พะแนง...อร่อย
ทำไม ถึง เรียกว่า " พะเเนง "
 
 
 
 


 

       พะแนง เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย และอาจมีวัฒนธรรมการกินแบบเขมรผสมด้วยหรือไม่ ไม่อาจยืนยันได้แต่มีการใช้ภาษาเขมร ที่เดิมใช้สำหรับการอธิบายท่าเอาขาไขว้ หรือขัดกัน ที่เรียกว่านั่งขัดสมาธิ หรือขัดตะหมาด ที่คนไทยใช้ในภาษาพูดจริงๆ แล้ว พะแนง แปลว่าท่านั่งแบบขัดสมาธิ ใช้อธิบายคำในภาษาไทยตั้งแต่ต้น หรือก่อนอยุธยา คือ พระพะแนงเชิง คือ นั่งขัดสมาธิซ้อนกัน มีทั้งพะแนง และเชิง ซึ่งมีที่มาจากภาษาเขมร และกร่อนเสียงเป็นพระพนัญเชิง ในเวลาต่อมา (แต่ไม่ขอยืนยันว่าสมมติฐานนี้ได้รับการรับรองทางวิชาการ)

 

คนไทยโบราณนั้นใช้ไก่ทั้งตัวทำเป็นไก่พะแนง  เอาน้ำพริกแกงซึ่งไม่ใช่แกงคั่ว  เพราะมีถั่วลิสงตำละเอียดปนอยู่ด้วย  ผสมกับหัวกะทิ  ทาไก่ทั้งในและนอกแล้วเอาขึ้นย่างไฟ  ระหว่างที่ย่างนั้นก็ใช้น้ำพริกผสมหัวกะทิคอยประพรมและทาไปจนกว่าไก่จะสุก


            ไก่ทั้งตัวนี้พับท่อนขาซึ่งอาจจะรวมทั้งเท้าไก่ด้วยเข้าไปไว้ในท้อง  แบบเดียวกับที่ฝรั่งย่างไก่


            คำว่าพะแนงในที่นี้จึงตรงกับคำว่าพะแนงในแพนงเชิงนั้นเอง


            แปลว่าพับขาหรือเอาขาขัดเข้าไว้ในท้อง


            ต่อมาการทำไก่พะแนงแบบนั้นอาจไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวงเพราะต้องกินเวลานานมาก  จึงได้ยักย้ายเปลี่ยนมาเป็นเป็ดหรือไก่สับชิ้นโต ๆ เอาลงผัดกับเครื่องแกงและกะทิในกระทะหรือหม้อ  กลายเป็นไก่พะแนงหรือเป็ดพะแนงอย่างที่รู้จักกันอยู่ในปัจจุบัน


            พะแนงเนื้อก็มีกินในทุกวันนี้  และเนื้อนั้นก็หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เช่นเดียวกับแกงเผ็ด  ผิดกันแต่เครื่องน้ำพริกเท่านั้น”

              ไก่พะแนง จึงเป็นการนำไก่ทั้งตัว มาขัดขากัน และทำในหม้อใบใหญ่ ใช้เครื่องแกงแขก แบบแกงมุสลิม และเรียกว่าไก่พะแนง คั่วไปจนน้ำขลุกขลิก เหมือนอาหารอินเดียมุสลิมอื่นๆ ใช้เครื่องเทศเฉพาะ