การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) เปรียบเทียบสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูโดยใช้การนิเทศแบบคลินิก 2) ศึกษาความคิดเห็นของครูที่มีต่อการนิเทศแบบคลินิก 3) ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ของครู 4) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนเมื่อสิ้นสุดภาคเรียน 5) ศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหาร รองผู้อำนวยการ และผู้ที่เกี่ยวข้องที่มีต่อการนิเทศภายในสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนจำนวน 17 คน และนักเรียนจำนวน 433 คน วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี 2 จังหวัดราชบุรี เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) แบบแผนการวิจัยคือ การทดลองสองกลุ่ม ทดสอบก่อนและหลัง (Two groups pretest-posttest design)
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบทดสอบสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู 2) แบบสังเกตเพื่อประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู 3) แบบสอบถามความคิดเห็นของครูที่มีต่อการนิเทศแบบคลินิก 4) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ของครู 5) แบบสัมภาษณ์ผู้บริหาร รองผู้อำนวยการ และผู้เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) t-test และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis)
ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการนิเทศแบบคลินิกครูมีสมรรถนะการจัดการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และครูมีสมรรถนะการจัดการเรียนรู้หลังได้รับการนิเทศแบบคลินิกเพิ่มขึ้น อยู่ในระดับมาก 2) ครูมีความคิดเห็นต่อการนิเทศแบบคลินิกโดย ภาพรวมอยู่ในระดับมาก และช่วยทำให้ครูจัดการเรียนรู้ได้ดีขึ้นมีการพัฒนาตนเองทำการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง อีกทั้งสามารถช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนได้ 3) นักเรียนมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้ของครู อยู่ในระดับมาก (= 4.1367, S.D. = .57728) 4) นักเรียนกลุ่มทดลองมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เมื่อสิ้นสุดภาคเรียน สูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุม 5) ผู้บริหาร รองผู้อำนวยการและผู้ที่เกี่ยวข้องมีความคิดเห็นว่าการนิเทศแบบคลินิก มีความสำคัญและมีประโยชน์ต่อครู เพราะครูสามารถขยายผลเผยแพร่ความรู้ให้เพื่อนครู และทำให้ผลสัมฤทธิ์ทาง
การเรียนของนักเรียนสูงขึ้น
การนิเทศแบบคลินิกเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูอาชีวศึกษา
การนิเทศแบบคลินิกเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูอาชีวศึกษา
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น