วันพระ...เป็นอีกวันหนึ่งที่ญาติโยมต้องเข้ามาฟังธรรมบ้าง วันพระเป็นวันของพระที่จะต้องปฏิบัติศาสนกิจ ทำวัตรสวดมนตร์และกิจกรรมอื่นๆ อีกหลายอย่าง แต่เป็นการเพิ่มเวลามากขึ้นในช่วงเช้า ไม่ต้องออกบิณฑบาตรโปรดโยม (เวไนยสัตว์) จึงพอมีเวลาเหลือในการจัดเก็บกุฏิให้สะอาดเรียบร้อยหรือทำงานอย่างอื่นที่ค้างไว้ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี..
เวลาในแต่ละวันของทางโลกและทางธรรม.. มันสวนกระแสกันโดยสิ้นเชิง เรื่องการทำมาหาเลี้ยงชีพ เรื่องการใช้ชีวิตจนหมดอายุขัย จนถึงเรื่องการใช้เวลาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด...
พระใช้เวลาหมดสิ้นไปกับการทำวัตรสวดมนตร์ ทำกิจวัตร (ดูแลที่อยู่อาศัยและของใช้สวนกลาง สถานที่) บิณฑบาตร และกิจพิเศษอื่นๆ อย่างเช่น กิจนิมนตร์ และการภาวนาตลอดทุกลมหายใจ..
ชีวิตในทางโลกมีอะไรบ้าง? มีเพียงหากินเพื่อให้รอดพ้นในแต่ละเทอมหรือแต่ละวิก แต่ละเดือน ต้องบริหารสมองในการคิดหาหนทางที่จะเลี้ยงชีพให้รอดพ้นภาวะวิกฤตต่างๆ บางครอบครัวหาเงินเข้าบ้านเพียงคนเดียวแต่คนข้างหลังอีกหลายปากท้องที่รออยู่จากหัวรถจักรงานเพียงคนเดียว ไม่ว่าอาชีพใดก็แล้วแต่ ต่างถูกกดดันด้วยวิบากกรรม คือการเลือกที่จะกระทำในเส้นทางนั้นๆ เหมือนเส้นทางแต่ละคนที่เลือกเดิน บางคนวางแผนตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่จุดเริ่มต้น ตั้งแต่วัยเรียน จนถึงวัยทำงาน.. วางชีวิตเป็นรูปแบบจึงเหนื่อยน้อยใช้ชีวิตเป็นระบบ แต่ก็ยังถือว่าเป็นวิบากกรรมอยู่ดี เพราะต้องแก่งแย่ง ชิงดี กันทุกเวทีชีวิต! ไม่มีความสงบ ความสันโดษ ต้องกระโจนเข้าสังคมเพื่อหาเงินทอง เกียรติยศ การงาน ลาภสักการะ มาหล่อเลี้ยงใจ.. และท้ายที่สุดล่ะ? คาดหวังอะไรกันบ้าง?
คนค้าเงาหลายคนที่โลดแล่้นบนหน้าจอทีวี หรือบนกระดาษเป็นเล่มๆ บนแผงหนังสือ..ใช้ชีวิตอู้ฟู่หรูหรา มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับจากความสามารถในการสวมบทละคอนแต่ละตัวได้อย่างเก่งฉกาจ ..แต่แล้ว..ท้ายที่สุดของชีวิต ไม่มีแม้แต่เงินทอง หรือบ้านช่องจะอยู่ ไม่มีแม้แต่คนจะไปเยี่ยมไข้หรืออวยพร.. ไม่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม..หรือแม้กระทั่งวันละลาจากสังขาร ไม่มีคนไปร่วมส่งซากอันไร้วิญญาณของนามผู้นั้น... ชีวิตมันก็เป็นกระนี้หรือ?..หลายต่อหลายคนเป็นอย่างนี้จริง
บริบทแห่งสรรพชีวิตถูกขีดกรอบด้วยสมองมือผู้มีอำนาจทางด้านจิตวิญญาณ อันได้แก่บุพการี และบางคนต้องการฉีกกรอบนั้นมา เพื่อแสวงหาสิ่งที่ตนเองปรารถนาและต้องการทุกเรื่องราว มันจึงเป็นการขัดแย้งทางด้านอารมณ์และสังคมของชีวิตนั้นๆ.. ยากนักที่จะมีการตกลงหรือยุติกันอย่างลงตัว..
ชีวิตของสมณะ ไม่ว่านิกายไหน หรือศาสนาใดก็มีวิถีทางที่ต่างไปจากกลุ่มคนทางโลก บางนิกายหรือบางกลุ่มคนที่นิยมในการหาหนทางหลุดพ้นจากเรื่องกิเลสกาม หรือทุกเรื่องราวที่อยู่รอบตัว โดยเฉพาะการดับอารมณ์ต่างๆ เป็นสำคัญ นั่นคือหน้าที่สำคัญของสมณะ คือดูกิเลส ยับยั้งอารมณ์ผยองหรือ อุปกิเลสทั้งหมดทั้งมวล อันเป็นเครื่องทำจิตให้หมองเศร้า ไม่แสวงหาลาภสักการะมาเพื่อตน.. หรือสะสมสิ่งของทางโลกให้วุ่นวาย บางนิกายนิยมให้นักบวชทรมานตัวเอง หรือบางครั้งก็โป๊เป็นชีเปลือย หรือให้สวดมนตร์อ้อนวอนของพระศาสดาฯลฯ แล้วแต่รูปแบบของลัทธิและความเชื่อ
มันเป็นสมดุลของธรรมชาติและสังคมอย่างหนึ่ง.. สมดุลของชีวิตอย่างหนึ่ง ที่เราเรียกว่า "ความพอดี" คนในสังคมทางโลก แบ่งใจมาวิเวกบ้าง แบ่งใจมาสร้างสติ สมาธิ ให้มันสงบกับสิ่งยั่วยวนบ้าง ให้อาหารใจโดยการปฏิบัติธรรมบ้าง มันจะมีความสมดุลในความเป็นอยู่ ทำให้เรามีสติ มีความนึกคิดในเรื่องราวต่างๆ ด้วยปัญญาอันยิ่ง.. ความทุรนทุรายในการอยากได้ใคร่มีจะลดลง..
สร้างสติโดยการอยู่กับปัจจุบันเสมอ สังเกตดูอารมณ์และตัวกิเลสของเราบ่อยๆ ว่าเรื้อรังหรือเหิมเกริมมากแค่ไหน? นั่นคือหน้าที่ของจิตที่เราจะไม่เอาเวลาไปใส่ใจและใส่อารมณ์ให้กับเรื่องของชาวบ้านเลย...
ศุกร์แรกของเดือนเป็นศุกร์ต้นเดือน แวะเวียนกันมาหายาทาบ้าง เอาการสวดมนตร์เป็นยาทาบรรเทาอาการอยากในเรื่องต่างๆ แล้วกินยาที่เรียกว่า "ภาวนา" บ้างจะทำให้เราสงบ เยือกเย็น รู้รอบเรื่องตนเอง อย่างแท้จริง.... สุขสันต์วันธรรมสวนะ..