ตอนนี้โครงการปันปัญญาเดินหน้าได้แล้วเนื่องจากได้รับความร่วมมือจากท่านรองเจ้าอาวาสวัดใกล้บ้าน สนับสนุนสถานที่ลานวัด จัดหางบประมาณมาสนับสนุนซึ่งกำหนดทำกันในเดือนเมษายน
ความสำคัญของโครงการ เดือนเมษายนเป็นเวลาที่เด็กและเยาวชนวัยเรียนปิดภาคเรียน ระยะเวลานาน เด็กและเยาวชนมีเวลาว่างมาก โดยเฉพาะนักเรียนที่เป็นเด็กด้อยโอกาส และมีปัญหาทางการเรียนรู้ พ่อแม่ฐานะยากจนต้องทำงานรับจ้างเช้าไปเย็นกลับนอกชุมชน ทิั้งเด็กๆไว้ตามลำพัง ขาดคนดูแล สำหรับเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ไม่สามารถไปรับการเรียนเสริมตามแหล่งสอนพิเศษได้เพราะเรียนไม่ได้ เด็กจึงรวมกลุ่มเป็นแก๊งค์ประมาณ 4-6 คน เป็นหลายกลุ่มตระเวณไปตามชุมชนสร้างปัญหาก่อความรำคาญให้กับชาวบ้าน คะนองทำลายทรัพย์สินของชาวบ้านและสาธารณะ หยิบเล็กขโมยน้อย เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและถูกชักชวนไปในทางไม่ดี เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างผู้ปกครองกับชุมชน
จากปัญหาที่กล่าวมาแล้วโรงเรียนและวัดเป็นสถานที่ๆเด็กและเยาวชนมานัดพบและรวมกลุ่มกัน จึงมีความตระหนักในบทบาทว่าน่าจะมีส่วนช่วยเหลือและแก้ปัญหาที่กล่าวมาแล้วได้บ้างไม่มากก็น้อย จึงได้กำหนดโครงปันปัญญาขึ้น
วัตถุประสงค์โครงการ
1.เพื่อให้โอกาสเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
2.เพื่อให้ความรู้และอบรมคุณธรรมเด็กและเยาวชนโดยผ่านกิจกรรมต่างๆของโครงการ
3.เพื่อช่วยแก้ปัญหาสังคมของชุมชนและสังคม
กลุ่มเป้าหมาย
เด็กและเยาวชนกลุ่มด้อยโอกาสในชุมชน
เด็กและเยาวชนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ในชุมชน
ขั้นการดำเนินโครงการ
1.เขียนโครงการนำเสนอโครงการต่อผู้รับผิดชอบ 2 คน ( ผู้ที่คิดโครงการ )
2.ประชาสัมพันธ์โครงการไปในครอบครัวของกลุ่มเป้าหมาย
3.จัดทำกำหนดการดำเนินกิจกรรมโครงการ
3.1 กำหนดระยะเวลา เดือนเมษายน สัปดาห์ละ 2 วัน
วันที่ 1 รายงานตัว รับฟังกติกา ไหว้พระสวดมนต์
วันที่ 2 ไหว้พระสวดมนต์ ศึกษานอกสถานที่วัดพระมหาธาตุ
วันที่ 3 ไหว้พระสวดมนต์ เรียนหนังสืออ่าน เขียน ตามศักยภาพ
วันท่ี 4 ไหว้พระสวดมนต์ เรียนหนังสืออ่าน เขียนตามศักยภาพ
วันที่ 5 ไหว้พระสวดมนต์ ศึกษานอกสถานที่หอสมุดแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์
วันท่ี 6 ไหว้พระสวดมนต์ เรียนหนังสืออ่าน เขียนตามศักยภาพ
วันที่ 7 ไหว้พระสวดมนต์ ฝึกทำอาหาร และภาระกิจในชีวิตประจำวันที่จำเป็น
วันที่ 8 ไหว้พระสวดมนต์ ศึกษานอกสถานที่พิพิธภัณฑ์เมือง น้ำตก
4. สถานที่บริเวณลานวัด
5. ประเมินผล สรุปโครงการ