การแบ่งปัน เป็นวิธีการอย่างง่ายที่จะสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในสังคม

      ตั้งแต่ปี 2550 มาแล้วที่ได้ทำโครงการด้วยความปราถนาดีบ้านครูเขียว ดูแลและพัฒนานักเรียนด้อยโอกาสและพิการในเขตบริการของโรงเรียนในช่วงปิดภาคเรียนเดือนเมษายน เพราะเนื่องจากในเวลาเรียนไม่มีโอกาสที่จะได้พัฒนาเด็กกลุ่มนี้เพราะพวกเขากระจายอยู่ตามชั้นเรียนต่างๆ ประกอบกับระบบการบริหารจัดการไม่เอื้อ เวลาที่จะสามารถช่วยเหลือเขาได้คือปิดเทอม มีเด็กในชุมชนทั้งในโรงเรียนที่สอนอยู่และโรงเรียนใกล้เคียงมาเข้ารับพัฒนาตามโครงการจำนวน 14 คน ระยะเวลาและข้อจำกัดมากมายเด็กได้รับผลน้อย แต่ผลที่พลอยได้คือ การได้แบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการดูแลลูก การสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปกครองกลุ่มนี้ในการที่จะหันกลับมาดูแลลูกของตนเอง ตัวครูเองได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองและชุมชนมาก

     ในปี 2551 ได้เข้าร่วมกับศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดนำนักเรียนกลุ่มนี้และครอบครัวเข้าร่วมกิจกรรมค่าย เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์การอยู่ในสังคมร่วมกับคนอื่นการพัฒนาคุณธรรม การปรับเปลี่ยนความคิดของผู้ปกครองต่อลูกที่บกพร่อง และวิธีการอยู่ร่วมกันภายในครอบครัวอย่างมีความสุข ในช่วงปิดภาคเรียนผลของการดำเนินการนักเรียนสามารถอยู่ในโรงเรียนได้อย่างมีความสุข สามารถทำกิจกรรมที่ไม่ตัดสินด้วยสติปัญญาได้ทุกกิจกรรม ได้รับการยอมรับจากเพื่อน ครู และผู้ปกครองในระดับเดียวกับเด็กกลุ่มปกติ

     ปี 2552  ระบบการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง คือผู้รับผิดชอบถูกปรับระดับชั้นสอนเป็นชั้น ป.1 ซึ่งไม่สามารถพบกับนักเรียนกลุ่มนี้ได้เลยเพราะการจัดชั้นเรียนให้สอนประจำชั้นประจำวิชา เด็กพิการเรียนร่วมในโรงเรียนทุกคนถูกส่งกลับไปสู่การเรียนรู้เช่นเดียวกับเด็กปกติ ปัญหาที่เกิดคือ นักเรียนขาดเรียนบ่อย นักเรียนไม่เข้าห้องเรียน สิ่งที่ดำเนินการได้ในขณะนั้นคือ ในโรงเรียนจะคอยหาเวลาเมื่อนักเรียนว่าง หรือพักกลางวันจะเรียนมาพูดคุย และจัดการเรียนรู้เล็กๆน้อยๆ ซึ่งไม่ได้ผลในการพัฒนาด้านความรู้เนื่องจากบรรยากาศและความพร้อมไม่เอื้ออำนวย แต่ผลที่ได้คือเด็กมีความสุข นอกจากนั้นก็จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่มีความพร้อมทางครอบครัวในวันเสาร์ อาทิตย์เวลา 09.30 ของทุกวัน

     ในปี 2553 จึงได้กำหนดวิธีการเพื่อพัฒนาเด็กพิการในโรงเรียนใหม่โดยการเปลี่ยนวิธีการผ่านโครงการพัฒนาความสามารถเด็กพิการเรียนร่วม ซึ่งกิจกรรมในโครงการจะสามารถกำหนดกิจกรรมให่สามารถพัฒนาเด็กได้ครอบคลุมทั้งโรงเรียนแต่ไม่ได้ดำเนินการทุกวัน ผลการดำเนินโครงการเกิดประโยชน์มากนอกจากนักเรียนพิการกลับมาได้รับการพัฒนาแล้ว นักเรียนพิการสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆในโครงการเท่ากับนักเรียนปกติ ทำให้เข้าสามารถแสดงความสามารถหรือจุดเด่นของเขาได้เก่นชัด เช่น ความสามารถด้านกีฬา ความสามารถด้านงานฝีมือ ความสามารถด้านภาษา ความสามารถด้านอาชีพ ความสามารถด้านการแสดง และที่สำคัญที่สุดคือ การดำเนินโครงการไม่ได้เกิดผลดีเฉพาะนักเรียนพิการแต่ ผลพลอยได้ที่ยิ่งใหญ่คือ โครงการนี้สามารถสร้างประสบการณ์ทางด้านสังคมให้กับนักเรียนปกติที่ทำกิจกรรมร่วมกับนักเรียนพิการเข้าใจความแตกต่างของคนที่อยู่ร่วมในสังคม การดูแลช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่า การยอมรับความสามารถของคนที่ด้อยกว่า เช่นเดียวกับเด็กพิการที่มีความสุขที่ได้ทำกิจกรรมเดียวกับเด็กปกติ เกิดความภาคภูมิใจในตนเองมีกำลังใจที่จะพัฒนาความสามารถของตนเองอย่างสุดความสามารถ พ่อแม่มีความภาคภูมิใจมีกำลังใจที่จะดูแลและพัฒนาลูกของตนเอง

    และในปีนี้ สิ่งตั้งใจไว้อย่างมั่นคง คือการดำเนินโครงการในช่วงปิดภาคเรียนโดยการนำเด็กและเยาวชนกลุ่มเยาวชนคนดีศรีสวนพล ทำดีถวายในหลวงซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนที่ทำกิจกรรม csr ในชุมชนมาทำกิจกรรม ปันปัญญา กับกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและและเด็กพิการในชุมชน ซึ่งคาดหวังว่าโครงการนี้จะช่วยขยายผลด้านสังคมไปสู่บุคคลในสังคมมากขึ้น