เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความอดทน


       มาริโอ  ชายหนุ่มวัยยี่สิบปลาย ๆ  รูปร่างผอมบาง  ผิวขาว  ตาตี่  ส่วนประกอบของใบหน้าไม่ค่อยจะรับกันสักเท่าไร  มาริโอเป็นพ่อค้าขายของเร่ตามตลาดนัด  พ่อค้าแม่ค้าในตลาดเรียกมาริโอว่า " ไอ้ตี๋ลาว"
 
เนื่องจากมาริโอพูดไทยไม่ชัดและเป็นคนหนองคาย  มาได้เมียคนนคร  จึงปักหลักที่นครเสียเลย

       มาริโอมาซื้อสินค้าที่ร้านของฉันไปขาย  เริ่มจากขายทุกอย่าง 20  หมายถึงสินค้าชิ้นละ 20 บาท  ไม่ใช่สินค้าทั้งแผง 20 บาทนะโปรดอย่าเข้าใจผิด   มาริโอจะขับมอเตอร์ไซด์ต่อพ่วงมาซื้อ  มาใหม่ ๆ ก็ซื้อนิด ๆ

หน่อย ๆ ต่อมาก็สั่งสินค้าหลากหลายขึ้นจากการสังเกตุสินค้าที่ลูกค้ารายอื่นซื้อไปขาย  ถ้าสินค้าบางตัวหมดสต็อกที่หน้าร้าน  เด็กที่ร้าน(ลูกจ้าง)จะต้องไปเอาที่โกดัง ถ้ามีลูกค้าสั่งหลายรายเด็กที่ร้านจะต้องจดชื่อ

ลูกค้าแล้วเขียนรายการที่ลูกค้าสั่ง  ตอนมาใหม่ ๆ เด็กก็เรียกมาริโอว่า "โกตี๋"  แต่ชื่อนี้ไปซ้ำกับลูกค้าอีกรายหนึ่งซึ่งเป็นคู่แข่งทางการค้ากับมาริโอ  ถ้าสินค้ามีจำกัดทั้งสองโกตี๋ก็จะแย่งกันแล้วหาว่าเด็กจดพลาด

เอาของที่ตัวสั่งไปให้อีกโกตี๋หนึ่ง  เจ้าเอกเด็กที่ร้านก็เลยเปลี่ยนชื่อ "โกตี๋ลาว" เป็น "มาริโอ" เสียเลย

       ต่อมาตลาดรถเร่เริ่มทำทุกอย่าง 100 มาริโอพ่อค้ารายเล็กแต่ใจสู้ก็เอากับเขาด้วย  แต่สินค้าทุกอย่าง 100 ตัวที่จะดึงลูกค้าเข้าร้านต้องเป็นตัวใหญ่ ๆ เช่นกาละมังสีดำเบอร์ 80   โต๊ะญี่ปุ่น  ถังน้ำใบใหญ่

ราวตากผ้า ฯลฯ  รถมอเตอร์ไซด์พ่วงข้างของมาริโอเล็กไปเสียแล้ว  มาริโอจึงซื้อรถกะบะใช้แล้ว(น่าจะมากกว่ามือสอง)มาใช้แทน  และจะพาเมียและลูกสาววัยสองขวบไปตลาดด้วย  บางวันมาริโอขายที่

ตลาดเช้าแล้วแวะมาซื้อสินค้าเพิ่มไปขายต่ออีกตลาดหนึ่ง 

       ลูกค้าบางรายเริ่มต้นจากรถพ่วงข้างแล้วเติบโตเป็นรถกะบะ  ต่อมาก็ซื้อตึกแถวขายของอยู่กับที่  แต่ลูกค้าบางรายเริ่มต้นจากรถกะบะแล้วเปลี่ยนมาเป็นรถพ่วงข้างแล้วก็เลิกไปในที่สุด  ส่วนมาริโอยังต้องใช้

เวลาพิสูจน์อีกจึงจะรู้ว่าไปได้ถึงไหน