บทเรียนจากความจริง กับดร.จีระ

สัปดาห์ที่แล้ว ผมเขียนเรื่อง "คำถามให้กลุ่มพันธมิตรตอบ เน้นความจริง" มีผู้สนใจมาก หลายคนบอกว่าอย่าเขียนถึงพันธมิตรเลย เพราะจะถูกโจมตีกลับเหมือนที่นักวิชาการหลายคนโดนกระทำ แต่ก็มีข้อคิดเห็นดีๆ ส่งกลับมาที่ผม เช่น

1. "ติดตาม astv มาตลอด จะมาไล่อภิสิทธิ์ หรือมาไล่ทักษิณ ผู้ดูยังหาข้อสรุปไม่ได้ งง"

2. "ตั้งแต่ติดตามข่าวมา รวมทั้งการที่ได้อ่านความเห็นของชาวพันธมิตรในทุกเว็บ ฟันธงไป ณ ตรงนี้เลยว่า พันธมิตรเป็นกลุ่มที่คุยด้วยยากที่สุด มีแต่หัก ไม่มีงอ พวกเขาตั้งธงไว้อย่างไร ก็ต้องการอย่างนั้น 3 ข้อที่พวกเขาเรียกร้อง ใครมาติติงก็ไม่ได้ ใครมาบอกว่าไม่ถูกต้องก็ไม่ได้ หากไม่ทำตาม 3 ข้อนี้ก็ เป็นคนไม่รักชาติทั้งสิ้น ใครคิดต่างจากพวกเขาก็ล้วนเป็นพวกที่ไม่มีสำนึกรักและหวงแผ่นดิน ดอกเตอร์คนไหนอยู่ข้างเขา เช่น ดร.ปราโมทย์ ดร.ไสว พวกเขาก็ชื่นชมยกย่อง ดอกเตอร์คนไหนมีความเห็นต่างจากพวกเขา ก็ด่าสาดเสียเทเสีย แม้คนที่เป็นครูบาอาจารย์ก็ไม่ยกเว้น ความเห็นที่ 1-2-3 อ่านแล้วได้แต่ประหลาดใจว่า ทำไมพวกเขาครั้งหนึ่งเคยด่าสาวกแม้วว่าเป็นพวก "กินหญ้า" พวกเขาไม่รู้หรอกว่าทุกวันนี้คนอื่น (ที่ไม่ใช่พันธมิตร) ก็กำลังมองว่าพวกเขากำลังทำอย่างนั้นอยู่"

3. "ไม่ใช้วาจาเสียดสีกันไปมา เพราะไม่ได้อะไร การเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติหายไปไหนไม่รู้ เราควรมารวมกันแล้วสู้ อะไรที่รักษาปกป้องแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลานควรจะทำ เห็นด้วย รัฐบาลต้องยอมคุยกับพันธมิตรอย่างจริงใจ" เพราะปัญหาหมักหมมมานาน ขาดความสมดุล ช่วยกันทำงานให้ประเทศชาติ

ผมคิดว่า ความดีหรือความจริงใจของผู้อ่านก็คงทราบเป้าหมายของผม คือ ให้ประเทศไทยอยู่รอด ยั่งยืนในระยะยาว

เพราะถ้าทุกคนมองเฉพาะระยะสั้น และมองว่าเป็นปัญหาอย่างเดียวไม่ใช่โอกาสทางออกของเราก็มีไม่มาก เพราะก็จะมีความคิดสั้นแต่ ..

 * เลือกตั้งใหม่จะเป็นอย่างไร?

 * ใครเป็นนายก

 * ใครเป็นรัฐมนตรีคลัง

 * ใครเป็นประธานสภา

 * พรรคไหนร่วมรัฐบาล

 * ทักษิณจะกลับมาหรือเปล่า

 * เขมรกับไทยจะรบกันนานเท่าไหร่

 * พันธมิตรจะจบอย่างไร

คำถามพวกนี้ปล่อยให้สื่ออาชีพเขียนซ้ำทุกๆวัน 

บางครั้ง คนไทยก็อย่ากลัวการเมืองจนเกินไป ควรรวมตัวเพื่อช่วยประเทศในระยะยาวและเพื่อส่วนรวม

ดูเหตุการณ์ในอียิปต์หรือล่าสุดในประเทศลิเบีย ประชาชนมือเปล่า ยังไม่กลัวกำลังทหาร เพราะปัญหาหมักหมมมานาน ขาดความสมดุล ขาดเสรีภาพ

ผมคิดว่าทางออกของประเทศไทยยังมีอีกมาก แต่คนที่จะทำต้องมองไกล ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด การเมืองภาคประชาชนหรือการศึกษาภาคประชาชน จะเป็นโอกาสที่ดีในอนาคต

ผมเอง ก็มีความฝันว่าจะสร้างให้คนไทยมีความหวัง (Hope) มีความฝัน (Dream) ที่จะเป็นประเทศได้รับการยอมรับว่า มีคุณภาพทุนมนุษย์ทุกระดับ ไม่เป็นรองใคร ในโลกนี้ 

โชคดีที่มีโอกาสทำงานตามที่ตัวเองต้องการ และมีแนวร่วมมากขึ้น

เมื่อวันพุธที่ผ่านมาก็ไปบรรยายให้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมี ดร.โสภณ พรโชคชัย เป็นประธานจัดงานเสวนาวิชาการรายเดือนครั้งที่ 101 ได้พบผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายๆท่านที่มีความมุ่งมั่นจะพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้าไปสู่ความสำเร็จ และแบ่งปันทางประโยชน์ให้ยุติธรรมต่อทุกคนในธุรกิจนี้

จากซ้าย ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร    มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย   , ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ และกรรมการบริหาร โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย, ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และกรรมการบริหาร โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย, และคุณชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ เอ ไอ (mai) ร่วมอภิปรายเรื่อง " การสร้างวิสัยทัศน์การบริหารสู่ความเป็นเลิศ " ในงานเสวนาวิชาการรายเดือนครั้งที่ 101 จัดโดย โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ณ ห้องประชุม อาคารบริษัทสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์จำกัด เวลา 14.45 - 16.30 น.

ถ้าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สนใจเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์ในอนาคต มีการรวมตัวกัน เพื่อสร้างแรงกดดันให้สถาบันการศึกษา พัฒนาบุคลกรให้กับความต้องการของตลาด เน้นทุนมนุษย์ที่มีความคิดสร้างและเน้นภาษาต่างประเทศทั้งอังกฤษและจีน ก็จะทำให้ ธุรกิจอสังหาฯก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงแข่งกับต่างประเทศได้และช่วยประเทศไทยในระยะยาว 

ขณะเดียวกันพนักงานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็ได้รับการพัฒนาให้เกิดการเรียนตลอดชีวิต

ผมจึงแนะนำว่า กลุ่มนักธุรกิจต้องทำ CSR ให้สังคมไทยเห็นและสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศในระยะยาว ช่วยการศึกษาให้มีความรู้ คิดเป็นมากขึ้น 

อีกเรื่องหนึ่งคือ การตักบาตรในวันมาฆบูชา ของนักธุรกิจเพื่อสังคมจัดโดยคุณดนัย จันทร์เจ้าฉายสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมสีขาว มีคุณธรรม จริยธรรม ผมมีโอกาสไปร่วมด้วย

  

 บรรยากาศงาน " ตักบาตรหนังสือ บริจาคโลหิต เฉลิมพระบารมี ๘๔ พรรษา " เนื่องในวันมาฆบูชา  2554  ซึ่งทางสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี โดยคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ร่วมกับ โครงการทูตความดีแห่งประเทศไทย องค์กรทั้งภาครัฐ และได้รับเกียรติบุคคลที่สังคมยอมรับ เช่น คุณจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาร่วมในพิธี ณ บริเวณด้านหน้าอาคารอัมรินทร์พลาซ่า สี่แยกราชประสงค์ ถนนเพลินจิต เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 7.00 - 9.00 น.

คุณดนัยทำสำเร็จได้ผลมาก มีแนวร่วมมากมาย การตักบาตรหนังสือก็ถือว่าคุณดนัยช่วยให้คนไทยใฝ่รู้ โดยเฉพาะส่งไปตามโรงเรียนที่กันดารในภาคอีสาน

บุคคลที่คุณดนัย เชิญไปก็เป็นบุคคลที่สังคมยอมรับ เช่น คุณจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นบุคคลที่ช่วยทำให้ประเทศอยู่ได้ในระยะยาว

ส่วนงานสุดท้ายต้องยกย่องคุณอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรันกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ทำให้แผนธุรกิจของชาติเป็นจริง 

ผมได้ประชุมอนุกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ครั้งแรก มีที่ปรึกษาคือ ดร.ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทยมาร่วมด้วย ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ที่สนใจเรื่องทุนมนุษย์ ออกความเห็นว่า การศึกษาของไทยมีปัญหามาก ท่านเน้น.. 

                * หลักสูตร

                * คุณภาพของครู

                * ค่าตอบแทนครู 

บรรยากาศ การประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ครั้งที่ 1/2554 โดยมี ดร.ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เป็นที่ปรึกษาอนุกรรมการการพัฒนาทุนมนุษย์ เมื่อวันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 กรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

ผมดีใจที่คณะอนุกรรมการทุนมนุษย์กับธุรกิจได้เริ่มเดินต่อแล้ว ซึ่งอาจจะมีข้อเสนอบางอย่างที่เป็นประโยชน์ให้แก่ชาติระยะยาว เช่น

* พัฒนาให้การศึกษามีคุณภาพมากขึ้น

* เป้าหมายของธุรกิจที่พึงประสงค์ (Sunrise) กับเป้าหมายของทุนมนุษย์

* ทุนมนุษย์กับธุรกิจระหว่างประเทศ

* อุปสรรคเรื่องวัฒนธรรมของทุนมนุษย์ (ระดับชาติ+องค์กร)

* ทำไมคนไทยไม่ชอบเรียนรู้ / ไม่อ่านหนังสือ

* ปรับค่านิยมที่เน้นวัตถุให้น้อยลง

* การทำงานร่วมกันหลายฝ่าย (Networking)

* แสวงหาคุณสมบัติของคนไทยที่พึงปรารถนา

* สื่อเพื่อทุนมนุษย์ในธุรกิจ

สรุป ต้องมีคนช่วยชาติระยะยาวและเตือนสติ

* นักการเมืองก็อย่าหวังผลประโยชน์ของกลุ่มมากเกินไป

* ร่วมพัฒนาทุนมนุษย์ทุกระดับ เก่ง ดีและมีความสุข

ถ้าไม่ทำคนไทยก็จะถูกต่างชาติหลอกใช้ไปวันๆ การเปิดเสรีทางเศรษฐกิจก็ให้คนกลุ่มเล็กๆ เอาเปรียบคนไทยและอีกหน่อย เราก็จะเป็นประเทศที่เต็มไปด้วย ปัญหามากมายไม่มีใครแก้ได้ เพราะคุณภาพทุนมนุษย์ของคนไทย อ่อนแอ

ช่วยกันเถอะครับ 

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ

[email protected]

www.gotoknow.org/blog/chiraacademy

แฟกซ์0-2273-0181