42. "ครู"

"ครู"
จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้เขียนเกิดความเข้าใจว่า สาเหตุนี้ด้วยกระมัง ที่ทำให้ “ค่านิยม” ดั้งเดิมของคนไทยต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วยตามสภาวการณ์ต่าง ๆ ของโลก...แต่ผู้เขียนก็หวนคิดอยู่ในใจสิ่งหนึ่งว่า “แล้วค่านิยมที่ดี ๆ ในดั้งเดิมที่คนไทยได้เคยทำแล้วดีอยู่แล้ว...ทำไมล่ะ? ที่คนรุ่นหลัง ๆ จึงไม่อนุรักษ์ รักษาให้ธำรงคู่กับคนไทยต่อไป เพราะก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว...ทำไม? ถึงปล่อยให้หายสาบสูญไป...บางครั้ง การที่สิ่ง ๆ หนึ่งได้สาบสูญไปแล้ว แล้วเราจะเรียกให้มันกลับคืนมาเหมือนเดิมได้นั้น...สามารถบอกได้เลยค่ะว่า...” ยากมาก ๆ”...เสียดาย ๆ วัน เวลา ที่มันผ่านไป ทำไมเราไม่รู้จักรักษาของที่ดีอยู่แล้วให้เป็นของดีและดีตลอดไป”...
บันทึกนี้ ผู้เขียนได้นำเรื่อง “ครู” มาเขียน เนื่องจากได้ฟังเพลง ๆ หนึ่ง ซึ่งสอนถึงเรื่อง “ความระลึกถึงพระคุณครู” ครูที่เคยสั่งสอนศิษย์ แนะนำ ชี้ทางให้กับศิษย์ได้เดินตามรอยที่ชี้แนะให้ อาจเนื่องมาจากสังคมสมัยก่อน ยังไม่ใช่โลกของ Internet เหมือนเช่นโลกปัจจุบันนี้ เด็ก ๆ ในรุ่นของผู้เขียนจึงจำเป็นต้องมี “ครู” ที่คอยชี้แนะ นำทางให้เดินในทางที่ดี ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ศิษย์ได้เดินหลงทาง...แต่เมื่อมาในสมัยปัจจุบันนี้ เป็นโลกของ Internet สิ่งที่จะนำทาง นั่นคือ “การเป็นโลกของความรู้ที่ไร้พรมแดน” แต่ผู้เขียนก็ยังกล้าที่ยืนยันได้อีกนั่นแหล่ะว่า การเป็นโลกที่ไร้พรมแดนนี้ ก็ต้องมีผู้ใหญ่ พ่อแม่ ครู พี่ ญาติผู้ใหญ่ ที่ต้องคอยดูแล ชี้แนะกับเรื่องหรือสิ่งดี ๆ มีประโยชน์บนโลก Internet ให้กับเด็ก ๆ ด้วย เพราะไม่เช่นนั้น เด็ก ๆ เหล่านั้นคงจะเดินหลงทิศเป็นแน่...
สมัยก่อน ผู้ที่ชี้แนะแนวทางให้กับเรา นั่นคือ “พ่อ – แม่” เรียกว่าเป็นครูคนแรกของเรา สำหรับคนต่อมา ก็คือ “ครู” ซึ่งสอนนักเรียนอยู่ที่โรงเรียน อาจไม่ใกล้ชิดเช่นกับพ่อ – แม่ แต่ครูก็สามารถชี้แนะ แนะนำ ให้ศิษย์ได้เดินตามทางที่ดี ไม่นอกลู่นอกทาง เนื่องจากความเป็นครูสมัยก่อนนั้น ครูจะมี “ใจ” ที่ทุ่มเทให้กับศิษย์ คิดว่า ศิษย์ ก็คือ “ลูก” เรียกว่า “เทใจให้กับการสอน” ไม่มุ่งหาผลประโยชน์เช่นสมัยปัจจุบันนี้ทำให้คนที่เป็นลูกศิษย์ เมื่อวันหนึ่งวันใดพบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตประจำวัน + ชีวิตการทำงาน ย่อมทำให้เกิดความระลึกถึงพระคุณของครูที่เคยสั่งสอนศิษย์มา จนได้ดี ศิษย์ได้ดี มีความรู้ ก็เพราะมีครูดีที่คอยอบรมสั่งสอนศิษย์ นั่นเอง…แต่ปัจจุบันสภาพการณ์เปลี่ยนไป ทำให้คำว่า “ครู” + “ลูกศิษย์” จางลง ผู้เขียนขอใช้คำว่า “จาง” (ซึ่งยังไม่ถึงกับหายไป)...เนื่องจากไม่เข้มข้นเหมือนสมัยก่อน...อาจเนื่องมาจากสาเหตุของ “การมีผลประโยชน์” เข้ามามีส่วนร่วมจึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคำว่า “ครู” กับ “ลูกศิษย์” ลดลง...แล้วทำอย่างไรเล่า? ที่จะทำให้ ความสัมพันธ์ระหว่างคำว่า “ครู” กับ “ลูกศิษย์” มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น และเนื่องจากปัจจุบันในสถาบันอุดมศึกษา ไม่คำว่า “ครู” แต่มีคำว่า “อาจารย์” เข้ามาแทนที่
ในบางครั้งผู้เขียนทำงานอยู่ เมื่อได้ยินอาจารย์ที่เคยสอนผู้เขียนมา แล้วใช้คำแทนตัวเองว่า “ครู” เช่น ครูอย่างนั้น ครูอย่างนี้...ทำให้ผู้เขียนเกิดความรู้สึกตื้นตันใจมาก เกิดความรู้สึกต้องการจะบริการให้อย่างเต็มกำลังความสามารถของตัวเราที่จะทำให้ได้ เพราะคำว่า “ครู”...ทำให้คิดว่า “ตัวเรานี้ก็ยังเป็นศิษย์ที่มีครู" ซึ่งเรียกว่า ปัจจุบันหาฟังคำ ๆ นี้ ยากมาก ๆ” เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ก็จะชอบเรียกว่า “อาจารย์” เสียมากกว่า ทำให้คำว่า “อาจารย์ “ กับคำว่า “ครู” ดูแล้วช่างเหินห่างกันเสียจริง ๆ...
แต่อย่างไรก็ตาม...สำหรับผู้เขียนแล้ว ไม่ว่าผู้เขียนจะได้เรียนกับครูในห้องเรียนหรือเรียนในตำรา (เพราะผู้เขียนจบปริญญาตรีจาก มสธ. กว่าจะได้พบอาจารย์ที่สอนจริง ๆ ก็เทอมสุดท้ายใกล้จบ) ทุก ๆ คนไม่ว่าครูในชั้นเรียน ครูในตำรา บางครั้งรวมถึงใครก็ได้ที่ไม่ได้เป็นครูของเราจริง ๆ แต่คน ๆ นั้น สามารถสอนเรา โดยทำให้เราได้รับความรู้และเกิดปัญญาในการนำมาใช้กับชีวิตประจำวัน + ชีวิตการทำงาน...ทุก ๆ ท่านเป็น “ครู” ของผู้เขียนทุกคน ถ้าสามารถทำสิ่งใดได้เพื่อตอบแทนพระคุณครู ผู้เขียนจะขอทำให้ทุกอย่าง...และยังพึงระลึกถึงพระคุณของครูซึ่งจะอยู่ในใจเสมอและตลอดไปตราบจนสิ้นลมหายใจ...
บันทึกด้านล่างเป็นบันทึกที่มอบให้กับครูในดวงใจของศิษย์คนนี้ค่ะ...
http://gotoknow.org/blog/bussayamas2554/428760


ปาเจราบูชาครู












สวัสดีค่ะคุณบุษ
สวัสดีค่ะ...คุณยาย...
...
สวัสดีค่ะ...คุณลำดวน...
ขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจค่ะ คุณลำดวน...
...
สวัสดีค่ะ...คุณชำนาญ...
...
ขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจค่ะ...คุณชำนาญ...
...