เทคนิคการบริหารโรงเรียนบนฐานการวิจัย

เทคนิคการบริหารโรงเรียนบนฐานการวิจัย

ศึกษา รวบรวม..บุญเลิศ  วีระพรกานต์

                    จากการศึกษา เทคนิคการบริหารโรงเรียนบนฐานการวิจัยของ รศ.ดร.บุญชม  ศรีสะอาดและคณะ  ได้ค้นพบสิ่งที่มีประโยชน์ประสบการณ์ในการบริหารจัดการและการทำวิจัยเพื่อการบริหารจัดการ ดังนี้

                   เทคนิคการบริหารโรงเรียน บนฐานการวิจัย  เป็นหนังสือที่นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา  ซึ่งเป็นเทคนิคการบริหารที่ใช้งานวิจัยเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการสถานศึกษา  ซึ่งได้นำเสนอเทคนิคงานวิจัยเพื่อการการบริหารสถานศึกษาของบุคคลต่างๆไว้อย่างน่าสนใจ และเป็นเทคนิคการขับเคลื่อนระบบการบริหารจัดการที่ใช้งานวิจัยในการดำเนินการ

                  ผู้เขียนได้นำเสนอเป็น 2 ส่วน กล่าวคือ บริบททั่วไปของการบริหารจัดการ และงานวิจัยเพื่อการบริหาร  ซึ่งได้นำเสนอไว้ดังนี้

                 1.การบริหารการศึกษาและการวิจัย 

                     การบริหารการศึกษามีลักษณะแตกต่างจากการบริหารประเภทอื่นๆในด้านเป้าหมาย  วัตถุประสงค์  วิธีการ  เทคนิคการบริหารและการประเมินผล คือ เป้าหมายที่สำคัญของการบริหารการศึกษาเป็นการเน้นที่จะพัฒนาบุคลิกภาพและความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม  พัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน  ต้องการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของมนุษย์  ส่งเสริมให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  สร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ต่างจากการบริหารธุรกิจซึ่งเน้นหนักที่ผลกำไร  การบริหารการปกครองเน้นหนักในเรื่องเศรษฐกิจ  สังคม และการป้องกันประเทศ  ในด้านเทคนิควิธีการในการบริหารการศึกษาจะเป็นการชักชวน  โน้มน้าวให้คนเห็นความสำคัญของการศึกษาเน้นการติดต่อสื่อสารในองค์การที่เปิดกว้างและมีอิสระมากกว่าการบริหารประเภทอื่น  ส่วนด้านการประเมินผลซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตรฐานการประเมินบุคลิกภาพ  การเรียนรู้  ทักษะ  และพัฒนาด้านความสัมพันธ์ของคนซึ่งมีความซับซ้อนและต้องอาศัยเวลา ไม่เห็นผลในทันใด เหมือนการบริหารประเภทอื่นๆ

                 ผู้เขียนได้นำเสนอแนวคิดการบริหารการศึกษาตามแนวปฏิรูปการศึกษาของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2545 ตามแนวคิดของนักวิชาการ โดยสรุปไว้ดังนี้(ธีระ รุญเจริญ : 2547)

                1.เป็นการบริหารแบบมีส่วนร่วม  การบริหารโดยองค์คณะบุคคลทั้งในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น

                2.เป็นการบริหารที่เน้นการดำเนินการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพของนักเรียน โดยเป็นการศึกษาที่ให้ทุกคน  ทุกฝ่าย  ทุกองค์กรมีส่วนร่วม เป็นการศึกษาที่มีหลักการ  แนวทาง  รูปแบบที่ชัดเจนและเน้นการเรียนการสอนที่ใช้เทคโนโลยี

               3.เป็นการบริหารที่ใช้บุคลากรมืออาชีพ  มีลักษณะเฉพาะ  เช่น  วิสัยทัศน์  เป็นผู้นำด้านมนุษย์สัมพันธ์  มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ  มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

               4.เป็นการบริหารที่ต้องมีการตรวจสอบและประเมินตามมาตรฐานทั้งภายในโดยหน่วยงาน และภายนอกโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา

              5.เป็นการบริหารที่เน้นพิเศษที่สถานศึกษา(School based Management)  และใช้การกระจายอำนาจทางการบริหารทั้ง 4 ด้าน คือ บริหารทั่วไป  งบประมาณ  บุคลากร  และวิชาการ

             6.เป็นการบริหารที่เน้นการกระจายอำนาจไปสู่ระดับท้องถิ่น คือ  เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา

             7.เป็นการบริหารที่อาศัยองค์การวิชาชีพ  ได้แก่  สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

             8.เน้นคุณธรรม  จริยธรรม  และจรรยาบรรณในวิชาชีพมากขึ้น

             9.เป็นการบริหารที่เน้นความทัดเทียมกันในด้านปริมาณ และงบประมาณ

             10.เป็นการบริหารที่ต้องประกันคุณภาพให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

            ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้ให้ความสำคัญกับการวิจัยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งได้กล่าวถึงไว้ในหลายมาตรา  เช่น

            1.ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ  สภาพแวดล้อมสื่อการเรียน  และอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้  รวบทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ตามมาตรา 24 ข้อ 5

            2.หลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา มีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ  วิชาชีพชั้นสูง 

และการค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม  นอกเหนือจากคุณลักษณะอื่นที่กำหนด

           3.ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพรวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับ ตามมาตรา 30

          4.รัฐต้องมีการส่งเสริมวิจัยและพัฒนาการผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา  รวมทั้งการติดตาม  ตรวจสอบ  และประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา  เพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ของคนไทย ตามมาตรา 67

          5.รัฐต้องจัดให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบายแผนส่งเสริ ประสานงานการวิจัย การพัฒนาและการใช้  รวมทั้งการประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของการผลิต  และกรใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตามมาตรา 69

            การวิจัยเป็นกระบวนการที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการดำเนินงานต่างๆเพื่อให้มีการรอบรู้เข้าใจ  แก้ปัญหา  และพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น  การบริหารจัดการ และการเรียนการสอนต้องพัฒนาให้ทันต่อยุคสมัย  กระบวนการวิจัยเป็นเทคนิคหนึ่งที่สามารถช่วยให้ค้นพบวิธีการหรือองค์ความรู้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ต่างได้ดี อย่างมีระบบและมีหลักวิชาในการดำเนินการ  การวิจัยที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารได้มาก ได้แก่

           1.การวิจัยและพัฒนา (Research  and  Development)  งานวิจัยประเภทนี้จะส่งผลให้เกิดนวัตกรรมในการบริหารจัดการ ที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กร  เช่น   การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการ  การพัฒนารูปแบบการสอน  เป็นต้น

          2.การวิจัยปฏิบัติการ (Action Research) งานวิจัยประเภทนี้มุ่งแก้ปัญหาในการปฏิบัติงานในหน้าที่  เช่น  การพัฒนาครูในกรำวิจัยในชั้นเรียน

         3.การวิจัยแบบผสมหรือการวิจัยแบบผสมผสานวิธี (Mixed  Methodology)  เป็นงานวิจัยที่ใช้วิธีการผสมผสาน  เทคนิควิธีหลายวิธีจึงจะได้คำตอบตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย  เช่น  การวิเคราะห์สังเคราะห์เอกสาร

          จากการศึกษาข้างต้น พบว่า การบริหาร กับการวิจัยมีความสัมพันธ์กันในลักษณะการเกื้อหนุนต่อความสำเร็จของการบริหารจัดการ  ซึ่งผู้เขียนได้นำเสนอ ตัวอย่างงานวิจัย เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาไว้เป็นแนวทางในการใช้เทคนิคการบริหารบนฐานการวิจัย  ไว้อย่างน่าสนใจและมีประโยชน์มากจำนวนหลายเรื่อง แต่ในที่นี้ขอนำเสนอเป็นตัวอย่าง 1  เรื่อง ดังนี้

สรุปตัวอย่าง

การพัฒนารูปแบการบริหารสถานศึกษา

             1.การพัฒนารูปแบบการบริหาร CHS – OK  ของ ดร.สุมนา  พุ่มประพาฬ    ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ  โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี  จังวัดพิษณุโลก

  โดยมีหลักการดำเนินการดังนี้

       ค้นหาพัฒนารูปแบบการบริหารที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 5 ส่วน คือ

       1.ส่วนของการบริหารด้านหลักสูตรเพื่อเติมเต็มศักยภาพ(Curriculum : C)

       2.การจัดการเพ่อความสุขในองค์กร คือ การนำหลักการบริหารจัดการด้านอยู่อย่างมีความสุข (Happiness : H)

    3.องค์ประกอบที่ใช้ในการปฏิรูปการบริหารจัดการศึกษาที่สำคัญ มี 2 องค์ประกอบ คือ การบริหารจัดการด้านเอกภาพ (Solidarity : S)

    4.สำหรับองค์ประกอบในเรื่องของการบริหารจัดการองค์การ (Organization : O)

   5.สำหรับการน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (King : K) มาใช้ในการบริหารจัดการ

       เมื่อนำองค์ประกอบสำคัญทั้ง 5  องค์ประกอบมารวมกันจะได้เป็นรูปแบบการบริหาร CHS- OK  ซึ่ง  CHS  ถือเป็นชื่อย่อของโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี  และ OK เป็นคำที่ถือว่าเป็นการยอมรับ  เชื่อมั่น

        นำหลักการบริหารจัดการดังกล่าวไปใช้ในการบริหารจัดการโรงเรียน  พบว่าผลการดำเนินการเกิดคุณลักษณะของเพชรสรัสวดี 4 มิติ คือ

       มิติที่ 1  ผู้เรียนมีคุณลักษณะตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 คือ  ผู้เรียนเป็นคนดี  คนเก่งและมีความสุข   เห็นได้จากผลการประเมินของ สมศ.รอบ 2 มาตรฐานด้านผู้เรียนมีผลการประเมิน ดีมาก ทุกด้าน

      มิติที่ 2  ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี   นักเรียนผ่านการประเมินระดับ ดี  ทุกคน

       มิติที่ 3 ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของ สมศ.อยู่ในระดับ ดี 

        มิติที่ 4 ผู้เรียนมีคุณลักษณะผู้เรียน 4 ร.  ได้แก่  ร.ที่ 1 รู้ทัน รู้นำโลก  ร.ที่ 2 รู้ชำนาญ  เชี่ยวชาญปฏิบัติการ  ร.ที่ 3 รวมพลังสร้างสรรค์สังคม   ร.ที่ 4  รักษ์ความเป็นไทยใฝ่สันติ  ซึ่งปรากฏผลนักเรียน  โรงเรียนได้รับรางวัลในระดับต่างๆมากมาย

        จากการศึกษาตัวอย่าง รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษา บนฐานการวิจัย  พบว่า  การบริหารบนฐานการวิจัยเป็นการบริหารจัดการสถานศึกษา ที่มี หลักการบริหารที่สอดคล้องกับบริบท และอัตลักษณ์ของสถานศึกษาโดยแท้จริง

                    ----------------------------------------------------------

                                                     บรรณานุกรม

บุญชม  ศรีสะอาดและคณะ.(2553). เทคนิคการบริหารโรงเรียนบนฐานการวิจัย.    

                       กรุงเทพมหานคร.บริษัท เบ็น  ภาษาและศิลป