มหาวิทยาลัยสุขภาวะ เป็นการสร้างความเป็นหนึ่งเดียว ความเป็นครอบครัวเดียวกัน

วันเสาร์ที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๔ ดิฉันได้เข้าฟังการประชุมสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้เรียนรู้จากความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกรรมการสภาฯ ที่น่าสนใจ ที่พอจะบันทึกได้มีดังนี้

Sabbatical leave เป็นสิ่งที่ทำให้อาจารย์ไม่ล้าสมัย... วิชาการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติม... เมื่อเอาไปใช้เกิดการกลายพันธุ์ (mutation)... sabbatical leave ไม่ใช่ personal affair ต้องมี consultation ระหว่างเจ้าตัวและหน่วยงาน เป็นกระบวนการของการพัฒนานักวิชาการ จึงต้องเอาองค์กรเป็นตัวตั้ง ต้องได้ประโยชน์แก่องค์กร ไม่ใช่สวัสดิการหรือประโยชน์เกื้อกูลส่วนบุคคล

เรื่องระบบไตรภาค ทวิภาค นักวิชาการต้องปรับตัว

มหาวิทยาลัยสุขภาวะ เป็นการสร้างความเป็นหนึ่งเดียว ความเป็นครอบครัวเดียวกัน มหาวิทยาลัยเป็นครอบครัวใหญ่ จังหวัดก็เป็นครอบครัวใหญ่ คนในครอบครัวอยู่กันยาวนาน ต้องพยายามหาทางอยู่ร่วมกันแบบสันติสุข... รวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมเรียนรู้... ควรมีการจัดกลุ่มพูดคุยกัน จัดกลุ่มหลายฝ่าย ไม่ใช่ ๒ ฝ่าย มีเทคนิคในการเลือกบุคคลที่เหมาะสมมา มี facilitator มีเทคนิคหลายอย่าง... ถ้ากลุ่มใหญ่ๆ อาศัยผู้เชี่ยวชาญช่วย ถ้าจัดเล็กๆ คนในมหาวิทยาลัยก็ทำได้ หรือคนของ สคส...

... ต้องคิดเชิงการอยู่ร่วมกัน มีปัญหาก็แก้ไปด้วยกัน เรื่องเชิงบวก เชิงลบก็ทำได้ หรือจะแก้ปัญหาเป็นความใฝ่ฝัน แปลปัญหาเป็นการสร้างสรรค์ เหมือนแปลความขัดแย้งเป็น conflict transformation ... หาเป้าหมายร่วมกันให้ได้ หาทางไปสู่เป้าหมายร่วมกัน... เป็นแนวทางที่อาศัยแรงกระตุ้นภายนอก อาศัยความตั้งใจ... เริ่มจากเล็กๆ น่าจะทำได้และควรจะต้องทำ... ทำในมหาวิทยาลัย แล้วขยายไปนอกมหาวิทยาลัย ทำแบบ lateral...

 ... เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และจับต้นชนปลายลำบาก สภามหาวิทยาลัยไม่ใช่แหล่งแก้ปัญหาทั้งหลาย... หลายฝ่ายเกี่ยวข้อง ตอนเริ่มต้นจะยาก มีเงื่อนไขหลายอย่าง... แต่ถ้าเริ่มต้นด้วยความตั้งใจที่ดี เริ่มจากเล็กไปใหญ่ ง่ายไปยาก ทุกอย่างจะเริ่มคลี่คลาย...อาจจะมีสมัชชาที่เปิดให้คนหลายๆ ฝ่ายเข้ามา ที่สำคัญต้องมีวิทยากรที่ดี... เกิดการแลกเปลี่ยน การเรียนรู้ร่วมกัน เกิดบรรยากาศเชิงบวก...ต้องใช้เวลา ไม่ใช่เป็นเดือน แต่เป็นปี กระบวนการนี้ใช้กับชุมชนข้างนอกได้ด้วย อาจมีคณะประสานงาน พื้นที่ไหนมีประเด็นพิเศษ จัดแยกวงได้  

เชื่อว่ามีเทคโนโลยีเพื่อการนี้ มีหลักการเพื่อการนี้ มีเครื่องมือเพื่อการนี้ อาจมีคณะที่มาจากหลายฝ่าย... มีคณะทำงานเกิดขึ้น ไม่ต้องใหญ่ เพื่อปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี สิ่งที่น่าจะทำได้

  • ประชาคมภายใน อาจมีการจัดประชาเสวนา... พูดคุยกันหลายฝ่าย พูดคุยอย่างสร้างสรรค์ ไม่ยกปัญหามาพูด... พูดกันว่าอยากเห็นมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร... จะทำอย่างไร...
  • จัดกับชุมชนรอบข้าง หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เอาปัญหาเป็นตัวตั้ง อยากเห็นความร่วมมือดีขึ้นอย่างไร
  • จัดกับจังหวัด

ตอบสนองทั้ง Healthy University และหนึ่งมหาวิทยาลัยหนึ่งจังหวัด เป็นจุดเริ่มต้น พอแล้วที่จะเอาปัญหามา ต้องเริ่มต้นในทางบวก เริ่มต้นในทางสร้างสรรค์ จะแก้ปัญหาไปโดยปริยาย แต่ต้องมีการกระทำจริงเกิดขึ้น..ทำครั้งเดียวไม่พอ แต่ละครั้งต้องมีจังหวะและเวลาที่เหมาะสม

วัลลา ตันตโยทัย