คำถามยอดฮิตที่ถามกันคือ "เธอเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยไหน"
ยังคงอยู่กับคำถามว่า "เรามาเรียนมหาวิทยาลัยกันเพื่อจุดประสงค์อะไร" หลากหลายคำตอบ แต่คำตอบหนึ่งซึ่งคงมีเปอร์เซนต์ค่อนข้างมากเหมือนกัน คือ เรียนแบบว่าเป็นแฟชั่น คล้ายๆ นี้
- ที่หมู่บ้านของผม มีผมเป็นคนแรกที่ได้เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย
- พ่อ-แม่ ส่งผมมาเรียน เพราะอยู่บ้านก็ไม่ได้ทำอะไร ได้แต่เล่นเกม (ภาคพิเศษ)
- หนูมาเรียน เพื่อเอาใบปริญญาไปให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ
- ข้างๆ บ้าน เขาพูดว่า หนูจะมีปัญญาเรียนจนจบไหม
วันที่ภาคภูมิใจที่สุด คือ วันพระราชทานปริญญา..ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรปีนี้ มีผู้เข้ารับพระราชทานปริญญา 7 พันกว่าคน จากสถิติ บัญฑิต 1 คน จะมีญาติมาแสดงความยินดีเฉลี่ย 7 คน
7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมารถติดแถวมน.มาก คาดว่าจะมีคนผ่านเข้า-ออก มหาวิทยาลัยมากกว่า 5 หมื่นคน หรือ มีรภยนต์ผ่านเข้าออกมหาวิทยาลัยนับหมื่นคัน
ถ้าจุดประสงค์ของการมาเรียนมหาวิทยาลัยไม่ชัด-การลงทุนมาเรียนก็ค่อนข้างสูญเปล่า..
- การมาเรียนมหาวิทยาลัย ไม่ได้ช่วยให้การใช้ชีวิตดีขึ้น
- หลายคนเคยประพฤติตัวอย่างไรที่บ้าน มาเรียนมหาวิทยาลัยก็ยังทำตัวอย่างนั้น
- รอบๆ มหาวิทยาลัย มีแหล่งอบายมุขรายล้อม มีผับ บาร์
- มีข่าวนักศึกษาขายบริการแลกเงินมาใช้จ่ายขณะอยู่มหาวิทยาลัย
ทัศนคติหนึ่ง ของผู้คนที่มาเรียนที่มหาวิทยาลัย-คือ มันเป็นแฟชั่น ของผู้คนสมัยนี้ เมื่อคนทำงาน (หรือตกงาน) มาพบกัน คำถามยอดฮิตที่จะถามกันคือ "เธอเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยไหน"
อาจารย์คะ
หนูลองมองลึกไปอีกนิดนึงคือเป็นไปได้ไหมว่า ช่วงกระแสก่อนหน้านี้มีการประชาสัมพันธ์หรือสร้างแนวทางว่าต้องเรียนในระดับมหาวิทยาลัยจึงจะหางานทำได้
แต่...ตอนนี้ มีการเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ถึงการเรียนในระดับอาชีวะ ซึ่งเป็นการเรียนทางสายอาชีพที่สามารถสร้างอาชีพได้ดี ดังนั้นอาจจะต้องรอดูกันไปสักพักว่ากระแสการศึกษาของไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป
ที่สำคัญผู้เรียนเข้าใจเป้าหมายของการเรียนของตนเอง น่าจะเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้เรียนรู้ทุกคนค่ะ ^_^
เรียน น้องมะปราง
การสร้างความตระหนักรู้จึงกลายเป็นสำคัญที่สุดของมหาวิทยาลัย
มากกว่ามอบเนื้อหาความรู้ที่แสนจะค้นหาหาง่ายมากขึ้นในยุคปัจจุบัน
อาจารย์สบายดีนะครับ ;)...
อ.สมลักษณ์คะ
หนูแวะมาส่งบันทักต่อยอดค่ะ
เด็กๆ ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เพราะอาจจะไม่เคยได้สัมผัสจริง