เวลามีเรื่องรบกวนใจ มาสร้างที่ๆปลอดภัยไว้ในใจเรา

     

 

      ในวันที่ 3-4  มีนาคม 2554ที่ผ่านมา  ผู้เขียนได้มีโอกาสไปอบรมวิชาการทางจิตเวชที่ทางภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์จัดขึ้น วิทยากรคืออาจารย์จิตแพทย์จากภาควิชาหลายท่าน วันนั้นมีเรื่องที่อบรมอยู่หลายเรื่องเช่น    โรคจิตเภท  สมองเสื่อม โรคซึมเศร้า ออทิสติก Complex PTSD    เป็นต้น

      ผู้เข้าอบรมประกอบด้วยจิตแพทย์ พยาบาลจิตเวช นักจิตวิทยาในโรงพยาบาลเองและจิตแพทย์ศิษย์เก่าที่จบไปแล้วจากโรงพยาบาลอื่นอีก 2-3 ท่าน

      เรื่องที่ผู้เขียนอยากนำมาถ่ายทอดในวันนี้ อยู่ในบทเรียนเรื่อง Complex Post –traumatic Stress Disorder (complex  PTSD)

      เวลาที่พบเจอเหตุการณ์ร้ายแรงในชีวิต มีเหตุการณ์ที่ทำให้สะเทือนใจ การถูกทำร้าย ทารุณกรรม หรือประสบภัยพิบัติร้ายแรงต่างๆ ก่อให้เกิดความเครียด สะเทือนใจ มีภาพติดตาอยู่บ่อยๆ คิดทีไรก็เจ็บปวดเหมือนเป็นบาดแผลทางใจที่คอยตอกย้ำให้ทุกข์ทรมาน ยิ่งมีหลายๆฉาก หลายๆภาพยิ่งซับซ้อนยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้อาจมาทำให้การบำบัดทางจิตอื่นๆยากขึ้นต้องได้รับการจัดการช่วยเหลือ

      วิทยากรได้บรรยายความรู้เรื่อง complex  PTSD และการช่วยเหลือผู้ป่วยเหล่านี้ PTSDต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน

      ในหลายๆวิธีนั้นมี  Imaginal container (การสร้างมโนภาพภาชนะหรือสิ่งของที่จะใช้เก็บสิ่งเหล่านั้นไว้และทำการเก็บไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่จะนำมาจัดการอีก)และ Inner Safe place (การสร้างที่ๆปลอดภัยในใจ) รวมอยู่ด้วย

      Imaginal container (การสร้างมโนภาพภาชนะหรือสิ่งของที่จะใช้เก็บสิ่งเหล่านั้นไว้และทำการเก็บไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่จะนำมาจัดการอีก)  เมื่อผู้ป่วยมีบาดแผลรุนแรงทางใจนั้น เมื่อถูกกระตุ้นเกินระดับหนึ่งจะเป็นจุดที่ประสบการณ์ภายในผู้ป่วยจะปั่นป่วนเกินจะจัดการได้และจะดึงผู้ป่วยกลับสู่กระบวนการรักษาได้ยาก เป็นdistancing technique อย่างหนึ่งที่จะช่วยทำให้ประสบการณ์ภายในของผู้ป่วยในขณะนั้นๆไม่ถูกรบกวนจากปัญหา ความทรงจำ ความตึงเครียด อารมณ์ที่ท่วมท้นทำให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมสิ่งเหล่านั้นได้ด้วยตนเองในการบำบัดและในชีวิตประจำวันและสามารถนำไปใช้ในชีวิตของเขาได้ โดยการขังเรื่องที่ไม่สบายใจหรือtraumaไว้แล้วเลือกว่าจะเอามาจัดการเมื่อไร

 

 

 

     มีเทคนิกอีกหลายอย่างที่ได้เรียนรู้ในวันนั้น ซึ่งมีรายละเอียดและการฝึกเฉพาะลงไปเช่นกัน ไม่ได้กล่าวถึงในบันทึกนี้

    บันทึกนี้ผู้เขียนจะเล่าถึงวิธี Inner Safe place (การสร้างที่ๆปลอดภัยในใจ)หลังจากฟังคำบรรยายเรื่องนี้ผู้บรรยายได้ให้ผู้เข้าอบรมจับคู่กันฝึกปฏิบัติ

   วิธีนี้เป็นการเพิ่ม emotional balance ให้ผู้ป่วยที่มีtrauma ให้ผู้ป่วยจินตนาการในประสาทสัมผัสทุกด้านให้ชัดเจนทั้งภาพ เสียง กลิ่น สัมผัส

    ผู้เขียนได้ฝึกโดยมีเพื่อนอีกคนที่เป็นผู้ฝึกให้ ให้จับคู่กันทำสลับเป็นผู้ป่วยและผู้บำบัด

   ช่วงที่ฝึกอยู่ถ้าหากไม่สบายอยากจะหยุดให้ส่งสัญญาณได้

   ช่วงที่ฝึกจะลืมตาหรือหลับตาก็ได้ผู้เขียนเองเลือกที่จะหลับตา

  เริ่มจากผู้บำบัดให้หาที่ๆปลอดภัยในใจ มันอาจเป็นจินตนาการหรือที่ๆเราเคยเห็นหรือคุ้นเคย ผสมผสานกันได้

   ใช้เวลามองหาก่อน ไม่ว่าแบบใดก็ตามที่ผุดมาขอให้เป็นภาพที่ทำให้รู้สึกชื่นใจเยียวยาและปลอดภัย

   เมื่อพบแล้วก็เล่าให้ผู้บำบัดฟัง

   ผู้เขียนนึกไปถึงภาพท้องทุ่งนา เอาตัวเองไปอยู่ในโรงนาหรือเถียงนาน้อย มองไปรอบๆมีทุ่งข้าว ภายในมีเรานั่งอยู่ตามลำพังใต้เก้าอี้ไม้ไผ่

 

     

 

      

 

    ผู้บำบัดให้ตรวจสอบดูว่าปลอดภัยและสบายเต็มที่หรือเปล่า

   ลองสำรวจดูแล้วยังไม่สบายนัก และยังไม่ปลอดภัยเพราะยังไม่มีรั้วรอบขอบชิด

     ชวนให้จินตนาการต่อ เราสามารถจัดได้ดังมีเวทย์มนต์

    ชอบทุกสิ่งที่ได้ยินไหม? หากชอบจงอยู่กับมันหากไม่ชอบก็เปลี่ยนมัน อุณหภูมิพอดีไหม ชอบกลิ่นในนั้นหรือเปล่า สถานที่กว้างพอไหม

    ผู้เขียนจินตนาการเพิ่มเติม ต่อเติมโรงนาสักหน่อย เอากาแฟเข้าไปด้วยนั่งสบายๆจิบกาแฟไป สร้างรั้วขึ้นมาหน่อยสูงพอที่จะกันขโมยปีนเข้าไปแต่เราก็ยังสามารถมองจากข้างในออกมาได้เพื่อชมวิวทิวทัศน์ข้างนอก

 

      

 

    ภายในยังขาดที่นอน ผ้าห่มนวมเอาเข้าไปด้วยเพิ่มเติมได้ในจินตนาการเราเอง เอาแจกันดอกไม้สวยๆสักใบเติมเข้าไป

   สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของรวงข้าวบวกกับความหอมผ่านไอร้อนๆจากกาแฟสร้างความรู้สึกอบอุ่น รื่นรมย์ใจ ผ่อนคลาย สบายๆ

    คราวนี้ผู้บำบัดชวนคิด ให้ถามตัวเอง อยากเชิญใครมาบ้างที่ไม่ใช่มนุษย์ในชีวิตจริง (เพราะอาจเป็นตัวกระตุ้น) แต่เป็นผู้ช่วยเหลือที่เป็นมิตร หวังดีและดูแลเราอยู่เสมอ หากมีภาพของใครที่ไม่ได้มีคุณสมบัติเหล่านี้ก็จงส่งเขาออกไป 

  อาจารย์บางท่านบอกว่าเป็นสิ่งของก็จะดี ถ้าเป็นคนก็ต้องคัดเลือกว่าไม่มาเป็นตัวกระตุ้นจากประสบการณ์เดิม 

   ผู้เขียนนึกถึงหมอนข้างรูปโดเรมอน เอาเข้าไปด้วย จากนั้นผู้บำบัดถามว่าสุขสบายปลอดภัยพอหรือยัง สัมผัสได้กับกลิ่นเสียงอะไรบ้างความรู้สึกสบายเป็นอย่างไรจับความรู้สึกมาบอกเล่า

   รู้สึกอย่างไรในร่างกายเมื่อคุณอยู่ในนั้น คุณได้เห็นได้กลิ่นอะไร ผิวหนังคุณรู้สึกอย่างไร กล้ามเนื้อ การหายใจและท้องของคุณหละเป็นอย่างไร

   ผู้เขียนรู้สึกสบาย ผ่อนคลายได้กลิ่นกาแฟหอมอ่อนๆ กลิ่นดินกลิ่นหญ้า จินตนาการว่าฝนตกลงใหม่ๆ มองไปข้างนอกทุ่งนาเขียวขจี นั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่สบายๆมองไปข้างๆมีที่นอนและหมอนข้างโดเรม่อนวางอยู่พร้อมจะเอนกายเมื่อไรก็ได้ยามที่อ่อนล้า รอบๆโรงนามีรั้วรอบขอบชิด ไม่มีใครเข้ามาได้โดยไม่ได้รับอนุญาต รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย

 

 

             

 

   ผู้บำบัดบอกว่าเมื่อทุกอย่างดีแล้ว สามารถกำหนดท่าทางหรืออะไรก็ตามที่เมื่อเวลานึกถึงแล้วสามารถเข้าไปในสถานที่นั้นได้เมื่อใดก็ตามที่เราต้องการ  ผู้เขียนนึกถึงท่าเอามือขวาเท้าคางกับโต๊ะสบายๆเอียงหน้าหน่อยๆเหมือนที่กำลังเพ้อฝันเป็นท่าประจำ เมื่อไม่สบายใจก็ทำท่านี้แล้วเข้าไปในสถานที่ที่ปลอดภัย(Inner Safe Place)นั้นได้ บางคนใช้ท่าดีดนิ้วแล้วแต่ใครจะกำหนด

  จะตั้งชื่อสถานที่นั้นก็ได้ผู้เขียนตั้งว่ากระท่อมปลายนา

   เมื่อใดที่มีเรื่องรบกวนใจ เมื่อใดที่อยากเข้าไปลองทำท่าที่เรากำหนดไว้ นึกถึงชื่อของมันและสัมผัสความรู้สึกทุกอย่างว่าเป็นอย่างไรเมื่ออยู่ในสถานที่ปลอดภัยนี้

   ผู้บำบัดบอกว่าบางทีเราอาจอยากเปลี่ยนบางอย่างหรือเพิ่มบางอย่างเข้าไปเพื่อความปลอดภัยเราก็สามารถทำได้

  สุดท้ายผู้บำบัดให้ใช้เวลาสักครู่ที่จะรู้สึกปลอดภัยและสบายอีกครั้ง แล้วกลับมาที่ห้องที่กำลังนั่งอยู่นั้นพร้อมๆกับตื่นตัวอย่างเต็มที่และสัมผัสความรู้สึกของเท้าเราเองบนพื้นห้อง

 

    ผู้เขียนลืมตาขึ้น กลับมาที่ปัจจุบัน เห็นผู้บำบัดนั่งอยู่ตรงหน้า เห็นห้องสี่เหลี่ยมมีผู้เข้าอบรมอยู่รอบๆ เท้าสัมผัสพรมที่อ่อนนุ่ม มองมานอกหน้าต่างเห็นแสงแดดอ่อนๆ

   จบการฝึกค่ะ จากนั้นทุกคู่สลับกันเป็นผู้บำบัด

 

   เนื้อหาทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งจากเอกสารประกอบการฝึกอบรม Inner Safe place

  ประสบการณ์ที่นำมาเล่าเป็นประสบการณ์ ความรู้สึกจริงๆตอนฝึกของผู้เขียนเอง

   ขอขอบพระคุณท่านวิทยากรทั้ง2ท่านที่มาให้ความรู้ในวันนั้น ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์สุชาติ พหลภาคย์หัวหน้าภาควิชาจิตเวชและท่านรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงนวนันท์  ปิยะวัฒน์กูล

  ขอบคุณคุณชำนาญ เขื่อนแก้ว ผู้บำบัดในวันนั้นค่ะ

  ไปอบรมมาแล้วนำบรรยากาศมาถ่ายทอด มาเล่าให้ฟัง ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ

   ท่านวิทยากรบอกว่าจริงๆแล้วเราเองมี Inner safe place อยู่ เวลาเลิกงานหรือเพลียๆบางคนก็อาจมีที่นอนนุ่มๆในห้องนอนเองเป็นที่ๆรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย