เรื่องเล่า "วิชาชีวิต"<๘> เรียน(มหาวิทยาลัย)ไปเพื่ออะไร?

beeman 吴联乐
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
คำตอบอยู่ที่ E D U C A T I O N

ในบันทึกนี้ เป็นเรื่องเล่า ที่ผมนำคำบรรยายของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ซึ่งมาบรรยายที่คณะศึกษาศาสตร์ ม.นเรศวร เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2554 เรื่อง "สอนอย่างไร ให้ เก่ง ดี มีคุณค่า" และผมได้นำสิ่งที่ได้ฟังบรรยายไปถ่ายทอดให้นิสิตวิชาการเลี้ยงผึ้ง จำนวน 12 คน ได้รับฟัง เมื่อ 18 มกราคม 2554 หัวข้อ "เรียนอย่างไร ให้เก่ง ดี มีคุณค่า"

เมื่อนิสิตได้ฟังผมเล่าเรื่องนี้ แล้วเขาก็เอาไปเขียนเล่าต่อไว้ในสมุด Journal ของเขาเอง ซึ่งผมจะได้อ่านในวันศุกร์-วันอาทิตย์ และลงนามการตรวจในวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2554...

เรามาเรียนกันเพื่ออะไร? คำตอบอยู่ที่ Purpose of EDUCATION

Education มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า Educare:

Educare มีหลักการว่า การดึงเอาสิ่งที่ดีงาม รวมทั้งคุณธรรมจริยธรรมออกมาจากจิตใจของผู้เรียน (ซึ่งก็คงไม่พ้นหน้าที่ของครูมืออาชีพ) เป็นการดึงศักยภาพและเปลี่ยนแปลงให้นักเรียนเป็นคนดีของสังคม โดยมีครูเป็นตัวอย่าง (สิ่งที่ครูนำมาสอน ต้องเป็นสิ่งที่ครูปฏิบัติได้เป็นปกติในชีวิตประจำวัน

รากศัพท์ของ "การศึกษา" คือ "สิกขา" คำว่า สิกขา นี้มีความหมายกว้างกว่าการศึกษา

ต่อมาเรามาเข้าเรื่อง "จุดประสงค์ของการศึกษา" ซึ่งจะอธิบายตามตัวอักษรตัวหน้าของ EDUCATION ดังนี้

Enlightenment หมายถึง การหยั่งรู้, การรู้แจ้ง ซึ่งเราคงรู้จักกันดีว่าคำนี้หมายถึง "การตรัสรู้" ยกตัวอย่าง การ "ตรัสรู้" ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี..

จุดประสงค์ของการเรียนรู้ สำหรับพวกเราไม่ต้องถึงขั้น "หยั่งรู้" แต่ขอให้เราเกิดปัญญา (wisdom) ปัญญาในที่นี้เป็นปัญญาทั้งทางโลกและทางธรรม เป็นปัญญาที่เกิดจาก "ความเห็นถูก" หรือ "สัมมาทิฐิ"

มาเรียนเพื่อให้ได้ "ขุมทรัพย์ทางปัญญา"

มาเรียน ให้เกิดสมาธิ และเกิด "Intuition"

คำว่า Intuition มาจากภาษาละติน 2 คำ "In" แปลว่า ข้างใน "Tueri" แปลว่า แลเห็น รวมความว่า "การแลเห็นเข้าไปข้างใน" หรือ "การหยั่งรู้ที่เกิดขึ้นในใจ"

ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด แปลคำนี้ว่า "ปิ้งแว๊บ" หรือ "ปัญญาญาณ"

Duty&Devotion : หน้าที่ของเราคืออะไร--> คำถามลึกไปถึงว่า "เราเกิดมาบนโลกใบนี้เพื่ออะไร"

คนเราเกิดมาต้ัองรักตัวเองเป็นที่สุด ใครที่ทำ "อัตนิบาตกรรม" หรือ "ฆ่าตัวเองตาย" เป็นกรรมหนัก มีเรื่องเล่าว่า ต้องเกิดมาอีก 7 ชาติ และต้องฆ่าตัวเองตายทั้ง 7 ชาติ ทั้งนี้เป็นเพราะว่า คนที่เรารักมากที่สุด คือ ตัวเอง เรายังฆ่าได้เลย จึงเป็นกรรมหนัก..นั่นเอง

ดังนั้น เมื่อเรารักตัวเองเป็นที่สุดนี้ เราก็ขยายความรักของเราออกไป ให้กับพ่อแม่ คนในครอบครัว ญาติมิตร เพื่อนบ้าน คนในชุมชน คนในสังคม คนในประเทศชาติ และทุกคนบนโลก..คือเราขยายความรักความเมตตาของเราออกไปให้กับคนทั้งโลก เป็นเพราะเรา อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน อยู่ในโลกใบเดียวกันนั่นเอง

หน้าที่ของเรา คือ เราเกิดมาเพื่อช่วยเหลือทุกคน ดังนั้นการเรียนรู้ของเราก็เพื่อให้ทำตัวของตัวเองให้เป็นที่พึ่ง เมื่อเราพึ่งตัวเองได้แล้ว ก็ให้ความรักความเมตตาแก่คนอื่นช่วยเหลือคนอื่น ไม่ใช่เรียนเพื่อเพิ่มความเห็นแก่ตัว

และเราก็ต้องอุทิศตัวเองเพื่อสิ่งนี้ คือ การเรียนรู้เพื่อพึ่งพาตัวเองให้ได้ และนำปัญญาความรู้ไปช่วยเหลือคนอื่น ด้วยความรักความเมตตากับเพื่อนร่วมโลก

Understanding เราต้องเรียนรู้เข้าไปภายในจิตใจของเราเพื่อให้เข้าใจตนเองให้ได้ (การศึกษาคือการเรียนรู้เพื่อเข้าใจตนเอง) คำถามที่จะทำให้เข้าใจตัวเอง

  1. Who are you? คุณคือใคร หรือ เจ้าเป็นไผ
  2. เรามาอยู่บนโลกใบนี้เพื่ออะไร ? (คำตอบ คือ เพื่อรักตัวเองและเผื่อแผ่ความรักความเมตตาไปให้กับคนอื่นรวมทั้งสิ่งมีชีวิตอื่น)
  3. เราจะไปไหน? เป้าหมายในชีวิตของเราคืออะไร

คุณครูมีหน้าที่ สอนให้นักเรียนได้รู้จักตนเอง สอนให้นักเรียนมีวิจารณญาณ คือ "หยุดคิดสักนิดก่อนที่จะลงมือทำ" คือ เมื่อมีความคิดเข้ามาใจจิตสำนึก ให้ตั้งคำถาม ๒ คำถามก่อนเสมอ

  1. คำถามแรก "ดีสำหรับเราไหม" ถ้าคำตอบคือ "ดี" ให้ตั้งคำถามที่ ๒
  2. คำถามต่อมา "ดีสำหรับทุกคนไหม" ถ้าคำตอบคือ "ดีสำหรับทุกคน" ก็นำความคิดที่รับเข้ามาไปปฏิบัิติได้

แต่ถ้าคำตอบออกมาว่า "ไม่ดีสำหรับทุกคน" ก็ให้ปฏิเสธความคิดนั้นอย่าได้เอาไปใช้

Character : บุคลิก, ลักษณะ, อุปนิสัย

สำหรับ character นี้ คือ อุปนิสัยที่ดีงาม ผู้ที่ผ่านการเรียนรู้หรือผ่านการศึกษามาต้องมีสิ่งนี้ หากเรียนจบ แล้วไม่มีสิ่งนี้ (อุปนิสัยที่ดีงาม) ถือว่าเป็นคนที่ "ไร้การศึกษา"

ผู้สอนมีหน้าที่ปลูกฝังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนิสัยผู้เรียนให้ไปในทางที่ดีได้ ด้วยการสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมเข้าไป เช่น วันนี้มองออกไปที่นอกหน้าต่าง เห็นท้องฟ้าแจ่มใจ เราอาจตั้งคำถาม ถามนักเรียนว่า

ครู "พระอาทิตย์ส่องแสงสว่างมายังโลก ให้ความอบอุ่นกับมนุษย์ พระอาทิตย์เลือกปฏิบัติไหม ให้เฉพาะคนรวย แต่ไม่ให้คนจน"

นักเรียน "พระอาทิตย์ไม่เลือกปฏิบัติ"

ครู "พระอาทิตย์ให้ความอบอุ่น หวังสิ่งตอบแทนไหม"

นักเรียน "พระอาทิตย์ไม่หวังสิ่งตอบแทน"

ครู "พระอาทิตย์คิดสตางค์ไหม"

นักเรียน "พระอาทิตย์ไม่คิดสตางค์"

ครู "พระอาทิตย์หยุดวันเสาร์วันอาทิตย์ไหม"

นักเรียน "พระอาทิตย์ขึ้นทุกวันไม่มีวันหยุด"

ดังนั้น อุปนิสัยที่ดีงาม คือ การให้ความรักความเมตตากับคนอื่น ช่วยเหลือคนอื่น โดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่คิดสตางค์ ช่วยได้ทุกเมื่อ เมื่อมีโอกาส..

เมื่อทำได้อย่างนี้ เราก็จะมีความสุข

ประเทศของเรา วัดความเจริญก้าวหน้าของประเทศ โดยใช้ GNP (Gross National Product) หรือดัชนีมวลรวมของผลิตภัณฑ์ เป็นตัวชี้วัด ซึ่งหมายถึง ยิ่งขายของมาก ผลิตของมาก (เอาเงินเป็นตัวตั้ง) GNP ก็จะมีค่าสูง แต่เกิดความทุกข์ยากโดยรวมของประชาชน และเยาวชนของชาติ (ค่าหน่วยกิตและค่าธรรมเนียมการศึกษาแพงขึ้น)

ประเทศที่น่าสนใจคือ ประเทศภูฏาน เขาใช้ GNH (Gross National Happiness) คือ ดัชนีมวลรวมแห่งความสุข เป็นดัชนีชี้วัดความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เพราะเยาวชนของชาติยังอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน ดังนั้นสำหรับประเทศไทยทุกสถานศึกษาต้องช่วยเตรียมตัวผู้เรียนตั้งแต่เด็กเล็ก,ประถมศึกษาจนถึงอุดมศึกษา ให้มีขีดความสามารถในการสร้างความสุขให้กับตนเองและมีภูมิคุ้มกันจากปัญหาต่างๆ ในสังคมปัจจุบัน

Action การกระทำ : ทุกวันนี้การเีรียนการสอน เป็นไปเพื่อการสอบความรู้ เมื่อนักเรียนไปสอบแล้วก็ทิ้งความรู้ทั้งหมดไว้ที่ห้องสอบนั่นแหละ

การเรียนการสอนของเรา ต้องสอนแล้ว นักเรียนสามารถนำไปปฏิบัิติได้ในชีวิตประจำวัน คือสอนเน้นให้เด็กมีวิธีคิด และทักษะปฏิบัติให้มากขึ้น

มีองค์กรอยู่ ๒ องค์กร องค์กรหนึ่งอยู่ในทวีปเอเซีย คือ AFTA, อีกองค์กรหนึ่งอยู่นอกทวีปเอเซีย คือ NATO (ได้ข่าวว่า ส่งเรือรบมากดดังลิเบีย)

ต่อไปนี้เป็นการเล่นคำ เราคงเคยได้ยินเรื่อง NATO มานานแล้ว ในวงการศึกษาย่อมาจากคำเต็มว่า "์No Action Talk Only" พูดอย่างเดียวแต่ไร้การปฏิบัติ มักเกิดในที่ประชุมบอร์ดบริหารต่างๆ มีมติออกมาให้ผู้ปฏิบัติเยอะแยะไปหมด แต่ทำไม่ค่อยได้ (แม้แต่ผู้ที่ออกกฏระเบียบ) ประเทศไทยเรามีกฏหมาย หลายฉบับที่ขัดแย้งกัน จนทำให้เกิดความสับสนในผู้ถือปฏิบัิติ

องค์กรใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นการเล่นคำอีกนั่นแหละ เพิ่งได้ยินคำนี้จากดร.อาจองเป็นคนแรก AFTA ย่อมาจากคำว่า "Action First Talk Afterward" ทำ (ปฏิบัิติ) เสียก่อนแล้วค่อยพูดภายหลัง ก็ยังไม่สายเกินไป (สำนวนจีน..อิอิ) หมายความว่า เรียนรู้อะไร ก็ต้องสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติได้

Thanking : การขอบคุณ, ความกตัญญูกตเวที การรู้คุณและการตอบแทนบุญคุณของบุพการี ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย

ในต่างประเทศ เด็กอายุ 18 ปี จะออกจากบ้าน ไปหางานทำ หาเงินไปเรียนหนังสือเอง ต่างจากสังคมไทย ซึ่งเด็กอาศัยอยู่กับพ่อแม่

เราต้องขอบคุณ และตอบแทนบุญคุณ กับคนที่มีพระคุณต่อเรา

เราต้องขอบคุณ แม้กับคนที่ด่าเรา ด้วยเขาเป็นคนที่ช่วยบอกให้เรารู้จักตนเอง

การเรียนรู้ชีวิต ส่วนหนึ่งเราต้องเรียนรู้จากปัญหา เรียนรู้วิธีแก้ปัญหา

เราต้องฝึกฝนตัวเองให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

Integrity หมายถึง คนที่เราเคารพนับถือ และศรัทธาในตัวเขา ยึดถือเขาเป็นแบบอย่าง เพราะเขามีคุณสมบัติที่ดีทั้งหลายนั่นเอง

Oneness : ความเป็นหนึ่งเดียว เพราะเราอยู่ในโลกใบเดียวกัน อยู่บ้านหลังเดียวกัน คนบนโลกของเราจึงเป็นพี่น้องกันทั้งหมด

ถ้าเราเข้าใจทุกอย่าง = เราเป็นผู้รู้

Nobility : หมายถึง คนที่มีจิตใจสูงส่ง คือ ตัวเราที่เป็นคนดีทุกอย่าง ครอบคลุมทุกอย่างที่กล่าวมาแล้วตั้งแต่ต้น



สรุป E D U C A T I O N
E = Enlightenment การรู้แจ้ง
D = Duty & Devotion การปฏิบัติหน้าที่และการเสียสละอุทิศตน
U = Understanding ก่ารเข้าใจตนเองอย่างถ่องแท้
C = Character อุปนิสัยที่ดีงาม
A = Action การนำความรู้ไปปฏิบัติ
T = Thanking การมีใจกตัญญูรู้คุณ
I = Integrity ความมีเกียรติ
O = Oneness ความมีใจสมาน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกั
N = Nobility ความสง่างาม




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน 25th Anniversary Beeman



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณครับ

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณสิ่งดีๆ ที่ท่านอาจารย์ JJ มอบให้สังคมเช่นกันครับ