โยบาย “เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ” เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2552 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียน เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิต ดังนั้น “เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ” จึงเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจไปในตัว

              นโยบาย “เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ” เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2552 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียน เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิต ดังนั้น “เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ” จึงเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจไปในตัว

               รัฐบาลได้สนับสนุนโดยการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการของโรงเรียน โดยใช้ชื่อโครงการสนับสนุนการจัดการศึกษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 15 ปี ฟรี 5 รายการ คือ

1. รายการค่าจัดการเรียนการสอน (เงินอุดหนุนรายหัว) แบ่งการจัดสรรออกเป็น 4 ระดับชั้นคือ ระดับก่อนประถมศึกษา  ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งแต่ละระดับชั้นอัตราค่ารายหัวต่อนักเรียนไม่เท่ากัน คือ ระดับอนุบาล ภาคเรียนละ 850 บาท/คน ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนละ 950 บาท/คน  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคเรียนละ 1,750 บาท/คน  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนละ 1,900 บาท/คน  สำหรบโรงเรียนขนาดเล็ก(โรงเรียนประถมศึกษาที่มีนักเรียน 120 คนลงมา และโรงเรียนมัธยมศึกษา มีนักเรียนต่ำกว่า 300 คน) ระดับก่อนประถมศึกษา/ประถมศึกษา จัดสรรให้เพิ่มอีกหัวละ 250 บาท/ภาคเรียน ส่วนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น/ตอนปลาย จัดสรรให้เพิ่มอีกหัวละ 500 บาท/ภาคเรียน

2.  รายการค่าหนังสือเรียน  เป็นรายการที่โรงเรียนจัดซื้อตามระเบียบพัสดุ ซึ่งจัดซื้อตั้งแต่ภาคเรียนแรกของปีการศึกษา 2552  เพื่อให้นักเรียนยืมเรียน โดยจัดสรรให้แต่ละโรงเรียนตามจำนวนนักเรียนแต่ละชั้น  และในปีการศึกษา 2553 เป็นการซื้อทดแทนส่วนที่ชำรุด และซื้อใหม่ในส่วนที่เปลี่ยนแปลงหลักสูตรในบางชั้น(ป.1 ป.4 ม.1 และ ม.4)

3.  รายการค่าเครื่องแบบนักเรียน  จัดสรรเป็นรายหัวนักเรียนตามระดับชั้น จำนวน 2 ชุด/คนจ่ายให้แก่นักเรียนหรือผู้ปกครองครั้งเดียว ระดับอนุบาล คนละ 300 บาท/ปี ระดับประถมศึกษา คนละ 360 บาท/ปี  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น คนละ 450 บาท/ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คนละ 500 บาท/ปี โรงเรียนจ่ายเป็นเงินสดให้นักเรียนหรือผู้ปกครอง เพื่อนำเงินไปจัดซื้อเครื่องแบบนักเรียน จำนวน 2 ชุด และนำใบเสร็จไปให้แก่ทางโรงเรียนเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

4.  รายการค่าอุปกรณ์การเรียน  จัดสรรเป็นรายหัวนักเรียนตามระดับชั้น จ่ายให้แก่นักเรียนหรือผู้ปกครอง ภาคเรียนละ 1 ครั้ง ระดับอนุบาล 100 บาท/ภาคเรียน  ระดับประถมศึกษา 195 บาท/ภาคเรียน  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 210 บาท/ภาคเรียน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 230 บาท/ภาคเรียน โรงเรียนจ่ายเป็นเงินสดให้แก่นักเรียนหรือผู้ปกครอง เพื่อนำเงินไปจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนตามรายการที่กำหนด และนำใบเสร็จไปให้แก่ทางโรงเรียนเก็บไว้เป็นหลักฐาน 

5.  รายการค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  จัดสรรเงินให้โรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการในการจัดกิจกรรม ภาคเรียนละ 1 ครั้ง ตามรายหัวนักเรียนแต่ละระดับชั้น ระดับอนุบาล 215 บาท/ภาคเรียน  ระดับประถมศึกษา 240 บาท/ภาคเรียน  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 440 บาท/ภาคเรียน  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 475 บาท/ภาคเรียน

             ดังนั้น จะเห็นได้ว่ามีอยู่สองรายการที่โรงเรียนต้องจ่ายเป็นเงินสดให้แก่นักเรียนหรือผู้ปกครอง คือ ค่าเครื่องแบบนักเรียนและค่าอุปกรณ์การเรียน ส่วนรายการอื่น คือ ค่าจัดการเรียนการสอน ค่าหนังสือแบบเรียนและค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนเป็นผู้ใช้จ่ายเงินตามที่กำหนดในแต่ละรายการตามกรอบเวลาที่กำหนด การดำเนินการตามนโยบาย “เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ” จึงสนองต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและฟื้นฟู/กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการส่งบุตรหลานเข้าเรียนในระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

              การดำเนินการดังกล่าวจะสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยความรับผิดชอบของบุคลากรในโรงเรียน ผู้ปกครอง  นักเรียน ชุมชน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามประเมินผล จำนวน 11 สาย  โดยมีรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นหัวหน้าแต่ละสาย ติดตาม ตรวจสอบ และให้คำแนะนำในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติและร่วมกันแก้ปัญหาต่อไป

สวัสดีครับ