ต่อยอดจาก http://gotoknow.org/blog/otpop/262264 ของศูนย์บำบัดรักษายาเสพติดเชียงใหม่สู่การเรียนรู้พลังชีวิตด้วยความขอบคุณทีมงานทุกท่าน ณ ศูนย์บำบัดรักษายาเสพติดปัตตานี

ขอบคุณทีมงานศูนย์บำบัดรักษายาเสพติดปัตตานีทุกท่านที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้บ ดร.ป๊อป ในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ "การปรับพฤติกรรมสู่การพัฒนาทักษะชีวิตด้วยการฝึกอาชีพ" ในระยะที่ 1 วันที่ 25-26 ก.พ. 2554 ณ ห้องประชุมบุหงาส่าหรี ศูนย์บำบัดรักษายาเสพติดปัตตานี

ขอบคุณคุณหมอเก้ง พี่ยะ พี่ตุ่ม น้องอ้น น้องเล็ก และทีมผู้ริเริ่มและมุ่งมั่นพัฒนากระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดสารเสพติด ณ ศูนย์ฯปัตตานี ซึ่งใช้ FAST MODEL ที่เน้นการทำกลุ่มในห้องเรียนแบบไม่สอดคล้องกับบริบทของผู้ติดสารเสพติดภาคใต้มากนัก

ดร.ป๊อป ต้องปรับแผนการสอนจากเนื้อหาบรรยาองค์ความรู้เรื่อง "หลักการกิจกรรมบำบัด, แนวทางการจัดกลุ่มกิจกรรมแบบพลวัติ, การทำงานร่วมกันระหว่างนักกิจกรรมบำบัดและนักอาชีวบำบัด, แนวทางการประเมินและการพัฒนาโปรแกรมตาม Recovery Model & Self-Management Model และการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ (Vocational Rehabilitation)" ซึ่งเตรียมมากว่า 95 สไลด์ สู่การจัดกลุ่มกิจกรรมแบบพลวัติ ที่มีเป้าหมายให้เรียนรู้และทบทวนความคิดของตนเองอย่างต่อเนื่องและเปิดใจ เพราะผมรับรู้และประเมินทีมผู้บำบัดทั้งหลายของศูนย์ฯที่เริ่มมีความล้าทางจิตใจ ที่เกิดขึ้นจาก

  • การทำงานปัจจุบันที่มีขีดจำกัดในระบบและมีความหลากหลายจนเกินพอดี เช่น มีโปรแกรมการบำบัดที่มีรูปแบบการจัดกิจกรรมตามที่ผู้บำบัดคิดและซ้ำซ้อนในขั้นตอนที่ไม่มีโอกาสพัฒนาโปรแกรมแบบสหวิชาชีพมากนัก
  • การจัดการเวลาในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่สมดุล เช่น ทำงานด้วยความไม่แน่ใจในโปรแกรมการบำบัด รู้สึกไม่มีเวลาว่างให้ดูแลความคิดของตนเองและครอบครัวที่รัก และรู้สึกเหนื่อยและอยากมีเวลาผ่อนคลายจากที่ทำงานในระบบราชการที่เร่งด่วนไปหมด
  • การปรับตัวต่อสถานการณ์ผู้ก่อการร้ายในปัตตานี เช่น จากที่เคยพาลูกไปเดินเล่นริมหาดทะเลยามเย็น ก็ต้องอยู่ในบ้านเพื่อความปลอดภัย
  • ขาดระบบพี้เลี้ยงในการทำงานอย่างเหมาะสม มีช่องว่างของการสื่อสารระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน 

ดร.ป๊อป จึงปรับพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมอบรมในโครงการฯ ทั้งหมด ให้รู้จักทักษะของตนเองและผู้อื่นมากขึ้นผ่านกิจกรรมกลุ่มแบบพลวัติ ที่ประกอบด้วยขั้นตอนอย่างน้อย 5 ประการอย่างต่อเนื่องและมีความหมายต่อการมีส่วนร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ได้แก่

กิจกรรมกลุ่มที่ 1 - การเข้าแถวตามอายุ ตามอักษรชื่อต้น ตามภาวะผู้นำ แล้วแบ่งกลุ่มย่อยกลุ่มละ 5-6 ท่านเพื่อสะท้อนวาดรูปตามภาษากายและภาษาพูดในโจทย์ "พลังชีวิตของตนเองและผู้อื่นเป็นอย่างไร"

กิจกรรมกลุ่มที่ 2 - การแต่งเติมสีส้นหลังจากนำเสนอรูปวาดจากกิจกรรมกลุ่มที่ 1 โดยแต่ละท่านด้วยความสนใจ ความเข้าใจ และความอิสระในการเลือกมองวิเคราะห์รูปต่างๆ จาก 4 กลุ่ม พร้อมแบ่งกลุ่มตามจำนวนผู้ที่สนใจ 1 ใน 4 รูป แล้วให้ระดมสมองกับเพื่อนๆ ที่สนใจรูปเดียวกันมาเป็นข้อความ 1 หน้า A4 ในโจทย์ "คุณสร้างพลังชีวิตได้จากรูปวาดนี้เพราะอะไร"

กิจกรรมกลุ่มที่ 3 - การวิเคราะห์ทักษะการจัดการความคิดของตนเอง (จาก 0-10 คะแนน) ในหลายๆ สเกล แล้วคิดใน 1 นาที เพื่อค้นหาแนวทางในการเพิ่มทักษะการจัดการความคิดตนเองใน 5 คู่ทักษะ ได้แก่ ทักษะการคิดตัดสินใจ+แก้ไขปัญหา, ทักษะการคิดสร้างสรรค์+คิดวิเคราะห์เหตุผล, ทักษะการสื่อสาร+สร้างสัมพันธภาพ, ทักษะการจัดการอารมณ์+ความเครียด และทักษะตระหนักรู้ในตัวตน+เห็นใจผู้อื่น โดยเขียนให้มากที่สุดบนกระดาษบอร์ดติดที่กำแพง แล้ววนไปเขียนในแต่ละทักษะจนครบ แบ่งเป็น 2 ชุดๆ ละ 2 วงรอบ (A&B) ได้แก่ ชุดแรกเขียนความคิดปิ๊งแว้บ ชุดสองตรวจสอบความคิดของชุดแรกพร้อมแก้ไข

กิจกรรมกลุ่มที่ 4 - ทำสมาธิและทบทวนตนเองโดยนั่งนิ่งๆ ในห้องมืด นาน 10 นาที และดร.ป๊อป พูดนำให้คิดถึง Recovery Model (ความหวัง, การเยียวยา, พลังชีวิต, การติดต่อระหว่างบุคคล) และระดมความคิดอิสระ 4 กลุ่มงานที่ปฏิบัติจริง ในการพัฒนาโปรแกรมทักษะชีวิตของผู้บำบัดและผู้รับการบำบัดหลังจากติดสารเสพติดนาน 4 เดือน พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และ ดร. ป๊อป ให้ข้อเสนอแนะของการเสริมแนวคิดของโปรแกรมที่มีอยู่ให้เกิดระบบสุขภาพด้วยกิจกรรมบำบัด ได้แก่

  • มีระบบการเลือกแนวทางการจัดการความคิดของตนเอง
  • มีระบบท้าทายความคิดสู่การมีส่วนร่วมในสังคมทั้งภายในและภายนอกศูนย์ฯ
  • มีระบบการประเมินก่อนและหลังการเข้าโปรแกรมต่างๆ ระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพการรู้คิด (Cognitive Rehabilitation) และการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ (Vocational Rehabilitation) โดยตัดเกณฑ์ตามความสามารถมากกว่าปัญหาหลังติดสารเสพติด
  • มีระบบการจัดกลุ่มกิจกรรมแบบพลวัติผ่านการเตรียมความพร้อมในทักษะด้านการจัดการความคิดของตนเอง อย่างน้อย 45 นาที - 3 ชม. ต่อสัปดาห์ นาน 6 สัปดาห์ 
  • มีระบบการจัดกิจกรรมเฉพาะบุคคล (บันทึกตารางการเรียนรู้เองโดยมีโปรแกรมทางเลือกตามเวลาที่หลากหลายและเหมาะสม) ในทักษะด้านการทำงาน 4 รูปแบบ คือ เพิ่มงานอาสาสมัคร เพิ่มงานที่มีค่าตอบแทน เพิ่มงานที่เป็นเวลาว่างเพื่อดูแลตนเอง-เรียนรู้-เข้าสังคม และลดงานที่ใช้เวลาไม่คุ้มค่าและไม่มีความรับผิดชอบจากการพนันและติดสารเสพติด) 
  • มีระบบสหวิชาชีพจัดโปรแกรมเพื่อเพิ่มทักษะการดัดแปรสิ่งแวดล้อมภายในตัวตน (ความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและเจตจำนงค์ - เจตนาเพื่อกระทำกิจกรรมที่สนใจ มีคุณค่า และมีความหมายต่อชีวิต) และทักษะการดัดแปรสิ่งแวดล้อมภายนอกตัวตนในสถานการณ์ชีวิตจริง พร้อมทั้งมีการติดต่อเครือข่ายหน่วยงานฝึกอาชีพที่มีการติดตามผลจริง (อย่างน้อย 20 ชม.) หลังจำหน่ายจากศูนย์ฯ สู่การเยี่ยมบ้าน เพื่อนำผู้ที่ประสบผลสำเร็จจากศูนย์ฯ ที่คง/เพิ่มความสามารถกลับไปทำงานเดิม/งานใหม่ แล้วบันทึกสื่อหรือมาเสวนาให้เกิดระบบพี่เลี้ยงผู้รับบริการศูนย์ฯ รายใหม่ต่อไป ที่สำคัญควรมีนักกิจกรรมบำบัดทำงานร่วมกับนักอาชีวบำบัด แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักโภชนาการ นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ ในด้าน Program Evaluation อย่างต่อเนื่องและไม่เป็นทางการนัก
  • มีโครงการปรับกิจกรรมการฝึกอาชีพที่มีอยู่ให้มีการวิเคราะห์ขั้นตอน การสังเคาะห์กระบวนการเรียนรู้จากความคิดผู้รับบริการ (ตามลำดับรูปแบบที่คิดร่วมกับผู้บำบัดจนถึงคิดเองทำเองจนเป็นโครงการที่มีวุฒิภาวะและเป็นพลเมืองดีของศูนย์ฯถึงสังคมปัตตานี) เช่น การฝึกทำอาหารพื้นเมืองปัตตานี (ดินแดนลังกาสุกะ) จากขั้นตอนง่ายๆ ในศูนย์ Club House ที่ไร้ผู้บำบัด (แต่มีการส่งต่อบำบัดจากนักวิชาชีพอย่างเป็นระบบ) จนสามารถประกอบอาชีพได้ในชีวิตจริง และมีส่วนร่วมจัดกิจกรรมนันทนาการระหว่างผู้บำบัด ผู้รับการบำบัด และครอบครัวผู้รับการบำบัด เช่น ดนตรีเพื่อชีวิต ศิลปะฟื้นชีวิต ฯลฯ      

จนตอนปิดการอบรม ผมตื้นตันจนน้ำตาไหล ที่เห็น "พลังใจเพิ่มพลังชีวิตของผู้เข้าอบรมทุกท่านที่ได้แสดงออกมาผ่านการบรรยายความรู้สึก ความรู้ความเข้าใจ ความมุ่งมั่น และความอดทนที่จะเติมกำลังใจให้กันและกันอย่างอบอุ่นในทีมงานทุกท่านของศูนย์ฯ" ที่ลงชื่อแบ่งกลุ่มงานด้วยจิตอาสาสมัคร 2 ชุด คือ ชุดอาสาสมัครผ่อนคลาย เพื่อจัดความสมดุลของสุขภาวะที่ทำงานด้วยการทำกิจกรรมยามว่างที่สร้างสรรค์อย่างน้อยเดือนละครั้ง (เช่น จัดวันเกิด คุยเปิดใจกัน ออกกำลังกายกัน ครอบครัวบันเทิง) กับอาสาสมัครวิจัย เพื่อพัฒนาแบบประเมินทักษะการจัดการตนเองกับทักษะชีวิต รวมทั้งเก็บข้อมูลความอิสระเลือกและความสุขที่ได้พัฒนาความสามารถผ่านกิจกรรมที่หลากหลายใน 6 สัปดาห์ และจะติดตามผลในระยะที่ 2-3 ตลอดปี 2554  

ภาพข้างบนนี้ ผมได้ไปไหว้เจ้าแม่ลิ้มก่อเนียว พร้อมได้หลวงพ่อทวดเป็นที่ระลึกจากน้องวัก (คนขับรถจากศูนย์ฯ ถึงสนามบินหาดใหญ่ นาน 1 ชม. กว่า) และได้ชิมอาหารพื้นเมืองปัตตานีหลายเมนู เช่น โรตีกรอบ ชาชัก (หอมและรสชาดดีกว่า กทม. เสียอีก) เนื้อสะเต๊ะพร้อมข้าวอัด รอเยาะหรือเต้าคั่ว (คล้ายเส้นหมี่ใส่สลัดแขกแต่อร่อยมาก) พร้อมได้ของฝากจากพี่ยะและพี่ตุ่มเป็นไก่ย่างกอและ (ลองค้นเพิ่มเติมอาหารพื้นเมืองปัตตานีผ่าน google นะครับ)