เมื่อระหว่างวันที่ ๒-๕ มีนาคม ๒๕๕๔ ผู้เขียนพร้อมด้วยทีมวิทยากร “กลุ่มรักษ์ธรรม” ร่วมกับ "วิทยาลัยพยาบาลบรมราชนนี กรุงเทพ" ได้กิจกรรม “ธรรมะเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” เพื่อพัฒนาและฝึกอบรมนักศึกษาพยาบาลซึ่งกำลังจะสำเร็จการศึกษาจำนวน ๒๐๐ ท่าน โดยแบ่งเป็นนักศึกษาจำนวน ๑๗๐ ท่าน และคณาจารย์ ๓๐ ท่าน
สำหรับวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาและฝึกอบรมเพื่อให้นักศึกษาพยายาล ได้บูรณาการในการใช้”วิชาชีพ” และ “วิชาธรรมะ” เป็นเครื่องมือในการแสวงหาทรัพย์ภายนอก และทรัพย์ภายใน อันจะก่อให้เกิดคุณูปการต่อการประกอบวิชาชีพพยาบาลในสถานพยาบาลซึ่งอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย และการดำเนินชีวิตอย่างรู้ตื่น และเบิกบานบนสายธารแห่งธรรมในขณะปฏิบัติหน้าที่

สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่นักศึกษาได้ปฏิบัติร่วมกันนั้น ประกอบด้วยกิจกรรมแสงเทียนแห่งปัญญา กิจกรรมเสียงเทียนแด่ครูอาจารย์ และบิดามารดา กิจกรรมทอดผ้าป่าสารภาพความผิด กิจกรรมการบรรยายธรรมะสำหรับชีวิตประจำวัน กิจกรรมการทำวัตรสวดมนต์เช้าเย็น และกิจกรรมการนั่งสมาธิ เดินจงกรม นักศึกษาพยาบาลประมาณ ๙๐% ได้ร่วมกันสมาทานศีล ๘ อย่างเครียดครัด ซึ่งถือว่า “เป็นการเตรียมตัว และบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรมก่อนที่นักศึกษาจะเดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าได้อย่างมีความสุขต่อไป”
ในโอกาสนี้ ผู้เขียนได้ร่วมกิจกรรมโดยนำนักศึกษาทำวัตรสวดมนต์เย็น และบรรยายธรรมะในหัวข้อเรื่อง “ทำงานอย่างไร ให้ใจมีสุข” ซึ่งสาระสำคัญที่ได้เน้นในประเด็นนี้คือ “เราจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ชีวิตได้อย่างไร” โดยได้นำหลักการตลาดที่ว่าด้วย “Value Added, Value Creation และ Differentiation” มาเปิดพื้นที่ในการบรรยาย เนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมานั้นพบว่า “พยาบาลมักจะมองว่าตัวเองคือผู้น้อย” และ “ทำงานอย่างหนัก” จึงทำให้พยาบาลบางส่วนมองว่า “ขาดความตระหนักรู้ในวิญญาณของความเป็นพระโพธิสัตว์” ที่จะต้องเพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติสุทธิ ปัญญา เมตตา และขันติ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ไนติงเกลที่อุทิศตนทำหน้าที่เพื่อคนอื่นๆ โดยมิได้ย่อท้อ และเหน็ดเหนื่อยต่อการทำหน้าที่ดังกล่าว

ประเด็นที่ผู้เขียนพยายามที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาพยาบาลได้ตระหนักรู้คือ “การแบ่งปัน (Sharing) การเอาใจใส่ผู้อื่น (Caring) นำไปสู่ความไว้วางใจ (Trust) และสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืน (Relationship) จนก่อให้เกิดความรัก (Loving) และการร่วมมือ และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (Collaborating)” ซึ่งหลักการเหล่านี้ จำเป็นต้องดำรงอยู่บนฐานของ "การรู้ (Wisdom) ตื่น (Awakening) และเบิกบาน (Rejoice)" ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผู้เขียนต้องบูรณาการหลักสุทธิ ปัญญา เมตตา และขันติกับหลักการเหล่านี้เพราะกลุ่มคนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผู้ป่วย” คาดหวังในการทำหน้าที่พยาบาลว่า “จะสามารถสนองตอบสิ่งเหล่านี้แก่เขาเหล่านั้น” โดยมิได้ใส่ใจว่า “การทำหน้าที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ของพยาบาลนั้น จะประสบกับความเหน็ดเหนื่อย และยากลำบากมากน้อยเพียงใด
อนึ่ง วิทยากรกลุ่มรักษ์ธรรมนั้น มุ่งเน้นวิสัยทัศน์ในการทำหน้าที่เพื่อพระพุทธศาสนาว่า “รักษ์ธรรม นำสังคม อุดมสันติ” โดยได้ตั้งทีมงานนี้ขึ้นมาเมื่อครั้งที่หลวงพ่อพุทธทาสมีชีวิตอยู่ ซึ่งหัวหน้าทีมงานในขณะนั้นคือ “พระอาจารย์วิรัตน์ วิรตโน” แต่ปัจจุบันคือ “พระอาจารย์บุญนพ สุทฺธสีโล” ทีมงานประกอบด้วย พระอาจารย์สุวรรณ กิตฺติวณฺโณ พระอาจารย์วารินทร์ จกฺกรตโน พระอาจารย์บุณเหนาะ อาจาโร และ ผู้เขียน ผศ.ดร.พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส โดยผู้เขียนได้ร่วมทำงานกับวิทยากรกลุ่มนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เมื่อครั้งที่ผู้เขียนกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีในมหาจุฬาฯ
ภารกิจหลักของวิทยากรกลุ่มนี้ มักจะเน้นหนักที่ “การพัฒนาและฝึกอบรมผู้บริหารในหน่วยงานองค์กรรัฐ และเอกชน คณะครู และพยาบาลในวิทยาลัยต่างๆ ตั้งแต่การปฐมนิเทศ และการปัจฉิมนิเทศ โดยพยายามที่จะบูรณาการหลักการวิถีโลก และวิถีธรรมให้ประสานสอดคล้องกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง” แนวทางของหลักสูตรนั้นจะเน้นทั้งหลักการทางทฤษฏี และการปฏิบัติการในรูปแบบของภาคปฏิบัติ และกิจกรรมต่างๆ ให้สอดรับกับธรรมชาติในการทำงานจริงของกลุ่มคนต่างๆ เพื่อให้เอื้อต่อการทำงาน และการดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขในสภาวการณ์ปัจจุบัน

นมัสการเจ้าค่ะ
เป็นโครงการที่ดีมากเลยครับ ขอให้กำลังใจ
กราบนมัสการเจ้าค่ะ
"แสงเทียน...สาดส่องใจ ชี้ชนให้สว่างธรรม..."
ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งแรงใจเจ้าค่ะ
โยมน้ำเกลือหวาน
กราบนมัสการพระคุณเจ้า
ขอขอบพระคุณพระอาจารย์กลุ่มรักษ์ธรรมที่มาช่วยชี้ทางสว่างให้ผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาได้ชำระความทุกข์ในใจ เตรียมพร้อมเริ่มต้นบทบาทใหม่พยาบาลคนไข้และคนรอบข้างด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริงในเดือนเมษายนนี้ เขาเหล่านี้จะเป็นพลังสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ต่อไป
สุขใจที่ได้มี่ส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมดีๆแบบนีิ้ให้นักศึกษา และขอเป็นกำลังให้พระอาจารย์กลุ่มรักษ์ธรรมในการแพร่ธรรมะต่อไปค่ะ
ครูเดียร์ ^^
กราบนมัสการพระคุณเจ้า
หนูขอขอบพระคุณพระอาจารย์ทุกรูปที่ท่านพระอาจารย์ได้มาสอนและช่วยชี้แนวทางในการดำเนินชีวิตให้ และจากการได้ฟังธรรมบรรยายในหลายเรื่อง รวมทั้งทุกๆกิจกรรมที่ได้ทำทั้งการทำวัตรเช้า-เย็น การนั่งสมาธิ การเดินจงกรม หนูรู้สึกมีความสุขทุกครั้งไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรถึงแม้ว่าจะเหนื่อยล้าไปบ้างแต่หนูก็สุขใจและสบายใจค่ะ
"ขอขอบคุณพระธรรมที่มีอยู่ในท่านพระอาจารย์ หนูไม่มีสิ่งใดตอบแทนขอรับธรรมะไปปฏิบัติบูชา"
หนูขอเป็นกำลังใจให้กับพระอาจารย์และทีมงานกลุ่มรักษ์ธรรมนะคะ
นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ
กราบนมัสกรพระคุณเจ้า
ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจมากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งได้เรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ บางที่เรื่องเพียงเล็กน้อยที่เรามองข้ามไปจากการที่ได้เข้าค่ายธรรมะสอนอะไรหลายอย่างเเก่ข้าพเจ้าเเละจะนำสิ่งเหล่านี้ไปปฏิบัติต่อ เพื่อเเบบอย่างที่ดีเเก่สังคม สังคมในปัจจุบันมีความวุ่นวายกันมากขึ้น คนในสังคมมีึความรักในตัวเองมากไปในทางที่ผิดจึงเกิดกิเลสตัณหาต่างๆ ข้าพเจ้าอยากให้หลักธรรมของการมีคุณธรรมยกระดับจิตใจของคนในสังคม
ข้อความข้างต้น
จากปลาวาฬน้อย นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ วพบ กรุงเทพ
กราบนมัสการท่านพระอาจารย์
หนูรู้สึกดีใจมากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ กิจกรรมในครั้งนี้หนูรู้สึกตัวเองเลยว่า หนูสงบ มีสติมากขึ้น เหมือนกับว่าก่อนที่หนูจะได้คิด พูด หรือกระทำสิ่งใดจะต้องมีการทบทวนอย่างถีถ้วน ในการเข้าค่ายปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ ทำให้หนูรู้สึกว่า การสร้างบุญ สร้างกุศล "ไม่ใช่เรื่องยาก" อย่างที่คิด แต่มันเป็นอะไรที่ง่ายๆ ที่เราสามารถสร้างบุญได้อยู่ตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน
ขอขอบคุณพระธรรม ที่มีอยู่ในท่นพระอาจารย์ พวกเราไม่มีสิ่งใดตอบแทน ขอนำธรรมะไปปฏิบัติบูชา
"สมาชิกฐาน ปัญญา"
ขอเคารพพระธรรมที่มีอยู่ในท่านพระอาจารย์....
หนูเป็นนักศึกษาที่ได้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ หนูรู้สึกดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในครั้งนี้พอรู้จากอาจารย์ที่วิทยาลัยว่าจะมีการปฏิบัติธรรมหนูตั้งใจไว้เลยว่าจะรักษาศีล 8 เพราะการได้รักษาศีล 8 นั้นทำให้จิตใจหนูสงบร่มเย็น ซึ่งการปฏิบัติธรรมครั้งนี้ทำให้หนูได้เรียนรู้หลายอย่างซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ได้หลักในการดำเนินชีวิตก่อนที่จะออกไปเผชิญโลกภายนอกอย่างแท้จริง
หลักธรรมที่พระอาจารย์ทุกรูปได้นำมาสอนพวกเราครั้งนี้ล้วนแต่ให้ข้อคิด วิธีการปฏิบัติที่ดีงาม เมื่อยามที่ท้อแท้และเหนื่อยล้าในการทำงาน
.....สมาชิกฐานสุญญตา....
ครูเดียร์
พยาบาล...ศิษย์รักทุกคน
กราบนมัสการพระคุณเจ้า
ดิฉันนักศึกษาพยาบาลวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ ผู้ที่ได้เข้าร่วมการเข้าข่ายธรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ดิฉันรู้สึกว่าตนเองนั้นมีสติ สมาธิ และมีกำลังใจอย่างล้นเปี่ยมในการกระทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตต่อไป ขอขอบคุณหลักธรรมคำสอนที่พระคุณเจ้าทุกท่านได้ให้เป็นคติสอนใจยามเราต้องการที่พึ่งพิงทางจิตใจ หรือเหนื่อยล้า ทำให้รู้สึกว่าทุกวินาทีนั้นชีวิตนั้นมีคุณค่ายิ่ง ภาคภูมิใจเหลือเกินที่เกิดมาเป็นนักศึกษาพยาบาล และมนุษย์คนหนึ่ง
ขอให้กำลังใจแด่คณะรักษ์ธรรม...ที่สานต่อธรรมเพื่อชีวิต สู่ชีวิตของเพื่อนมนุษย์
.....กลุ่ม ปัญญา .....
นมัสการเจ้าค่ะ
“พยาบาลมักจะมองว่าตัวเองคือผู้น้อย” และ “ทำงานอย่างหนัก” จึงทำให้พยาบาลบางส่วนมองว่า “ขาดความตระหนักรู้ในวิญญาณของความเป็นพระโพธิสัตว์”
เพราะได้รู้ จึงได้เห็นคุณค่าในสิ่งตนเองกำลังกระทำนะเจ้าคะ
นมัสการลา
ว่าที่พบาบาลโมไนย
โยมณัฐรดา,
"แสงเทียนแห่งธรรม"........ได้ละลายอคติ ความบาดหมาง ความโกรธ เหลือไว้เพียงมิตรภาพของคำว่าเพื่อน.....เหมือนวันแรกที่เราเจอกัน
โยมเยาวนาท,