวะวิกฤติเช่นนี้ เราจะช่วยได้อย่างไรบ้าง?การช่วยนั้นมีผลต่อประเทศอย่างไร?
คำถามนี้ถามตัวเองหลายครั้งแต่ยังไม่ได้คำตอบที่ดีสักที อาจารย์ลองช่วยตอบด้วยนะคะ
เฉพาะคำถามที่ตั้งไว้ ณ ที่แห่งนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง
ของความรักชาติแล้วครับ
หลายคน "ผู้ผ่านทาง" ได้อ่านแล้วอาจได้คิด
หันกลับมาช่วยประเทศชาติได้บ้าง
แล้วจะรวบรวบความคิดเห็นต่างๆ นานา
สังเคราะห์บทความในบันทึกนี้
เผยแพร่ให้กว้างขวางต่อไป
นะครับ