สมสุข สุขใจ: ข้อคิด เอ็มแอนด์อี จากปัญหาน้ำมันปาล์ม

ต้องมีระบบการตรวจเป็นระยะและการประเมินผล หรือ monitoring and evaluation หรือ เอ็มแอนอี

ที่ร้านกาแฟของอาโก ในตลาดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก็แห่งเดิมที่มีแม่ค้าขายกล้วยทอดแหละครับ ซึ่งสมสุขและสุขใจ ก็ตัดใจเลิกอุดหนุนกล้วยแขกทอด เพราะขึ้นราคาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า และยังทำใจไม่ได้ที่จะซื้อในราคาแพงขนาดนี้

หลังจากเจอหน้ากันวันก่อน  ที่แผนกกล้องถ่ายภาพ สมสุขที่ชอบเทคโนโลยี ก็ซื้อกล้องดิจิตอลมาตัวหนึ่ง ที่เหมือนหลายๆ คนที่ซื้อของประเภทไฮเทคมาก็คือ อยากรู้อะไรก็ถามคนขาย แล้วก็เริ่มใช้งาน โดยไม่สนใจใยดีหนังสือคู่มือ  พอเจอหน้าสุขใจก็ดีใจมาก เพราะจะได้มีเพื่อนคุยในเรื่องอื่นๆ บ้างโดยเฉพาะเรื่องกล้องที่ซื้อมา ลองมาดูนะครับว่า เขาจะคุยกันเรื่องอะไรในวันนี้

สุขใจมาที่ร้านอาโก เพื่อมาดื่มกาแฟรสชาดดั้งเดิมที่ชงด้วยถุงกาแฟ และเติมด้วยนมข้นหวานหนาประมาณหนึ่งนิ้วที่ก้นแก้ว พอคนแล้วจากสีน้ำตาลเข้มจนเป็นสีออกน้ำตาลอ่อนลง ไม่ใช่เทผงทรีอินวันจากซอง ใส่ถ้วยแล้วเทน้ำร้อน หรือแบบที่เรียกว่าชงด่วน  สุขใจได้เจอหน้าสมสุขที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ก่อนที่สมสุขซึ่งเพิ่งมาถึงก่อนหน้าและยังไม่ได้สั่งอะไรมาซดเลย สุขใจก็ตั้งคำถามโดยที่สมสุขไม่ทันตั้งตัวในเรื่องที่ควรจะตื่นเต้น(ไหมนี่) เรื่องใหม่ (อีกเช่นเคย)

สุขใจ "ตอนนี้ร้านขายกล้วยแขกทอดปิดกิจการชั่วคราวไปหลายวันแล้วนะ จะเป็นเพราะว่าเราเลิกอุดหนุนเขาหรือเปล่า หรือมาจากสาเหตุอื่น ในฐานะที่เพื่อนเป็นพหูสูต เพื่อนพอรู้ไหมว่าอะไรเป็นสาเหตุ ถึงขั้นทำให้ธุรกิจกล้วยแขกทอดต้องสะดุด"

สมสุข "โอ...เพื่อนเอ๋ย เช้ามาก็เล่นปัญหาระดับชาติเลยนะนี่ เดี๋ยวนะ... ขอสั่งชาโบราณก่อนนะ เพราะดูท่าทางจะคุยกันยาวงานนี้"

หลังจากสั่งชาโบราณเสร็จก็พ่วงจะสั่งปาท่องโก๋ อาโกก็ยิ้มเหงือกแห้ง แล้วบอกว่า "ปาท่องโก๋ท่องเก๋อไม่มีให้กินหรอก ตอนเช้าไปซื้อแล้ว อาแปะที่เคยทอดปาท่องโก๋ขายทุกเช้า ไม่ทอดขายวันนี้ บอกว่าขายไม่ไหววะ แถมยังบ่นว่าเก็กซิม ไม่รู้ว่าน้ำมันปาล์มจะมีให้ซื้อได้ตอนไหน" แล้วอาโกก็ถามว่า "เอากล้วยปิ้งไหม จะให้อาตี๋ไปซื้อให้ แต่ว่า ถ้าเอาจะเอาแบบทับหรือไม่ทับ"

สมสุข "เอากล้วยปิ้งก็ได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยกินกล้วยกับชาโบราณเลยนะ เอาแบบทับก็แล้วกัน ขอแบบไม่ราดน้ำหวานนะ" ว่าแล้วก็หันมาคุยกับสุขใจต่อไป "ที่กล้วยแขกทอดต้องปิดกิจการชั่วคราวนะ ก็มีสาเหตุ มาจากการที่น้ำมันปาล์มขึ้นราคา การที่น้ำมันขึ้นราคาส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะขาดการพัฒนาเรื่องเอ็มแอนด์อี และขาดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในเรื่องนี้"

สุขใจ "ฮ้า เพื่อนพูดถึงอะไรนี่ ชื่อไอ้เอ็มอะไรนี่ ฟังเหมือนชอคโกแลต มันคืออะไรเหรอ แล้วมันเกี่ยวกับสารสนเทศอะไรนี่ อย่างไร... ดูเพื่อนมั่นใจจัง อันนี้คิดเองหรืออ่านมา"

 

สมสุข "ก็พอได้ไอเดียหรือความคิดจากโครงการบรอดแบนของบ้านเราและจากอเมริกา ที่ตอนนี้มีโฆษณาบรอดแบนแห่งชาติไง หรือ Broadband ซึ่งคือการมีเครือข่ายอินเตอร์เนตความไวสูงครอบคลุมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ  ทีนี้ถ้ายกตัวอย่างสินค้าอะไรก็ได้สักอย่างเช่น ยาชนิดหนึ่งในโรงพยาบาล เอาว่าเป็นพาราเซทก็ได้  สมมติว่า... ถ้าวันหนึ่งหมอในโรงพยาบาลนั้นจะสั่งยา และต้องการสั่งยาพาราเซทเพื่อลดไข้ให้คนที่เป็นโรคไข้เลือดออก แล้วห้องยาบอกว่า พาราหมดครับ เอาแอสไพรินแทนได้ไหมครับ ในคนที่เป็นโรคไข้เลือดออก เท่าที่เรารู้กันคือมีข้อห้าม ทำให้ ให้แอสไพรินไม่ได้ เพราะจะทำให้เลือดออกเพิ่มอีก ถ้ามีความจำเป็น  ก็ต้องสั่งซื้อยาพาราเซทจากแหล่งอื่น หรือจากแหล่งอื่น  แต่ปรากฎว่าโรงงานผลิตยาพาราเซทผลิตยาไม่ทัน ทำให้ยานี้ขาดตลาด ไม่มีขาย ก็คล้ายๆ กรณีน้ำมันปาล์มในตอนนี้  แถมด้วยชาวบ้านแตกตื่นว่าจะไม่มียาพาราเซทกินเวลามีไข้  ชาวบ้านก็เลยกักตุนยาพาราเซทกันบ้านละห่อสองห่อ ยาพาราเซทมีเท่าไหร่ก็ไม่พอและขาดตลาด  ยาพาราเซทก็แพงขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ถ้าเกิดคงจะโกลาหลกันน่าดู ลองคิดในแง่กลับกันว่า ทำอย่างไรยาพาราเซทถึงจะไม่ขาดแคลน คือจะมีวิธีการอย่างไรไม่ให้ยาขาดแคลน เพื่อนมีความคิดเห็นอะไรไหม"

สุขใจหลังจากฟังสมสุขร่ายยาว พอโดนถามก็ตอบไป "ก็ผลิตมากมากซิ จะได้ไม่ขาดแคลน แก้ปัญหาปาล์มให้ชาวสวนปาล์มปลูกปาล์มกันมากๆ หรือแก้ปัญหายาพาราขาดแคลนก็ให้โรงงานผลิตยาพาราเยอะๆ เป็นยังไงความคิดพอใช้ได้ไหม"

 

สมสุข "ก็พอได้นะแต่เป็นการมองด้านเดียว เพราะถ้าผลิตเยอะๆไม่มีคนซื้อหรือขายไม่ออก ของก็มาก ล้นตลาด ราคาก็ตก คนที่เคยแตกตื่นก็เลิกตื่นเต้น เลิกซื้อมากักตุน... ยาพาราหรือน้ำมันปาล์มก็เหลือในตลาดมาก ขายไม่ได้ มีส่วนหนึ่งหมดอายุ ขายไม่ได้ ขายไม่ทัน ก็ขาดทุน เกิดความเสียหายอีก เพราะฉะนั้นมันต้องมีระบบอะไรสักอย่างที่อาศัยการตรวจสอบเป็นระยะและการประเมินจากการตรวจสอบดังกล่าว หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า monitoring and evaluation หรือที่คนไทยเรามาเรียกย่อย่อว่า เอ็มแอนด์อี ไง"

สุขใจ "อ้อเข้าใจแล้ว แล้วมันไปเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไรละ"

 

สมสุข "ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศก็เป็นศูนย์กลางหรือกองกลางสำหรับการรับส่งข้อมูล เปรียบเหมือนถนน ทางการแพทย์ก็เหมือนเส้นเลือด ที่ส่งเลือดไปส่วนต่างๆ ของร่างกาย  เปรียบเหมือนไยแมงมุมที่ให้อำนวยความสะดวกให้ตัวแมงมุมเดินจากจุดโน่นไปนี่ หรือเหมือนถนนสำหรับขนส่งข้อมูลนั่นเอง"

สุขใจ "ไม่เห็นจะเข้าใจเลย ไอ้ไยแมงมุมอะไรนี่ แล้วมันเกี่ยวกับน้ำมันปาล์มได้ยังไง"

 

สมสุข "เออ... จะอธิบายให้เพื่อนที่ชอบมองแต่สาวตาโตได้เข้าใจง่ายๆ ได้ยังไงกันนะ เอ้า...  ลองคิดดูว่าถ้าเรามีข้อมูลของการผลิตของน้ำมันปาล์มในแต่ละช่วงเวลาในแต่ละพื้นที่ ซึ่งได้มาจากการประมาณการจำนวนไร่ของการผลิต เราก็จะรู้ว่าวัตถุดิบเรามีเท่าไหร่ จะมีผลิตผลออกเมื่อไหร่  รู้ว่าระยะเวลาของการขนส่งว่าใช้เวลาเท่าไหร่ นอกจากนั้นยังมีข้อมูลของการสต๊อก ข้อมูลการขายจากแหล่งจำหน่ายต่างๆ รวมทั้งการจำหน่ายหรือข้อมูลในประเทศอื่นๆ ด้วยว่ามีความต้องการเท่าไหร่ รวมทั้งยังมีข้อมูลที่จะนำน้ำมันปาล์มไปเป็นสารตั้งต้นผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นน้ำมันสำหรับรถยนต์   เห็นไหมว่าข้อมูลที่ได้ จะมากมายมหาศาลเพียงใด  ถ้าไม่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วย คงจะรับมือกับข้อมูลที่ว่าไม่ได้หรอก พอได้ข้อมูลมาโดยขบวนการที่เรียกว่า monitoring process หรือ การติดตาม(ข้อมูล)  ก็นำข้อมูลที่ได้นำเข้าฐานข้อมูล  และนำมาประมวลผลทำให้เกิดผลจากการประเมินผลหรือ evaluation process นำผลที่ได้นี้ไปช่วยตัดสิน  ทำให้ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ คิดและทำเป็นนโยบาย ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไป ทำให้เกิดการปฏิบัติออกมาอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ถ้ามีแนวโน้มว่าน้ำมันปาล์มจะมีการล้นตลาด ข้อมูลที่มีอยู่ก็จะมีการประมวลผลและก็ส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้บริหาร ผู้บริหารก็จะประกาศนโยบายหรือส่งสัญญาณไปยังเจ้าหน้าที่ช่วยประกาศให้ชาวสวนลดการผลิตลงได้ทันท่วงที ก็ไม่เกิดปัญหาการล้นตลาด"

สุขใจ "แล้วทำไมเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันปาล์มได้หละ ของเราไม่มีระบบที่ว่าหรือ"

 

 สมสุข "แหมไอ้เราก็ว่าไปตามตำรานะ ในทางปฏิบัติมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้การประมาณการที่ว่าไม่แม่นยำ เช่นดินฟ้าอากาศ หรือมีข้อมูลที่เข้าถึงไม่ได้อีกเช่นข้อมูลการสต๊อกของสินค้าต่างๆ  ถ้าประเทศเรามีระบบเอ็มแอนอีที่ดีในหลายๆ เรื่องเราก็คงจะไม่เจอปัญหาน้ำไม่พอ หรือน้ำท่ามากเกินไปจนท่วม หรือปัญหาการผลิตข้าวที่ไม่เพียงพอหรือข้าวล้นตลาด หรือการติดตามการรักษาโรคในผู้ป่วยบางโรค  ก็หวังว่าโครงการบรอดแบนจะนำมาซึ่งเอ็มแอนด์อีในหลายๆ เรื่อง และเป็นประโยชน์จริงๆ ต่อบ้านเรา"

สุขใจ "แล้วไม่กลัวว่าแทนที่จะเป็นประโยชน์อย่างที่คาด ชาวบ้านกลับนำไปใช้ในทางอื่น เช่นเล่นเกมออนไลน์ หรือแชทกันเหมือนที่เป็นในร้านอินเตอร์เนตเหรอ"

 

 สมสุข "แหม เพื่อนนี่คิดรอบคอบนะ สงสัยแชทกับสาวตาโตก่อนที่จะเจอกันจริงๆ ใช่ไหมละ เลยนึกประเด็นนี้ออก ว่าแต่ว่า ที่เจาะเลือดเอาไว้ผลออกหรือยังว่าบวกไม่บวก"

สุขใจ "แหมนึกว่าลืมซะแล้ว ผลออกมาอย่างหนึ่งแล้ว สรุปว่าไม่เป็นซิฟิลิส แต่ผลอีกอย่างยังไม่ออก"

 

 สมสุข "ก็หวังว่าเพื่อนคงไม่ได้ของแถมมานะ เอ้าเปลี่ยนเรื่องดีกว่า... จะว่าไปกล้วยปิ้งกินกับชาโบราณก็พอไหวนะ จะว่าไปก็น่าจะให้ประโยชน์กว่ากินของทอดนะ ว่าไหม"

 ขอให้มีความสุขกันทุกๆ ท่านนะครับ

 ลองกินกล้วยปิ้งกับกาแฟตอนเช้า  แต่ถ้าจะกินของทอด ก็พิจารณาและกินอย่างปลอดภัยกันทุกคน

หมอสุข

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หมอสุขแลกเปลี่ยนเรียนรู้



ความเห็น (6)

 แถวนี้ไม่ปิดกิจการค่ะ แต่ใช้น้ำมันซ้ำค่ะ อ้าว แย่แล้วค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณ ดร.จันทวรรณ ที่แวะมาอ่านและให้ความเห็น

ผู้บริโภคเป็นหน่วยสุดท้ายที่ได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ครับ

ทั้งราคาที่สูงขึ้น ปริมาณที่ลดลง และคุณภาพที่น่าเป็นห่วง เพราะเจอน้ำมันทอดซ้ำ

  • หมอสุข
ทศพล เจียมตน
IP: xxx.11.27.118
เขียนเมื่อ 

แอบมาอ่าน...

พี่ชายผมมีเรื่องจะปรึกษาอาจารย์ ผมให้ติดต่อไปทางfacebookนะครับ

 

เขียนเมื่อ 

ยินดีมากครับที่ คุณหมอทศพล แอบเข้ามาอ่าน

ติดต่อมาได้เลยครับ

  • หมอสุข
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

วันนี้ได้อ่่านเรื่องยาวของสมสุขและสุขใจ ได้หลายสาระมากค่ะ แม่ค้าใช้น้ำมันเก่าและขึ้นราคาค่ะ

ขำเรื่องการใช้กล้องโดยไม่สนใจคู่มือ เหมือนพี่คิมค่ะ  เคยใช้กล้องจนพังไม่ทราบว่ากล้องมีโหมด ฮา ๆ ๆ ๆ

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณพี่คิมที่แวะมาอ่าน

สมสุขเป็นคนชอบเทคโนโลยี ส่วนสุขใจชอบเรื่องชาวบ้านและมักหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวบ่อยๆ

การซื้อของไฮเทคมาใช้ก็เหมือนซื้อรถยนต์ใหม่มาคันหนึ่ง ก็สนใจในคู่มือบ้าง จะได้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และคุ้มกับเงินที่จ่ายไปครับ

  • หมอสุข