วันนี้ตอนเช้าประมาณ 9.00 น. ผมกำลังขับรถไปเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย  ผมได้เห็นอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์  ตรงสี่แยกหน้าคณะบริหาร  รถยนต์พุ่งมาจากทางคณะบริหารเพื่อไปทางโรงยิมเนเซียมซึ่งเป็นทางโทส่วนรถจักรยานยนต์มาจากทางหอนาฬิกากำลังมุ่งหน้าไปทางปั้ม ปตท.(ทางเอก)  รถยนต์ได้พุ่งชนรถจักรยานยาต์อย่างจังด้วยความเร็วที่ไม่น่าจะใช้ในมหาวิทยาลัย(เร็วมากๆ) ทั้งที่เพิ่งข้ามมาจากถนนอีกฟาก  ผมเห็นคนที่ขี่รถจักรยานยนต์ปลิวว่อนเหมือนในหนัง  ผมชลอความเร็วและดูว่ามีคนได้รับบาดเจ็บมากหรือไม่  ปรากฏว่ามีคนหนึ่งพยายามลุกแต่ลุกไม่ได้เหมือนจุกมากๆ  เนื่องจากว่าขณะนั้นเป็นเวลาที่มีรถมากและผมต้องไปส่งแฟนที่คณะผมจึงไปส่งแฟนที่คณะก่อน             ระหว่างทางผมคุยกับแฟนว่าเราจะทำยังไงดี  แฟนผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  ผมนึกอยู่ในใจว่า เดี๋ยวคงมีคนไปช่วยหรือไม่ใช่เรื่องของเรา  แต่เมื่อผมนึกถึงหน้าของคนเจ็บแล้วผมเดาได้ว่าไม่ใช่คนไทยแน่  และเมื่อนึกถึงหน้าของคนขัยรถยนต์ที่เขาเดินลงมาจากรถมาดูสภาพคนเจ็บ  เขาไม่ได้แสดงสีหน้าตกใจหรือเป็นห่วงคนเจ็บเลย  ผมรู้สึกไม่ดีเลย ผมกลัวคนที่โดนชนจะถูกเอาเปรียบ  ดังนั้นหลังจากที่ไปส่งแฟนผมที่คณะแล้วผมจึงรีบกลับมาที่เกิดเหตุอีก             ปรากฏว่าเป็นดังที่คาด  คนเจ็บ 2 คน เป็นชาวไทยใหญ่ที่เข้ามาทำงานในเชียงใหม่  ขณะที่ตำรวจได้มาถึงและมีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยประมาณ 3 - 4 คน    ผมได้ยินคนขับรถยนต์(ผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปีกว่าๆ) บอกตำรวจว่า รถจักรยานยนต์ขี่ตัดหน้า โดยตัวเองได้ชลอรถแล้วแถมผู้บาดเจ็บ 2 คน เป็นชาวไทยใหญ่ไม่มีบัตรประชาชนด้วย  ผมได้ยินแล้วรู้สึกเสียใจที่เขาพูดได้อย่างไม่อายทั้งๆที่ดูจากสภาพก็รู้แล้วว่าเขาเป็นคนผิดแน่นอน  นอกจากไม่แสดงความเป็นห่วงคนเจ็บแล้วยังโยนความผิดให้เขาโดนหาว่าเขาเป็นคนต่างด้าวขับรถไม่ระวังอีก  ผมพูดกับคนข้างๆว่า เขาพูดอย่างนั้นได้ยังไง  ยังไงก็คนเหมือนกันจะคนไทยหรือต่างด้าวห็เป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน  ดูเหมือนว่าเราจะขาดมนุษย์ธรรมแล้วหรือเพียงแค่ความแตกต่างทางชาติพันธ์

          ผมได้เดินไปบอกเจ้าหน้าที่ว่าผมได้เห็นเหตุการณ์ชัดเจนว่ารถยนต์ผิด  ไม่ได้ชลอความเร็วดังที่เขาพูดเลย  ผมขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลด้วยเพราะผมก็มีเรียน  ใจผมก็อยากจะอยู่รอให้นายประกันมาแต่ก็รอมาประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วไม่เห็นมา  ผมคิดว่ายังไงเสียผมก็ได้บอกเจ้าหน้าที่ไปแล้วและเจ้าหน้าที่ก็รับปากจะช่วยดูให้เพราะดูจากสถานการณ์ก็รู้แล้วว่าใครผิด  ผมจึงอุ่นใจและไปเรียนหนังสือ